← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อินเตอร์ลูคิน-2 กลไกการทำงานและบทบาทในระบบภูมิคุ้มกัน

สรุปใจความสำคัญ

  • อินเตอร์ลูคิน-2 เป็นไซโตไกน์ที่ผลิตจาก T cell ที่ถูกกระตุ้น เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเม็ดเลือดขาว
  • ตัวรับ IL-2 ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ CD25, CD122 และ CD132 โดยการมี CD25 จะทำให้การจับกับ IL-2 มีความแรงสูงขึ้น
  • มีบทบาทสำคัญในการสร้าง Regulatory T cells เพื่อป้องกันโรคแพ้ภูมิตนเอง
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Natural Killer cells และ Cytotoxic T cells ในการทำลายสิ่งแปลกปลอม

อินเตอร์ลูคิน-2 (Interleukin-2 หรือ IL-2) เป็นโมเลกุลส่งสัญญาณประเภทไซโตไกน์ (Cytokine) ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว โดยเฉพาะกลุ่มลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) เพื่อให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่อการติดเชื้อจากจุลชีพและสามารถแยกแยะระหว่างสิ่งแปลกปลอม ("non-self") และเซลล์ของร่างกายตนเอง ("self") ได้อย่างถูกต้อง

แหล่งผลิตหลักของ IL-2 คือ T cell ชนิด CD4+ และ CD8+ ที่ถูกกระตุ้น ซึ่งจะหลั่ง IL-2 ออกมาเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของ T cell ทั้งชนิด Helper T cells, Cytotoxic T cells และ Regulatory T cells

โครงสร้างโมเลกุลของอินเตอร์ลูคิน-2
โครงสร้างสามมิติของโปรตีนอินเตอร์ลูคิน-2

โครงสร้างทางชีวโมเลกุล

IL-2 เป็นโปรตีนที่มีมวลโมเลกุลประมาณ 15.5–16 kDa จัดอยู่ในตระกูลไซโตไกน์ที่มีโครงสร้างแบบ four alpha helix bundle ซึ่งเป็นลักษณะร่วมกับไซโตไกน์ตัวอื่นในตระกูลเดียวกัน เช่น IL-4, IL-7, IL-9, IL-15 และ IL-21

ตัวรับอินเตอร์ลูคิน-2 (IL-2 Receptor)

การส่งสัญญาณของ IL-2 ต้องอาศัยการจับกับตัวรับที่ผิวเซลล์ ซึ่งเรียกว่า IL-2 Receptor (IL-2R) โดยตัวรับนี้ประกอบด้วยสายโปรตีน 3 ชนิด ได้แก่:

  • สายอัลฟา (CD25): มีความสามารถในการจับกับ IL-2 ได้ต่ำ (Low affinity) แต่ช่วยเพิ่มความสามารถในการจับของตัวรับโดยรวมให้สูงขึ้นถึง 100 เท่า
  • สายเบต้า (CD122): ทำงานร่วมกับสายแกมมาเพื่อส่งสัญญาณเข้าสู่เซลล์
  • สายแกมมา (CD132): เป็นสายโปรตีนร่วมที่พบในตัวรับของไซโตไกน์ตระกูลเดียวกันทั้งหมด

รูปแบบการจับของ IL-2 สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับความแรง:

  1. ระดับความแรงปานกลาง (Intermediate-affinity): เกิดจากการจับกับตัวรับแบบไดเมอร์ (CD122/CD132) พบมากใน Memory CD8+ T cells และ Natural Killer (NK) cells
  2. ระดับความแรงสูง (High-affinity): เกิดจากการจับกับตัวรับแบบไตรเมอร์ (CD25/CD122/CD132) พบมากใน Regulatory T cells และ T cells ที่ถูกกระตุ้น
ตำแหน่งยีน IL-2 บนโครโมโซมมนุษย์
ตำแหน่งของยีนที่สร้าง IL-2 บนโครโมโซมคู่ที่ 4 ของมนุษย์

หน้าที่และกลไกการทำงานในระบบภูมิคุ้มกัน

IL-2 มีบทบาทสำคัญในหลายกระบวนการทางภูมิคุ้มกัน ดังนี้:

1. การสร้างความทนทานต่อตนเอง (Immune Tolerance)

ในต่อมไทมัส (Thymus) IL-2 ช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนสภาพของ T cell ที่ยังไม่โตเต็มที่ให้กลายเป็น Regulatory T cells (Tregs) ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้ง T cell ตัวอื่นไม่ให้โจมตีเซลล์ปกติของร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดโรคพุ่มพวงหรือโรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune diseases)

2. การตอบสนองต่อการติดเชื้อ

เมื่อมีการกระตุ้นจากแอนติเจน IL-2 จะส่งเสริมการเปลี่ยนสภาพของ T cell ให้เป็น Effector T cells และ Memory T cells เพื่อให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของ Naive CD4+ T cell ให้กลายเป็น Th1 และ Th2 lymphocytes แต่จะยับยั้งการเปลี่ยนเป็น Th17 และ Follicular Th lymphocytes

3. การเพิ่มประสิทธิภาพการทำลายสิ่งแปลกปลอม

IL-2 ช่วยเพิ่มความสามารถในการฆ่าเซลล์เป้าหมายของทั้ง Natural Killer (NK) cells และ Cytotoxic T cells ทำให้การกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสหรือเซลล์มะเร็งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตำแหน่งยีน IL-2 ในหนู
ตำแหน่งของยีนที่สร้าง IL-2 บนโครโมโซมคู่ที่ 3 ของหนู

คำถามที่พบบ่อย

อินเตอร์ลูคิน-2 (IL-2) คืออะไร?

คือโปรตีนส่งสัญญาณประเภทไซโตไกน์ที่ผลิตจาก T cell ทำหน้าที่กระตุ้นการแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T cell และ NK cell เพื่อตอบสนองต่อการติดเชื้อ

IL-2 ช่วยป้องกันโรคแพ้ภูมิตนเองได้อย่างไร?

IL-2 ส่งเสริมการสร้าง Regulatory T cells (Tregs) ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งไม่ให้ T cell ตัวอื่นโจมตีเซลล์ปกติของร่างกายตนเอง

ตัวรับ IL-2 มีกี่ประเภท?

มี 2 ประเภทหลักตามความแรงในการจับ คือ แบบความแรงปานกลาง (จับกับ CD122/CD132) และแบบความแรงสูง (จับกับ CD25/CD122/CD132)