การฟังอย่างปลอดภัย วิธีป้องกันการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง
สรุปใจความสำคัญ
- ระดับเสียง 85 เดซิเบลเฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อวันถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่ปลอดภัยสำหรับการทำงานในระยะยาว
- การสัมผัสเสียง 100 เดซิเบล สามารถฟังได้อย่างปลอดภัยเพียง 15 นาทีต่อวันเท่านั้น
- องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่ควรเกิน 70 เดซิเบลเพื่อลดความเสี่ยงการสูญเสียการได้ยิน
- ปัจจัยเสี่ยงหลัก 3 ประการคือ ความดังของเสียง ระยะเวลาที่ฟัง และความถี่ในการสัมผัสเสียง
การฟังอย่างปลอดภัย คือกรอบการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพเพื่อให้แน่ใจว่ากิจกรรมนันทนาการที่เกี่ยวข้องกับเสียง (เช่น คอนเสิร์ต ไนท์คลับ การฟังเพลง การฟังรายการวิทยุ หรือพอดแคสต์) จะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการได้ยิน
ความเสี่ยงและปัจจัยที่ส่งผลต่อการได้ยิน
งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการสัมผัสกับเสียงดังซ้ำๆ สามารถทำให้เกิดความผิดปกติของการได้ยินและผลกระทบต่อสุขภาพอื่นๆ การฟังอย่างปลอดภัยจะมุ่งเน้นไปที่การฟังโดยสมัครใจผ่านระบบการฟังส่วนบุคคล (เช่น หูฟัง) ผลิตภัณฑ์ขยายเสียงส่วนบุคคล (PSAPs) หรือในสถานที่บันเทิงและกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบ เช่น การสูญเสียการได้ยิน การมีเสียงวิ้งในหู (Tinnitus) และภาวะไวต่อเสียง (Hyperacusis)
ความเสี่ยงของผลกระทบต่อสุขภาพจะถูกกำหนดโดยปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่:
- ความเข้มของเสียง (ความดัง): ระดับความดังของเสียงที่ได้รับ
- ระยะเวลา: ระยะเวลาที่สัมผัสกับเสียงดังในแต่ละครั้ง
- Noise Dose (ปริมาณเสียง): ความถี่ในการสัมผัสเสียงดัง
มาตรฐานระดับเสียงที่ปลอดภัย
ขีดจำกัดของเสียงที่ปลอดภัยมักอ้างอิงจากข้อมูลการทำงานในโรงงาน ซึ่งกำหนดว่าระดับเสียง 85 เดซิเบล (dB A-weighted) เฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อวัน เป็นระดับสูงสุดที่ปลอดภัยสำหรับการทำงานตลอด 40 ปี
| ระดับเสียง (dBA) | ระยะเวลาที่ฟังได้อย่างปลอดภัยต่อวัน |
|---|---|
| 85 dBA | 8 ชั่วโมง |
| 100 dBA | 15 นาที |
องค์การอนามัยโลก (WHO) สรุปว่าการสัมผัสเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ระดับ 70 เดซิเบล (dBA) หรือต่ำกว่านั้น มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินน้อยมากตลอดช่วงชีวิต
โครงการส่งเสริมการฟังอย่างปลอดภัยทั่วโลก
หลายองค์กรได้พัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการฟังที่ปลอดภัย เช่น:
- NIDCD (สหรัฐฯ): ให้คำแนะนำสำหรับการใช้เครื่องเล่นเพลงส่วนบุคคลสำหรับเด็กอายุ 9-13 ปี
- Dangerous Decibels: ใช้หุ่นจำลอง "Jolene" เพื่อวัดระดับเสียงจากหูฟังเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในโรงเรียนและงานแฟร์สุขภาพ
- Know Your Noise (ออสเตรเลีย): พัฒนาเครื่องคำนวณความเสี่ยงจากเสียง (Noise Risk Calculator) และแบบทดสอบการได้ยินออนไลน์
- Make Listening Safe (WHO): โครงการขององค์การอนามัยโลกที่มุ่งเน้นให้คนทุกวัยสนุกกับเสียงเพลงและสื่อเสียงได้โดยไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน

บทบาทของรัฐบาลและอุตสาหกรรม
ในปี 2019 องค์การอนามัยโลกได้เผยแพร่ชุดเครื่องมือสำหรับอุปกรณ์และระบบการฟังที่ปลอดภัย เพื่อให้รัฐบาล พันธมิตรทางอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคมนำไปใช้ในการพัฒนามาตรฐานอุปกรณ์เสียงส่วนบุคคลและสถานที่บันเทิง เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับความคุ้มครองจากการสัมผัสเสียงที่ดังเกินไป
คำถามที่พบบ่อย
การฟังอย่างปลอดภัย (Safe Listening) คืออะไร?
คือแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้กิจกรรมนันทนาการที่เกี่ยวข้องกับเสียง เช่น การฟังเพลงผ่านหูฟัง หรือการไปคอนเสิร์ต ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน
ระดับเสียงเท่าไหร่ที่ถือว่าอันตรายต่อหู?
โดยทั่วไป ระดับเสียงที่ 85 เดซิเบลขึ้นไปหากฟังเป็นเวลานานจะเริ่มมีความเสี่ยง และหากเสียงดังถึง 100 เดซิเบล จะปลอดภัยเพียงแค่ 15 นาทีต่อวัน
อาการเริ่มต้นของการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังคืออะไร?
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ การมีเสียงวิ้งในหู (Tinnitus) ภาวะไวต่อเสียงผิดปกติ (Hyperacusis) และการได้ยินที่ลดลงในบางความถี่


