ศิลปะการแกะสลักงาช้าง
สรุปใจความสำคัญ
- งาช้างในทางศิลปะหมายถึงฟันหรืองาของสัตว์ทุกชนิด ไม่ใช่เพียงแค่ช้างเท่านั้น
- งานแกะสลักงาช้างมีความสำคัญต่อการศึกษาศิลปะไบแซนไทน์เนื่องจากมีอัตราการอยู่รอดของชิ้นงานสูงกว่าโลหะมีค่า
- ประติมากรรมแบบไครเซเลแฟนไทน์ในกรีกโบราณเป็นการใช้ทองคำผสมกับงาช้างเพื่อสร้างรูปปั้นเทพเจ้า
- ปัจจุบันการค้าและการผลิตงานงาช้างถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยอนุสัญญา CITES เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ของช้าง
การแกะสลักงาช้าง คือกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะโดยการใช้เครื่องมือตัดที่คมแกะสลักลงบนงาหรือฟันของสัตว์ ซึ่งอาจทำได้ทั้งด้วยวิธีการใช้เครื่องจักรหรือการทำด้วยมือ งานศิลปะที่สร้างขึ้นจากวัสดุนี้มักถูกเรียกว่า "งานงาช้าง" (Ivories)
มนุษย์เริ่มแกะสลักงาช้างเพื่อการประดับตกแต่งมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีการเปิดเส้นทางการค้าเข้าสู่พื้นที่ตอนในของทวีปแอฟริกา งาช้างยังคงเป็นวัสดุที่หายากและมีราคาสูง จึงมักถูกนำมาใช้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ฟุ่มเฟือยขนาดเล็ก จุดเด่นของงาช้างคือความสามารถในการแกะสลักรายละเอียดที่ประณีตได้สูง และเนื่องจากงาช้างไม่มีมูลค่าในฐานะโลหะมีค่า (bullion value) จึงไม่ถูกนำมาหลอมหรือรีไซเคิลเหมือนโลหะ ทำให้ชิ้นงานแกะสลักงาช้างมีอัตราการอยู่รอดและถูกรักษาไว้ได้มากกว่างานศิลปะที่ทำจากวัสดุอื่น ซึ่งส่งผลให้งานงาช้างมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาศิลปะยุคกลางในยุโรป โดยเฉพาะศิลปะไบแซนไทน์ที่งานประติมากรรมขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่น้อยมาก

วัสดุที่ใช้ในการแกะสลัก
คำว่า "งาช้าง" ในทางศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ช้างเท่านั้น แต่หมายถึงฟันหรืองาของสัตว์ชนิดใดก็ได้ที่นำมาใช้แกะสลัก โดยมักจะระบุชนิดของสัตว์ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้เกิดความชัดเจน
โครงสร้างของฟันและงา
ฟันของสัตว์ประกอบด้วยสามส่วนหลัก ได้แก่ เคลือบฟัน (dental enamel) ชั้นนอก, เนื้อฟัน (dentine) ซึ่งเป็นส่วนหลัก, และรากฟัน (osteo-dentine) สำหรับการแกะสลัก ส่วนเนื้อฟันและรากฟันสามารถนำมาใช้งานได้ดี แต่ชั้นเคลือบฟันมักจะมีความแข็งเกินไปจนแกะสลักได้ยาก จึงต้องใช้วิธีการเจียรออกก่อน ตัวอย่างเช่น งาของฮิปโปโปเตมัสที่มีชั้นเคลือบฟันแข็งใกล้เคียงกับหยก ในขณะที่งาช้างนั้นมีเนื้อที่ค่อนข้างอ่อนและสม่ำเสมอ จึงเป็นวัสดุในอุดมคติสำหรับการแกะสลัก

แหล่งที่มาของวัสดุ
- งาช้างเอเชียและแอฟริกา: ในสมัยโรมัน งาช้างส่วนใหญ่มาจากแอฟริกาเหนือ ต่อมาในศตวรรษที่ 18 แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮาราได้กลายเป็นแหล่งหลัก
- งาวอลรัส: ในยุโรปเหนือยุคกลางตอนต้น มีการค้านงาวอลรัสจากกรีนแลนด์ไปยังสแกนดิเนเวีย อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี
- งาแมมมอธ: ในไซบีเรียและอเมริกาเหนือตอนบน มีการนำงาแมมมอธที่ถูกแช่แข็งในชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) มาใช้ โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 19
- ฟันวาฬสเปิร์ม: ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุทางเลือกในหลายวัฒนธรรม รวมถึงในยุคกลางที่ใช้กระดูกวาฬจากการล่าหรือวาฬที่เกยตื้น
ประวัติศาสตร์การแกะสลักในภูมิภาคต่างๆ
อียิปต์โบราณและตะวันออกใกล้
ในอียิปต์โบราณ งาช้างถูกนำมาใช้สร้างสรรค์งานศิลปะชั้นสูง เช่น รูปปั้นขนาดเล็กและแผ่นป้ายประดับ (plaques) ตัวอย่างที่สำคัญคือ แผ่นป้ายแมคเกรเกอร์ (MacGregor plaque) ซึ่งมีอายุประมาณ 2,985 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งสันนิษฐานว่าใช้ประดับรองเท้าแตะของราชวงศ์

นอกจากนี้ยังมีการใช้แผ่นงาช้างบางๆ เป็นวัสดุฝังประดับ (inlays) บนเฟอร์นิเจอร์ในวัง เครื่องดนตรี และกระดานเกม ซึ่งพบได้มากในสุสานของตุตันคาเมน และกลุ่มงานงาช้างจากนิมรุด (Nimrud ivories) ในอาณาจักรแอสซีเรีย
ยุโรปและกรีกโบราณ
ในกรีกโบราณ มีการสร้างประติมากรรมแบบ ไครเซเลแฟนไทน์ (Chryselephantine) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างงาช้าง (ใช้ทำส่วนผิวหนัง) และทองคำ (ใช้ทำส่วนเสื้อผ้า) ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือ รูปปั้นอาธีนา พาร์เธนอส (Athena Parthenos) โดยฟิเดียส ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารพาร์เธนอน

อย่างไรก็ตาม งานงาช้างในสภาพแวดล้อมที่ชื้นหรือร้อนมักไม่คงทน ทำให้หลักฐานทางศิลปะของกรีกโบราณหลงเหลืออยู่น้อยกว่างานในยุคโรมันตอนปลาย ซึ่งมักถูกเก็บรักษาไว้ในคลังสมบัติของโบสถ์
สถานะปัจจุบันและการอนุรักษ์
เนื่องจากช้างและสัตว์ที่ผลิตงาได้กลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการล่าเพื่อเอางา การผลิตงานแกะสลักงาช้างในปัจจุบันจึงถูกจำกัดอย่างเข้มงวดภายใต้ข้อตกลง CITES (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์) และกฎหมายภายในของหลายประเทศ เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าและรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
คำถามที่พบบ่อย
งาช้างที่ใช้ในการแกะสลักมาจากสัตว์ชนิดใดบ้าง?
นอกจากช้างแล้ว ยังมีการใช้วัสดุจากฟันของวอลรัส แมมมอธ และวาฬสเปิร์ม รวมถึงฟันของฮิปโปโปเตมัสในบางวัฒนธรรม
ทำไมงานแกะสลักงาช้างถึงหลงเหลือให้เห็นมากกว่างานโลหะมีค่า?
เพราะงาช้างไม่มีมูลค่าในฐานะโลหะที่นำไปหลอมเพื่อรีไซเคิลได้เหมือนทองคำหรือเงิน ทำให้ชิ้นงานไม่ถูกทำลายเพื่อนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่
การแกะสลักงาช้างในปัจจุบันถูกควบคุมอย่างไร?
ถูกควบคุมโดยอนุสัญญา CITES และกฎหมายระดับชาติของหลายประเทศ ซึ่งห้ามหรือจำกัดการค้าและการผลิตงานแกะสลักจากงาช้างใหม่ เพื่อลดการแรงจูงใจในการล่าช้าง
ประติมากรรมแบบไครเซเลแฟนไทน์คืออะไร?
คือรูปปั้นที่ใช้ส่วนผสมของงาช้างสำหรับส่วนที่เป็นผิวหนังของมนุษย์หรือเทพเจ้า และใช้ทองคำสำหรับส่วนที่เป็นเครื่องแต่งกาย
