การจำแนกโรคสากล ฉบับที่ 11 (ICD-11)
สรุปใจความสำคัญ
- ICD-11 เป็นมาตรฐานการจำแนกโรคสากลฉบับล่าสุดที่พัฒนาโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)
- เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565
- ประกอบด้วยเอนทิตีประมาณ 85,000 รายการ และทำงานภายใต้โครงสร้าง WHO-FIC
- ICD-11 MMS เป็นส่วนที่ใช้สำหรับเก็บสถิติการเจ็บป่วยและการตายซึ่งเป็นส่วนที่ถูกนำไปใช้งานแพร่หลายที่สุด
การจำแนกโรคสากล ฉบับที่ 11 หรือ ICD-11 (International Classification of Diseases, 11th Revision) คือมาตรฐานสากลที่พัฒนาโดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) เพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลสุขภาพ สาเหตุการเจ็บป่วย และสาเหตุการตายทั่วโลก โดย ICD-11 เข้ามาแทนที่ ICD-10 เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางการแพทย์และเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน

ประวัติและการพัฒนา
กระบวนการพัฒนา ICD-11 เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) และใช้เวลาพัฒนากว่าหนึ่งทศวรรษ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 300 คน จาก 55 ประเทศ ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 30 กลุ่มงาน พร้อมทั้งรับข้อเสนอแนะกว่า 10,000 รายการจากผู้ใช้งานทั่วโลก
- พฤษภาคม 2554: เปิดตัวเวอร์ชัน Alpha
- พฤษภาคม 2555: เปิดตัวร่างเวอร์ชัน Beta
- 18 มิถุนายน 2561: เผยแพร่เวอร์ชันที่เสถียร (Stable version)
- 28 พฤษภาคม 2562: ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสมาชิกองค์การอนามัยโลกในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 72
ICD-11 เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022)
โครงสร้างและระบบการทำงาน
ICD-11 ไม่ได้เป็นเพียงรายการรหัสโรค แต่เป็นระบบออนโทโลจี (Ontology) ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยเอนทิตี (Entities) หรือโหนด (Nodes) ประมาณ 85,000 รายการ ซึ่งครอบคลุมทั้งโรค เชื้อก่อโรค อาการเดี่ยวๆ ความผิดปกติของร่างกาย ตลอดจนเหตุผลในการเข้ารับบริการสุขภาพ และปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อสุขภาพ
ระบบ WHO-FIC
ICD-11 เป็นส่วนหนึ่งของ WHO-FIC (WHO Family of International Classifications) ซึ่งเป็นชุดการจำแนกมาตรฐานที่ใช้คำศัพท์เดียวกันเพื่อให้เกิดความสอดคล้องในการบันทึกข้อมูลสุขภาพ โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้:
- WHO-FIC Foundation: เป็นแกนกลาง (Common Core) ที่รวบรวมเอนทิตีทั้งหมดที่องค์การอนามัยโลกรับรอง ซึ่งการจำแนกอื่นๆ จะถูกดึงข้อมูลมาจากส่วนนี้
- Reference Classifications: การจำแนกอ้างอิงหลัก ซึ่งประกอบด้วย ICD-11 MMS, ICF (การจำแนกการทำงาน ความพิการ และสุขภาพ) และ ICHI (การจำแนกการแทรกแซงด้านสุขภาพสากล)
- Derived Classifications: การจำแนกที่ดัดแปลงมาจากแกนกลางเพื่อใช้ในสาขาเฉพาะทาง เช่น ICD-O สำหรับงานด้านมะเร็งวิทยา (Oncology)
- Related Classifications: การจำแนกที่เกี่ยวข้องและเสริมข้อมูลในส่วนที่ WHO-FIC ไม่ครอบคลุม เช่น การจำแนกการปฏิบัติการพยาบาลสากล (ICNP)
ICD-11 MMS
สิ่งที่ผู้ใช้งานทั่วไปเรียกกันว่า "ICD-11" แท้จริงแล้วคือ ICD-11 MMS (Mortality and Morbidity Statistics) ซึ่งเป็นการนำข้อมูลจาก Foundation มาจัดเรียงในรูปแบบลำดับชั้น (Linearization) เพื่อใช้ในการเก็บสถิติการเจ็บป่วยและการตายโดยเฉพาะ
การนำไปใช้งานในระดับสากล
การเปลี่ยนผ่านจาก ICD-10 ไปสู่ ICD-11 ต้องใช้เวลาในการปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและฝึกอบรมบุคลากร โดยองค์การอนามัยโลกรายงานความคืบหน้าดังนี้:
- กุมภาพันธ์ 2566: มี 64 ประเทศที่อยู่ในขั้นตอนการนำ ICD-11 ไปปรับใช้ในระดับต่างๆ
- พฤษภาคม 2567: มี 50 ประเทศที่กำลังดำเนินโครงการนำร่อง และ 14 ประเทศที่ใช้งาน ICD-11 อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับในสหรัฐอเมริกา มีการประเมินว่าการนำ ICD-11 มาใช้จะใช้เวลาอย่างน้อย 4 ถึง 5 ปี นับจากปี พ.ศ. 2566
การเข้าถึงและการปรับปรุงข้อมูล
ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง ICD-11 MMS ได้ผ่านทางเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมีแพลตฟอร์มสำหรับการบำรุงรักษา (Maintenance Platform) เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้งานสามารถส่งข้อเสนอแนะที่อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อปรับปรุงระบบ WHO-FIC ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ICD-11 แตกต่างจาก ICD-10 อย่างไร?
ICD-11 ถูกออกแบบมาให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น มีโครงสร้างข้อมูลที่ซับซ้อนและยืดหยุ่นกว่า (Ontology) และครอบคลุมความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่มากกว่า ICD-10
MMS ใน ICD-11 MMS หมายถึงอะไร?
MMS ย่อมาจาก Mortality and Morbidity Statistics ซึ่งหมายถึงสถิติการตายและการเจ็บป่วย
ปัจจุบันมีการนำ ICD-11 ไปใช้ทั่วโลกมากน้อยเพียงใด?
ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2567 ระบุว่ามี 14 ประเทศที่ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ และอีก 50 ประเทศกำลังอยู่ในช่วงทดลองนำร่อง
ใครสามารถเสนอแนะการปรับปรุง ICD-11 ได้บ้าง?
ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อเสนอแนะที่อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ผ่านแพลตฟอร์มบำรุงรักษาของ WHO-FIC บนเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก


