← กลับไปยังบทความทั้งหมด

จอห์น เอลเดอร์ วิศวกรผู้ปฏิวัติเครื่องยนต์ไอน้ำแบบคอมพาวด์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้บุกเบิกการใช้เครื่องยนต์ไอน้ำแบบคอมพาวด์ (Compound Engine) ซึ่งลดการใช้เชื้อเพลิงได้ 30-40%
  • ก่อตั้งบริษัท Randolph, Elder, & Co. ซึ่งต่อมากลายเป็นบริษัทต่อเรือและวิศวกรรมแฟร์ฟิลด์ (Fairfield Shipbuilding and Engineering Company)
  • ได้รับเลือกเป็นประธานสถาบันวิศวกรและผู้ต่อเรือในสกอตแลนด์ในปี 1869
  • ภรรยาของเขา (อิซาเบลลา เอลเดอร์) ได้ก่อตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์และสนับสนุนการศึกษาทางวิศวกรรมที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์

จอห์น เอลเดอร์ (John Elder) (8 มีนาคม 1824 – 17 กันยายน 1869) เป็นวิศวกรทางเรือและผู้ต่อเรือชาวสกอตแลนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการเดินเรือในศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะการนำเครื่องยนต์ไอน้ำแบบคอมพาวด์ (Compound Engine) มาใช้ ซึ่งทำให้เรือกลไฟมีความสามารถในการแข่งขันกับเรือใบในด้านประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและการขนส่งระยะไกล

ภาพพอร์ตเทรตของจอห์น เอลเดอร์
จอห์น เอลเดอร์ วิศวกรผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไอน้ำ

ประวัติและการศึกษา

จอห์น เอลเดอร์ เกิดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 1824 ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เป็นบุตรของเดวิด เอลเดอร์ (David Elder) วิศวกรโยธาผู้มีชื่อเสียง และเกรซ กิลรอย (Grace Gilroy) ครอบครัวของเขามีพื้นฐานทางช่างไม้ (Wrights) มาหลายชั่วอายุคน ซึ่งส่งผลให้เขามีทักษะและความสนใจในงานวิศวกรรมตั้งแต่เด็ก

เขาได้รับการศึกษาที่โรงเรียนมัธยมกลาสโกว์ (High School of Glasgow) โดยมีความโดดเด่นอย่างมากในวิชาคณิตศาสตร์และการเขียนแบบ หลังจากนั้นเขาได้เข้าฝึกงานเป็นเวลา 5 ปีกับ โรเบิร์ต เนเปียร์ (Robert Napier) วิศวกรชื่อดัง และได้ทำงานในโรงงานเครื่องยนต์ในอังกฤษช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกเขียนแบบในโรงงานของเนเปียร์

การดำเนินธุรกิจและการก่อตั้งบริษัท

ในปี 1852 เอลเดอร์ได้เข้าร่วมกับบริษัท Randolph, Elliott, & Co. ซึ่งเดิมเป็นบริษัทช่างเครื่องโรงงาน (Millwrights) และต่อมาในปี 1860 ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่การต่อเรือภายใต้ชื่อบริษัท Randolph, Elder, & Co.

หลังจากสิ้นสุดสัญญาหุ้นส่วนในปี 1868 จอห์น เอลเดอร์ ได้ดำเนินธุรกิจต่อเพียงผู้เดียวจนประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยบริษัทของเขามีการจ้างงานพนักงานถึง 4,000 คน ในช่วงปี 1868 ถึงปลายปี 1869 เขาสามารถผลิตชุดเครื่องยนต์ได้ 18 ชุด (กำลังรวม 6,110 แรงม้า) และต่อเรือได้ 14 ลำ (ระวางบรรทุกรวม 27,027 ตัน)

บริษัทนี้ต่อมาได้กลายเป็น บริษัทต่อเรือและวิศวกรรมแฟร์ฟิลด์ (Fairfield Shipbuilding and Engineering Company) ในปี 1886 ซึ่งเป็นหนึ่งในอู่ต่อเรือที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อเรือของสกอตแลนด์

นวัตกรรมเครื่องยนต์ไอน้ำแบบคอมพาวด์

ผลงานที่สำคัญที่สุดของเอลเดอร์คือการนำ เครื่องยนต์ไอน้ำแบบคอมพาวด์ (Compound Engine) มาใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นการรวมเครื่องยนต์แรงดันสูงและแรงดันต่ำเข้าด้วยกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความพยายามในการสร้างเครื่องยนต์ลักษณะนี้ แต่ส่วนใหญ่ล้มเหลวเนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคที่วิศวกรในสมัยนั้นไม่เข้าใจ

เอลเดอร์ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหานี้โดยใช้หลักการทางอุณหพลศาสตร์ (Thermodynamics) ส่งผลให้สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ถึงร้อยละ 30 ถึง 40 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ทำให้เรือกลไฟสามารถเดินทางระยะไกลได้โดยไม่ต้องบรรทุกถ่านหินจำนวนมหาศาล ทำให้การเดินเรือด้วยไอน้ำมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเรือใบในเชิงพาณิชย์

สิทธิบัตรและผลงานทางวิชาการ

เอลเดอร์ได้จดสิทธิบัตรการปรับปรุงเครื่องจักรทางเรือไว้มากมาย และได้นำเสนอผลงานทางวิชาการต่อสมาคมอังกฤษ (British Association) ในเมืองลีดส์ (1858), อาเบอร์ดีน (1859) และออกซฟอร์ด (1860) นอกจากนี้ ในปี 1868 เขาได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรือรบรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "เรือรบวงกลมพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบจม" (Circular Ships of War, with immersed motive power) ต่อสถาบัน United Service Institute ในลอนดอน

อนุสาวรีย์หรือภาพที่ระลึกถึงจอห์น เอลเดอร์
การรำลึกถึงผลงานของจอห์น เอลเดอร์ ในด้านวิศวกรรมทางเรือ

บั้นปลายชีวิตและมรดกทางปัญญา

จอห์น เอลเดอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 กันยายน 1869 ด้วยโรคตับแข็ง (Cirrhosis of the liver) ขณะเดินทางไปขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในลอนดอน ในขณะนั้นเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานสถาบันวิศวกรและผู้ต่อเรือในสกอตแลนด์ (Institution of Engineers and Shipbuilders in Scotland) แต่เสียชีวิตก่อนที่จะได้เข้ารับตำแหน่ง

หลังการเสียชีวิตของเขา อิซาเบลลา เอลเดอร์ (Isabella Elder) ภรรยาของเขา ได้อุทิศตนเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของสามี โดยการบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการศึกษาที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ รวมถึงการจัดตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมทางเรือและวิศวกรรมมหาสมุทร (John Elder Professorship of Naval Architecture and Ocean Engineering) และการก่อตั้งวิทยาลัยควีนมาร์กาเร็ต (Queen Margaret College)

นอกจากนี้ เธอยังได้สร้างสวนสาธารณะเอลเดอร์พาร์ค (Elder Park) ในเมืองโกแวน เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่สามี ซึ่งภายในสวนประกอบด้วยห้องสมุดท้องถิ่นและรูปปั้นของทั้งจอห์นและอิซาเบลลา เอลเดอร์

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องยนต์ไอน้ำแบบคอมพาวด์ของจอห์น เอลเดอร์ มีความสำคัญอย่างไร?

มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ 30-40% ทำให้เรือกลไฟสามารถเดินทางระยะไกลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้เรือไอน้ำสามารถแข่งขันกับเรือใบได้ในเชิงพาณิชย์

บริษัทของจอห์น เอลเดอร์ พัฒนาไปเป็นบริษัทใดในภายหลัง?

บริษัท Randolph, Elder, & Co. ของเขาได้พัฒนาไปเป็นบริษัทต่อเรือและวิศวกรรมแฟร์ฟิลด์ (Fairfield Shipbuilding and Engineering Company) ในปี 1886

อิซาเบลลา เอลเดอร์ มีบทบาทอย่างไรหลังการเสียชีวิตของสามี?

เธอได้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ จัดตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมทางเรือและวิศวกรรมมหาสมุทร และก่อตั้งวิทยาลัยควีนมาร์กาเร็ต รวมถึงสร้างสวนสาธารณะเอลเดอร์พาร์คเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่สามี