← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มาตรฐาน ISO 9000 ระบบบริหารงานคุณภาพระดับสากล

สรุปใจความสำคัญ

  • ISO 9000 พัฒนาโดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) เมื่อปี ค.ศ. 1987
  • ISO 9001 เป็นมาตรฐานเพียงฉบับเดียวในตระกูลที่สามารถขอการรับรอง (Certification) ได้
  • BS 5750 ของอังกฤษเป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างมาตรฐาน ISO 9000
  • มีองค์กรมากกว่า 1 ล้านแห่งทั่วโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001

ตระกูลมาตรฐาน ISO 9000 คือชุดของมาตรฐานสากลที่กำหนดข้อกำหนดและแนวทางสำหรับระบบบริหารงานคุณภาพ (Quality Management System หรือ QMS) พัฒนาขึ้นโดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization หรือ ISO) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1987 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้องค์กรสามารถสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ส่งมอบนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

โครงสร้างของตระกูลมาตรฐาน ISO 9000

ISO เรียกชุดมาตรฐานนี้ว่า "ตระกูล" (Family) เนื่องจากประกอบด้วยมาตรฐานหลักและมาตรฐานสนับสนุนที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างบูรณาการ โดยมีมาตรฐานที่สำคัญดังนี้:

  • ISO 9000: มุ่งเน้นที่พื้นฐานและคำศัพท์ (Fundamentals and Vocabulary) ของระบบบริหารงานคุณภาพ รวมถึงหลักการบริหารงานคุณภาพ 7 ประการที่เป็นรากฐานของมาตรฐานทั้งตระกูล
  • ISO 9001: เป็นมาตรฐานเดียวในตระกูลที่สามารถนำไปใช้เพื่อการรับรอง (Certification) โดยระบุข้อกำหนดที่องค์กรต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนเพื่อแสดงว่ามีระบบบริหารงานคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ
  • ISO 9004: ให้แนวทางในการบริหารจัดการเพื่อบรรลุความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
  • ISO/TS 9002: เอกสารประกอบที่ให้แนวทางในการนำข้อกำหนดของ ISO 9001 ไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ

ประวัติและการพัฒนา

รากฐานของ ISO 9000 สามารถย้อนกลับไปได้ถึงมาตรฐานการจัดซื้อของรัฐบาล เช่น มาตรฐาน MIL-Q-9858 ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1959 และมาตรฐาน Def Stan 05–21 และ 05–24 ของสหราชอาณาจักร ซึ่งในขณะนั้นองค์กรขนาดใหญ่ที่ส่งมอบสินค้าให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการประกันคุณภาพที่หลากหลายและซับซ้อน

ต่อมาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1979 สถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) ได้เผยแพร่มาตรฐาน BS 5750 ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพฉบับแรกของโลก และได้กลายเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาชุดมาตรฐาน ISO 9000 ในปี ค.ศ. 1987 เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการที่ผู้รับเหมาต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่แตกต่างกันหลายชุดในอุตสาหกรรมเดียวกัน

เหตุผลและความสำคัญในการนำมาใช้

การยอมรับ ISO 9001 ในระดับโลกเกิดจากปัจจัยหลายประการ ดังนี้:

1. การลดความซับซ้อนในห่วงโซ่อุปทาน

ในระยะแรก ISO 9001 ถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีมาตรฐานขั้นพื้นฐานร่วมกัน ลดความจำเป็นในการที่ผู้ซื้อต้องเข้าไปตรวจสอบหรือพัฒนาคุณภาพของผู้ขายรายย่อยด้วยตนเอง ช่วยลดภาระด้านเอกสารและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการคู่มือคุณภาพหลายชุด

2. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

รัฐบาลในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร ได้ส่งเสริมการรับรองระบบคุณภาพโดยหน่วยงานภายนอก (Third-Party Certification) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับชาติ

3. ผลกระทบต่อประสิทธิภาพทางการเงินและปฏิบัติการ

มีการศึกษาจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่าองค์กรที่ได้รับการรับรอง ISO 9001 มีแนวโน้มที่จะมีผลประกอบการทางการเงินและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น เช่น การลดระยะเวลาในรอบการทำงาน (Cycle Time) และการลดสินค้าคงคลัง อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ความสัมพันธ์นี้อาจไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลโดยตรง แต่เกิดจากแนวโน้มที่บริษัทซึ่งมีผลประกอบการดีอยู่แล้วมักจะเป็นกลุ่มที่แสวงหาการรับรองมาตรฐาน ISO 9001

การรับรองและการวิพากษ์วิจารณ์

การรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ดำเนินการโดยหน่วยงานรับรองอิสระ (Certification Bodies) ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรมากกว่าหนึ่งล้านแห่งทั่วโลกที่ได้รับการรับรอง ทำให้ ISO 9001 กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือการบริหารจัดการที่แพร่หลายที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม กระบวนการรับรองนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในบางแง่มุมว่าอาจกลายเป็นภาระด้านเอกสารที่สิ้นเปลือง และอาจไม่มีประโยชน์สำหรับองค์กรทุกประเภทหากนำไปใช้เพียงเพื่อให้ได้ใบรับรองโดยไม่ได้มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพอย่างแท้จริง

คำถามที่พบบ่อย

ISO 9000 กับ ISO 9001 แตกต่างกันอย่างไร?

ISO 9000 เป็นมาตรฐานที่ว่าด้วยพื้นฐานและคำศัพท์ของระบบบริหารงานคุณภาพ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ส่วน ISO 9001 เป็นมาตรฐานที่ระบุข้อกำหนด (Requirements) ที่องค์กรต้องปฏิบัติเพื่อให้ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ

การได้รับใบรับรอง ISO 9001 มีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไร?

ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าว่าองค์กรมีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐาน ลดความผิดพลาดในการผลิตหรือบริการ และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดสากล

ใครเป็นผู้ให้การรับรองมาตรฐาน ISO 9001?

การรับรองดำเนินการโดยหน่วยงานรับรองอิสระ (Third-party Certification Bodies) ที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากหน่วยงานกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง

ISO 9000 พัฒนามาจากอะไร?

พัฒนามาจากมาตรฐานการจัดซื้อของรัฐบาลในสหรัฐฯ และอังกฤษ รวมถึงมาตรฐาน BS 5750 ของสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI)