มูลนิธิจอห์น เอส. และเจมส์ แอล. ไนท์
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งครั้งแรกในปี 1940 ในชื่อกองทุนการศึกษาที่ระลึกชาร์ลส์ แอล. ไนท์
- มีเป้าหมายหลักในการสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก วารสารศาสตร์ และการพัฒนาชุมชน
- ได้รับเงินทุนมหาศาลจากการมอบหุ้นและทรัพย์สินของตระกูลไนท์ โดยเฉพาะจากจอห์น เอส. และเจมส์ แอล. ไนท์
- ปรับเปลี่ยนแนวทางการให้ทุนในศตวรรษที่ 21 เพื่อมุ่งเน้นนวัตกรรมสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ
มูลนิธิจอห์น เอส. และเจมส์ แอล. ไนท์ (John S. and James L. Knight Foundation) หรือที่รู้จักกันในชื่อ มูลนิธิไนท์ เป็นองค์กรการกุศลของสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการมอบทุนสนับสนุนในด้านศิลปะ วารสารศาสตร์ การวิจัย และการพัฒนาชุมชน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและส่งเสริมประสิทธิภาพของระบอบประชาธิปไตย
ประวัติและการก่อตั้ง
จุดเริ่มต้นของมูลนิธินี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1940 ในชื่อ กองทุนการศึกษาที่ระลึกชาร์ลส์ แอล. ไนท์ (Charles L. Knight Memorial Education Fund) เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของ ชาร์ลส์ แลนดอน ไนท์ อดีตผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ Akron Beacon Journal ที่เคยให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มนักศึกษาจนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1933
ต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1950 กองทุนดังกล่าวได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิไนท์ในรัฐโอไฮโอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานด้านการศึกษาและขยายขอบเขตการช่วยเหลือไปยังด้านศาสนา วิทยาศาสตร์ วรรณกรรม และการกุศลเพื่อประโยชน์สาธารณะ และในปี ค.ศ. 1993 ได้มีการจดทะเบียนใหม่ในชื่อ มูลนิธิจอห์น เอส. และเจมส์ แอล. ไนท์ ในรัฐฟลอริดา
การเติบโตและแหล่งเงินทุน
ในช่วงทศวรรษแรก มูลนิธิได้รับเงินสนับสนุนหลักจากบริษัทหนังสือพิมพ์ในเครือไนท์ (Knight Newspapers) และการบริจาคส่วนตัวจากจอห์น และเจมส์ ไนท์ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1965 เมื่อ คลารา แอล. ไนท์ มารดาของพี่น้องตระกูลไนท์ เสียชีวิตและมอบหุ้นของ Knight Newspapers จำนวน 180,000 หุ้น (มูลค่าขณะนั้นประมาณ 5.2 ล้านดอลลาร์) ให้แก่มูลนิธิ ทำให้มูลนิธิมีความเป็นอิสระทางการเงินจากบริษัทหนังสือพิมพ์มากขึ้น
ในปี ค.ศ. 1974 จอห์น เอส. ไนท์ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมโดยมอบทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้แก่มูลนิธิ ซึ่งรวมถึงหุ้นของ Knight-Ridder Newspapers กว่า 6.3 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อรักษาความมั่นคงของบริษัทและมูลนิธิในระยะยาว
ต่อมาในปี ค.ศ. 1991 เจมส์ ไนท์ ได้เสียชีวิตและมอบทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขาจำนวน 200 ล้านดอลลาร์ให้แก่มูลนิธิ ส่งผลให้มูลนิธิมีทรัพยากรจำนวนมหาศาลในการดำเนินโครงการระดับประเทศ
วิสัยทัศน์และการดำเนินงานในศตวรรษที่ 21
เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล มูลนิธิไนท์ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การให้ทุนเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อ โดยในปี ค.ศ. 2005 ภายใต้การนำของ อัลเบอร์โต อิบาร์เกน (Alberto Ibargüen) มูลนิธิได้ระงับการสร้างกองทุนสนับสนุนหลักสูตรวารสารศาสตร์ในรูปแบบเดิม และหันมาส่งเสริมการศึกษาด้านวารสารศาสตร์ที่ปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล
โครงการที่สำคัญ
- Knight News Challenge: การแข่งขันเปิดกว้างเพื่อระดมทุนให้แก่โครงการเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยปรับปรุงการเข้าถึงข่าวสารและข้อมูลของชุมชน
- การสนับสนุนด้านศิลปะและวัฒนธรรม: ในปี ค.ศ. 2008 มูลนิธิได้ลงทุน 60 ล้านดอลลาร์ในภาคส่วนวัฒนธรรมของฟลอริดาตอนใต้ รวมถึงโครงการ Knight Arts Challenge และการสนับสนุนสถาบันอย่าง Miami City Ballet
- การวิจัยด้านประชาธิปไตย: ร่วมมือกับสถาบัน Aspen Institute ในปี ค.ศ. 2008 เพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการว่าด้วยความต้องการข้อมูลของชุมชนในระบอบประชาธิปไตย (Knight Commission on the Information Needs of Communities in a Democracy) ซึ่งส่งผลต่อแผนบรอดแบนด์แห่งชาติของ FCC
- การศึกษา Soul of the Community: ร่วมกับ Gallup ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างความผูกพันทางอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยกับความมีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจของพื้นที่
คำถามที่พบบ่อย
มูลนิธิจอห์น เอส. และเจมส์ แอล. ไนท์ ก่อตั้งขึ้นเพื่ออะไร?
เริ่มต้นจากการเป็นกองทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาในเมืองแอครอน รัฐโอไฮโอ และต่อมาได้ขยายขอบเขตเป็นมูลนิธิที่สนับสนุนด้านศิลปะ วารสารศาสตร์ และการพัฒนาชุมชนเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย
มูลนิธิไนท์มีบทบาทอย่างไรต่อวงการวารสารศาสตร์ในยุคดิจิทัล?
มูลนิธิได้ปรับเปลี่ยนการให้ทุนโดยมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมดิจิทัลและการศึกษาด้านวารสารศาสตร์รูปแบบใหม่ แทนการสนับสนุนกองทุนแบบดั้งเดิม เพื่อให้สื่อสามารถปรับตัวเข้ากับความท้าทายของยุคอินเทอร์เน็ตได้
ใครคือผู้ก่อตั้งหลักของมูลนิธิ?
มูลนิธิถูกก่อตั้งโดยพี่น้องตระกูลไนท์ คือ จอห์น เอส. ไนท์ และ เจมส์ แอล. ไนท์ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของบิดา (ชาร์ลส์ แลนดอน ไนท์) ในการช่วยเหลือสังคม
มูลนิธิไนท์เน้นการทำงานในพื้นที่ใดเป็นพิเศษ?
มูลนิธิให้ความสำคัญกับ 'ชุมชนไนท์' (Knight communities) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พี่น้องตระกูลไนท์เคยจัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ รวมถึงการลงทุนอย่างมากในพื้นที่ฟลอริดาตอนใต้และไมอามี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ในปัจจุบัน

