จอห์น มอร์ริล นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญยุคบริเตนสมัยใหม่ตอนต้น
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์บริเตนสมัยใหม่ตอนต้น (ค.ศ. 1500-1750) และสงครามกลางเมืองอังกฤษ
- พัฒนาแนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์ระดับท้องถิ่น (County Studies Approach) เพื่อวิเคราะห์การเมืองระดับชาติ
- ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์บริเตนและไอร์แลนด์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
- เป็นทั้งนักวิชาการระดับสูงและบาทหลวงในศาสนจักรโรมันคาทอลิก
จอห์น สตีเฟน มอร์ริล (John Stephen Morrill) เกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1946 เป็นนักประวัติศาสตร์ นักวิชาการ และบาทหลวงโรมันคาทอลิกชาวอังกฤษ ผู้มีชื่อเสียงโดดเด่นในการศึกษาประวัติศาสตร์การเมือง ศาสนา สังคม และวัฒนธรรมของบริเตนในยุคสมัยใหม่ตอนต้น (Early Modern Britain) ระหว่างปี ค.ศ. 1500 ถึง 1750 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์เหตุการณ์สงครามกลางเมืองอังกฤษ (English Civil War)
มอร์ริลเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการนำเสนอแนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์ระดับท้องถิ่น (County Studies Approach) ซึ่งเขาได้พัฒนาขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เพื่อให้เห็นภาพรวมของความขัดแย้งในระดับภูมิภาคที่ส่งผลต่อการเมืองระดับชาติ
ประวัติการศึกษาและการเริ่มต้นอาชีพ
มอร์ริลจบการศึกษาจากโรงเรียน Altrincham County Grammar ในมณฑลเชเชียร์ ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยตรีนิตี (Trinity College) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ในปี ค.ศ. 1964 โดยเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (BA) ในปี ค.ศ. 1967 และระดับปริญญาเอก (DPhil) ในปี ค.ศ. 1971
ในช่วงเริ่มต้นอาชีพวิชาการ มอร์ริลดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษและนักวิจัยในหลายสถาบัน ได้แก่:
- อาจารย์บรรยายวิชาประวัติศาสตร์ที่วิทยาลัยตรีนิตี มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (ค.ศ. 1970-1971)
- นักวิจัยระดับจูเนียร์ที่วิทยาลัยตรีนิตี (ค.ศ. 1971-1974)
- อาจารย์บรรยายที่วิทยาลัยเซนต์แคทเธอรีน (St Catherine's College) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (ค.ศ. 1973-1974)
- อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่มหาวิทยาลัยสเตอร์ลิง (University of Stirling) (ค.ศ. 1974-1975)
เส้นทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
ในปี ค.ศ. 1975 มอร์ริลย้ายมาปฏิบัติงานที่คณะประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิก (Fellow) ของวิทยาลัยเซลวิน (Selwyn College) โดยเขามีบทบาทสำคัญในการบริหารวิทยาลัยในหลายตำแหน่ง เช่น ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาประวัติศาสตร์ และรองเจ้าอาวาส (Vice-Master) ระหว่างปี ค.ศ. 1992-2001
ความก้าวหน้าทางวิชาการของเขาเห็นได้ชัดจากการได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น Reader ในปี ค.ศ. 1992 และก้าวขึ้นเป็นศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์บริเตนและไอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1998 จนกระทั่งเกษียณอายุจากการทำงานเต็มเวลาในปี ค.ศ. 2015 และได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณ (Professor Emeritus)
เกียรติประวัติและผลงานทางวิชาการ
มอร์ริลได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ British Academy (FBA) ในปี ค.ศ. 1995 และดำรงตำแหน่งรองประธานในช่วงปี ค.ศ. 2001-2009 นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ Royal Irish Academy และ Academy of Finland รวมถึงได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากหลายมหาวิทยาลัย
ในด้านการเผยแพร่ความรู้ มอร์ริลเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมครอมเวลล์ (Cromwell Association) เป็นเวลา 10 ปี เพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ และยุคสมัยของเขา ผลงานตีพิมพ์ของเขามีจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบหนังสือ บทความ และการพัฒนาชุดข้อมูลออนไลน์ เช่น การเป็นบรรณาธิการทั่วไปของ Bibliography of British and Irish History
บทบาทในศาสนจักร
นอกเหนือจากงานวิชาการ มอร์ริลมีความศรัทธาในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก โดยเขาได้รับศีลบวชเป็นสังฆานุกร (Permanent Deacon) ในปี ค.ศ. 1996 และต่อมาได้รับศีลบวชเป็นบาทหลวง (Priest) เมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2024 โดยพระสังฆราชปีเตอร์ คอลลินส์ แห่งสังฆมณฑลอีสต์แองเกลีย (Diocese of East Anglia)
ผลงานเขียนที่สำคัญ
มอร์ริลมีผลงานเขียนจำนวนมากที่ทรงอิทธิพลต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อังกฤษ เช่น:
- Revolt of the Provinces (1976) - วิเคราะห์บทบาทของกลุ่มอนุรักษนิยมและกลุ่มหัวก้าวหน้าในสงครามกลางเมืองอังกฤษ
- Charles I (1988) - เขียนร่วมกับ Christopher W. Daniels
- Oliver Cromwell and the English Revolution (1990) - การวิเคราะห์ตัวบุคคลและเหตุการณ์ปฏิวัติอังกฤษ
- The Nature of the English Revolution (1993) - การสำรวจลักษณะพื้นฐานของการปฏิวัติในอังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย
จอห์น มอร์ริล เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ช่วงเวลาใด?
เขาเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเมือง ศาสนา สังคม และวัฒนธรรมของบริเตนในยุคสมัยใหม่ตอนต้น ระหว่างปี ค.ศ. 1500 ถึง 1750 โดยเน้นที่สงครามกลางเมืองอังกฤษเป็นหลัก
แนวทางการศึกษาที่โดดเด่นของ จอห์น มอร์ริล คืออะไร?
เขาโดดเด่นในการใช้แนวทาง 'การศึกษาเชิงมณฑล' หรือ 'การศึกษาประวัติศาสตร์ระดับท้องถิ่น' (County Studies Approach) เพื่อทำความเข้าใจความขัดแย้งในระดับภูมิภาคที่ส่งผลต่อเหตุการณ์ระดับประเทศ
นอกจากงานด้านประวัติศาสตร์แล้ว จอห์น มอร์ริล มีบทบาทอื่นใดอีกบ้าง?
เขาเป็นบาทหลวงในศาสนจักรโรมันคาทอลิก โดยได้รับศีลบวชเป็นบาทหลวงเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2024
มอร์ริลมีความเกี่ยวข้องกับโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ อย่างไร?
เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ และเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมครอมเวลล์ (Cromwell Association) เป็นเวลา 10 ปี

