เคเนธ มาร์ติน ลินด์เซย์ นักการเมืองและผู้ผลักดันเอกภาพยุโรป
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนสุดท้ายที่ได้รับเลือกตั้งด้วยระบบ Single Transferable Vote
- เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงศึกษาธิการ (Parliamentary Secretary to the Board of Education) ระหว่างปี 1937-1940
- เป็นผู้สนับสนุนแนวคิดการรวมตัวเป็นเอกภาพของยุโรปและเขียนหนังสือเกี่ยวกับสภายุโรป
เคเนธ มาร์ติน ลินด์เซย์ (Kenneth Martin Lindsay; 16 กันยายน ค.ศ. 1897 – 4 มีนาคม ค.ศ. 1991) เป็นนักการเมืองชาวสหราชอาณาจักร สังกัดพรรคแรงงาน (Labour Party) ก่อนจะย้ายไปร่วมกลุ่ม National Labour ซึ่งเป็นกลุ่มที่แยกตัวออกมา ลินด์เซย์มีความสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองอังกฤษในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) คนสุดท้ายที่ได้รับเลือกตั้งด้วยระบบการลงคะแนนแบบถ่ายโอนได้ (Single Transferable Vote)
ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
ลินด์เซย์เกิดที่ฟอเรสต์ฮิลล์ (Forest Hill) ทางตอนใต้ของลอนดอน เป็นบุตรของเสมียนในตลาดหลักทรัพย์ เขาเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมัธยมเซนต์โอเลฟส์ (St Olave's Grammar School) ในเซาท์วาร์ก และในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขาได้เข้าร่วมกองร้อยปืนใหญ่กิตติมศักดิ์ (Honourable Artillery Company) โดยเขาได้รับบาดเจ็บในการรบที่ยพร์ครั้งที่สาม (Third Battle of Ypres)
หลังจากสงคราม ลินด์เซย์เข้าศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่วิทยาลัยวูสเตอร์ (Worcester College) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ในช่วงเวลานี้เขาได้สร้างผลงานโดดเด่นหลายด้าน ทั้งการได้รับรางวัล 'Blue' จากการเล่นฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัย การร่วมก่อตั้งสโมสรแรงงานแห่งมหาวิทยาลัย (University Labour Club) และการดำรงตำแหน่งประธานของออกซฟอร์ด ยูเนียน (Oxford Union) ในปี ค.ศ. 1921–22
เส้นทางการทำงานและการเข้าสู่การเมือง
หลังจบการศึกษา ลินด์เซย์ได้รับทุนวิจัย Barnett ที่ทอยน์บีฮอลล์ (Toynbee Hall) และทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ในย่านอีสต์เอนด์ของลอนดอน ต่อมาในปี ค.ศ. 1929 เขาได้เข้าทำงานในหน่วยงานรัฐบาลที่ไวท์ฮอลล์ (Whitehall) โดยเริ่มจากสำนักงานเครือจักรภพ (Dominions Office) และในปี ค.ศ. 1931 เขาได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการทั่วไปขององค์กรวิจัย Political and Economic Planning ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น
ลินด์เซย์พยายามเข้าสู่เส้นทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ค.ศ. 1923 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเขตสเต็ปนีย์ (Stepney Borough Council) และดำรงตำแหน่งจนถึงปี ค.ศ. 1926 อย่างไรก็ตาม เขาประสบความล้มเหลวในการเลือกตั้งซ่อมเขตออกซฟอร์ดในปี ค.ศ. 1924 การเลือกตั้งทั่วไปเขตแฮร์โรว์ในปี ค.ศ. 1924 และเขตวูสเตอร์ในปี ค.ศ. 1929
บทบาทในสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อพรรคแรงงานเกิดการแตกแยกในปี ค.ศ. 1931 และนายกรัฐมนตรี แรมเซย์ แมคโดนัลด์ (Ramsay MacDonald) ได้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ (National Government) ร่วมกับพรรคอนุรักษนิยม ลินด์เซย์ได้ตัดสินใจติดตามแมคโดนัลด์เข้าสู่กลุ่ม National Labour
ในปี ค.ศ. 1933 ลินด์เซย์ชนะการเลือกตั้งซ่อมในเขตคิลมาร์น็อก (Kilmarnock) หลังจากที่ เครกี้ เอตชิสัน (Craigie Aitchison) ลาออกเพื่อไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา และเขาได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกครั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี ค.ศ. 1935 ลินด์เซย์ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล ดังนี้:
- Civil Lord of the Admiralty: ค.ศ. 1935–1937
- Parliamentary Secretary to the Board of Education: ค.ศ. 1937–1940
เขาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตคิลมาร์น็อกจนถึงปี ค.ศ. 1945 โดยได้แยกตัวออกจากกลุ่ม National Labour ในปี ค.ศ. 1943 เพื่อดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกอิสระ (National Independent)
ในการเลือกตั้งทั่วไปปี ค.ศ. 1945 ลินด์เซย์ไม่ได้ลงสมัครในเขตคิลมาร์น็อก แต่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกอิสระสำหรับมหาวิทยาลัยอังกฤษรวม (Combined English Universities) และดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเขตเลือกตั้งมหาวิทยาลัยถูกยกเลิกในการเลือกตั้งทั่วไปปี ค.ศ. 1950
งานหลังการเมืองและแนวคิดเอกภาพยุโรป
หลังจากพ้นจากตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎร ลินด์เซย์ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนและเผยแพร่แนวคิดเรื่องเอกภาพของยุโรป (European unity) อย่างกระตือรือร้น เขาได้เขียนหนังสือ Towards a European Parliament (ค.ศ. 1958) ซึ่งกล่าวถึงสภายุโรปและสมัชชาที่ปรึกษา และหนังสือ European Assemblies (ค.ศ. 1960) หลังจากที่เขาได้เป็นประธานในการประชุมที่กรุงเฮก
นอกจากนี้ ลินด์เซย์ยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสมาคมแองโกล-อิสราเอล (Anglo-Israel Association) ระหว่างปี ค.ศ. 1962 ถึง ค.ศ. 1973
คำถามที่พบบ่อย
เคเนธ มาร์ติน ลินด์เซย์ คือใคร?
เขาเป็นนักการเมืองชาวอังกฤษที่เคยสังกัดพรรคแรงงานและกลุ่ม National Labour และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่โดดเด่นในด้านการสนับสนุนเอกภาพยุโรป
ลินด์เซย์มีความสำคัญอย่างไรในด้านระบบการเลือกตั้ง?
เขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนสุดท้ายที่ได้รับเลือกตั้งด้วยระบบการลงคะแนนแบบถ่ายโอนได้ (Single Transferable Vote)
บทบาทของลินด์เซย์หลังพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองคืออะไร?
เขาอุทิศตนให้กับการผลักดันเอกภาพของยุโรปผ่านการเขียนหนังสือและการเป็นผู้อำนวยการสมาคมแองโกล-อิสราเอล
