← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตในประเทศกาตาร์

สรุปใจความสำคัญ

  • กาตาร์มีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกและภูมิภาค MENA
  • ictQatar เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลกฎหมายและใบอนุญาตโทรคมนาคม
  • มีการกรองเนื้อหาอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเนื้อหาลามก การเมือง และประเด็นทางสังคมที่ขัดต่อหลักศาสนาหรือวัฒนธรรม
  • Ooredoo เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในประเทศ

การใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศกาตาร์มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและแพร่หลายในปัจจุบัน โดยมีอัตราการเข้าถึงที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคอาหรับ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศนี้ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมและการกรองเนื้อหาอย่างเข้มงวดจากภาครัฐ

การเข้าถึงและการใช้งานอินเทอร์เน็ต

กาตาร์มีการพัฒนาด้านการเชื่อมต่อที่ก้าวกระโดด โดยในปี 2001 มีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียง 6% แต่เพิ่มขึ้นเป็น 37% ในปี 2007 และพุ่งสูงถึง 86% ในปี 2011 นอกจากนี้ ในรายงานปี 2013 กาตาร์ยังถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 10 ของโลกในด้านเปอร์เซ็นต์ของประชากรที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต และเป็นประเทศที่อยู่อันดับสูงสุดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA)

ภาพแสดงการใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารในกาตาร์
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในประเทศกาตาร์

ผู้ให้บริการและเทคโนโลยี

Ooredoo เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลักที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาสูงสุดด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ictQATAR) ให้บริการทั้งโทรคมนาคมแบบคงที่และแบบเคลื่อนที่ รวมถึงการจดทะเบียนชื่อโดเมน และบริการ ADSL แม้ว่าในช่วงแรก Ooredoo จะผูกขาดการให้บริการ แต่รัฐบาลได้มีเป้าหมายที่จะเปิดเสรีและออกใบอนุญาตให้ผู้ให้บริการรายใหม่เพื่อเพิ่มการแข่งขันในตลาด

ในด้านบรอดแบนด์ กาตาร์มีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยในปี 2015 รายงานจาก UN Broadband Commission for Digital Development จัดให้กาตาร์เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในด้านเปอร์เซ็นต์ของประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ต และอันดับสองของโลกสำหรับครัวเรือนที่มีอินเทอร์เน็ตใช้ นอกจากนี้ ในปี 2017 Akamai Technologies ระบุว่ากาตาร์มีความเร็วในการเชื่อมต่อบรอดแบนด์สูงที่สุดในภูมิภาค MENA และเป็นอันดับ 7 ของโลก

กรอบกฎหมายและการกำกับดูแล

หน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่กำกับดูแลคือ สภาสูงสุดด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ictQatar) ซึ่งควบคุมดูแลการออกใบอนุญาตและการบังคับใช้กฎหมายโทรคมนาคม

กฎหมายโทรคมนาคม

กฎหมายโทรคมนาคมฉบับปี 2006 เน้นไปที่การแข่งขันและการป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดของผู้ให้บริการรายใหญ่ โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการเชื่อมต่อโครงข่ายและการป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม กฎหมายบางมาตรา เช่น มาตรา 66 มีถ้อยคำที่กว้างและคลุมเครือ ซึ่งระบุว่าการใช้เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อ "รบกวน สร้างความรำคาญ หรือทำให้ผู้อื่นขุ่นเคือง" อาจมีโทษปรับหรือจำคุกสูงสุดหนึ่งปี ซึ่งส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการแสดงออกของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต

บริการ VoIP

ในปี 2008 ictQATAR ได้อนุญาตให้ Ooredoo และ Vodafone Qatar ให้บริการเสียงแก่สาธารณะ และอนุญาตให้บุคคลหรือธุรกิจใช้บริการ VoIP (Voice over IP) เพื่อการใช้งานส่วนตัวได้ แต่ห้ามไม่ให้ธุรกิจขายบริการ VoIP แก่สาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตจาก ictQATAR

การสอดแนมและการกรองเนื้อหา

แม้จะไม่มีรายงานการสอดแนมอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นระบบในวงกว้าง แต่มีข้อกังวลจากองค์กรสากล เช่น Reporters Without Borders ที่ระบุว่าผู้ให้บริการรายใหญ่มีขีดความสามารถในการตรวจสอบข้อความที่ส่งผ่านผู้ให้บริการรายอื่น และรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่ารัฐบาลกาตาร์มีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตผ่านพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์เพื่อตรวจสอบและบล็อกเว็บไซต์ อีเมล และห้องแชท

การกรองเนื้อหาในกาตาร์มีความเข้มข้นในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • เนื้อหาลามกอนาจาร: มีการบล็อกอย่างเข้มงวด
  • ประเด็นทางสังคม: เนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ+ และทรัพยากรด้านสุขภาพทางเพศ
  • การเมือง: การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ
  • เครื่องมือหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์: มีการบล็อกเครื่องมือที่ใช้ในการข้ามการกรองเนื้อหา (Circumvention tools)

คำถามที่พบบ่อย

ใครเป็นผู้กำกับดูแลอินเทอร์เน็ตในกาตาร์?

สภาสูงสุดด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ictQatar) เป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่กำกับดูแลและออกใบอนุญาตผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศ

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในกาตาร์เป็นอย่างไร?

กาตาร์มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลายมาก โดยเคยถูกจัดอันดับให้เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในด้านเปอร์เซ็นต์ของประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2015

รัฐบาลกาตาร์มีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตหรือไม่?

ใช่ รัฐบาลมีการกรองเนื้อหาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาลามก การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองต่อกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ+