← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1967 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
  • ประกอบด้วยสมาชิก 14 บริษัท ซึ่งผลิตทั้งรถยนต์ รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์
  • จัดทำแนวทางประเมินความปลอดภัยสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ (ADS) ซึ่งเป็นรากฐานของมาตรฐาน ISO 34502
  • มีสำนักงานตัวแทนในปักกิ่ง วอชิงตัน ดี.ซี. และบรัสเซลส์ เพื่อประสานงานระดับโลก

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (ภาษาญี่ปุ่น: 一般社団法人 日本自動車工業会; ภาษาอังกฤษ: Japan Automobile Manufacturers Association หรือ JAMA) เป็นสมาคมการค้าที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตมินาโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1967 เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ผู้ผลิตยานยนต์ในญี่ปุ่นได้แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและแนวทางการบริหารจัดการ

บทบาทและโครงสร้างองค์กร

ปัจจุบัน JAMA ประกอบด้วยบริษัทสมาชิก 14 แห่ง ซึ่งครอบคลุมการผลิตยานยนต์หลากหลายประเภท ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ องค์กรยังดูแลด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ในระดับสากล โดยบริษัทสมาชิกของ JAMA มีส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญในภูมิภาคสหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง

เพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุมทั่วโลก JAMA ได้จัดตั้งสำนักงานตัวแทนในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่:

  • สำนักงานปักกิ่ง (ประเทศจีน)
  • สำนักงานวอชิงตัน ดี.ซี. (สหรัฐอเมริกา)
  • สำนักงานบรัสเซลส์ (เบลเยียม) เพื่อดูแลตลาดในยุโรป

กรอบการประเมินความปลอดภัยสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ

เพื่อให้เกิดมาตรฐานกลางในการประเมินความปลอดภัยของระบบขับขี่อัตโนมัติ JAMA ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติ (Guidelines) สำหรับการประเมินความปลอดภัยของระบบขับขี่อัตโนมัติ (Automated Driving Systems - ADS) โดยเริ่มเผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2022

วัตถุประสงค์และพื้นฐาน

กรอบการทำงานนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มีโครงสร้างการโต้แย้งด้านความปลอดภัยที่โปร่งใสและสอดคล้องกันทางเทคนิค โดยมุ่งเน้นที่การสร้างมาตรฐานในการประเมินและตรวจสอบความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการพัฒนา ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ ไปจนถึงการประเมินผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาและยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน

JAMA มุ่งหวังให้แนวทางปฏิบัตินี้เป็นพื้นฐานสำหรับการกำหนดกฎระเบียบระหว่างประเทศและเป็นจุดอ้างอิงสำหรับโครงการความร่วมมือระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์

สถานการณ์จำลองเชิงฟังก์ชัน (Functional Scenarios)

กรอบการทำงานของ JAMA กำหนด "สถานการณ์จำลองเชิงฟังก์ชัน" ซึ่งเป็นสถานการณ์ในเชิงตรรกะหรือนามธรรมที่สามารถนำไปประยุกต์เป็นสถานการณ์จริงได้นับพันรูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่หลักตามองค์ประกอบของพฤติกรรมการขับขี่ ได้แก่:

  • การรบกวนด้านการรับรู้ (Perception disturbance): ปัจจัยที่ส่งผลต่อเซนเซอร์และการมองเห็น
  • การรบกวนด้านการจราจร (Traffic disturbance): พฤติกรรมของรถคันอื่นบนท้องถนน
  • การรบกวนด้านพลวัตของยานพาหนะ (Vehicle-dynamics disturbance): ปัจจัยด้านการควบคุมตัวรถ

ตั้งแต่เวอร์ชัน 3.0 เป็นต้นมา กรอบการทำงานนี้ได้กำหนดสถานการณ์จำลองที่แตกต่างกันถึง 58 รูปแบบ ซึ่งวิเคราะห์จากตัวแปรด้านเรขาคณิตของถนน (เช่น ทางตรง ทางแยก) พฤติกรรมของรถ (เช่น การรักษาเลน การเปลี่ยนเลน) และการกระทำของรถรอบข้าง (เช่น การเร่งความเร็ว การเลี้ยว หรือการกลับรถ) โดยในเวอร์ชัน 4.0 ได้มีการปรับปรุงรายละเอียด โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง (Vulnerable Road Users - VRUs) เช่น คนเดินเท้าและนักปั่นจักรยาน

ผลกระทบต่อมาตรฐานสากล

แม้ว่ากรอบการทำงานนี้จะถูกนำไปใช้โดยผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ก็ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนามาตรฐาน ISO 34502 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติในระดับสากล

คำถามที่พบบ่อย

JAMA คือองค์กรอะไร?

JAMA หรือสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น เป็นสมาคมการค้าที่รวบรวมผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและประสานงานด้านการบริหารจัดการในอุตสาหกรรมยานยนต์

สมาชิกของ JAMA ผลิตยานพาหนะประเภทใดบ้าง?

สมาชิกของ JAMA ผลิตยานพาหนะหลากหลายประเภท ไม่เพียงแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ด้วย

JAMA มีบทบาทอย่างไรในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ?

JAMA ได้สร้างกรอบการประเมินความปลอดภัยสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ (ADS) เพื่อให้ผู้ผลิตมีมาตรฐานในการตรวจสอบความปลอดภัยที่โปร่งใสและสอดคล้องกัน ซึ่งส่งผลต่อการกำหนดมาตรฐาน ISO ในระดับสากล