การจัดการความรู้ หลักการและระบบการจัดระเบียบข้อมูลสารสนเทศ
สรุปใจความสำคัญ
- การจัดระเบียบความรู้ (KO) ครอบคลุมกิจกรรมการทำดัชนี การจำแนกประเภท และการบรรยายเอกสาร
- กระบวนการจัดการความรู้ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก: การสร้าง การนำไปใช้ และการแบ่งปัน
- แนวทาง Facet Analytic ของ Ranganathan เน้นการวิเคราะห์หัวข้อออกเป็น 'แฟเซต' แล้วสังเคราะห์กลับมาเป็นรหัสจำแนก
- ปัจจุบัน KO กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบที่ใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลางไปสู่การใช้เทคนิคทางอัลกอริทึมและ Big Data
การจัดระเบียบความรู้ (Knowledge Organization หรือ KO) หรือที่รู้จักในชื่อการจัดระเบียบสารสนเทศ เป็นสาขาวิชาทางปัญญาที่มุ่งเน้นกิจกรรมต่างๆ เช่น การบรรยายเอกสาร การทำดัชนี และการจำแนกประเภท เพื่อสร้างระบบการนำเสนอและจัดระเบียบสำหรับวัตถุทางความรู้และสารสนเทศ
ความสำคัญของการจัดระเบียบสารสนเทศ
ตามแนวคิดของ Joudrey และ Taylor การจัดระเบียบสารสนเทศทำหน้าที่ตรวจสอบกิจกรรมและเครื่องมือที่ใช้โดยผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่สะสมทรัพยากรสารสนเทศ (เช่น หนังสือ แผนที่ เอกสาร ชุดข้อมูล รูปภาพ) เพื่อให้มนุษย์สามารถเข้าถึงได้ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต กระบวนการเหล่านี้ช่วยให้ทรัพยากรต่างๆ สามารถค้นหาได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาไอเทมที่ระบุไว้ชัดเจนหรือการเรียกดูข้อมูลเพื่อค้นพบสิ่งที่มีประโยชน์
กระบวนการจัดการความรู้และการแบ่งปัน
การแบ่งปันความรู้เป็นส่วนสำคัญของการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการสามขั้นตอนที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ได้แก่:
- การสร้างความรู้ (Knowledge Creation): ผลลัพธ์จากความคิด การปฏิสัมพันธ์ และกิจกรรมของบุคคล ซึ่งรวมถึงการพัฒนาแนวคิดและการจัดระเบียบใหม่ๆ
- การนำความรู้ไปใช้ (Knowledge Implementation): การใช้ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing): ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคนสองคนหรือมากกว่าได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
การสร้างแรงจูงใจให้เพื่อนร่วมงานแบ่งปันความรู้เรียกว่า การส่งเสริมความรู้ (Knowledge Enabling) ซึ่งนำไปสู่ความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่เปิดกว้าง ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปได้อย่างราบรื่น
แนวทางเชิงทฤษฎีในการจัดระเบียบความรู้
แนวทางดั้งเดิม (Traditional Approaches)
บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของ KO ได้แก่ Melvil Dewey และ Henry Bliss โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:
- Melvil Dewey: มุ่งเน้นการสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในการจัดการคอลเลกชันของห้องสมุด เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในหลายๆ แห่ง
- Henry Bliss: เชื่อว่าการจำแนกประเภทห้องสมุดควรสะท้อนถึงระเบียบของธรรมชาติและความรู้ที่ถูกค้นพบโดยวิทยาศาสตร์
หลักการดั้งเดิมอื่นๆ ได้แก่ การใช้คำศัพท์ควบคุม (Controlled Vocabulary), กฎของ Cutter เกี่ยวกับความเฉพาะเจาะจง และหลักการจัดระเบียบจากระดับทั่วไปไปยังระดับเฉพาะเจาะจง
แนวทางวิเคราะห์แบบแฟเซต (Facet Analytic Approaches)
แนวทางนี้เริ่มต้นจากการตีพิมพ์ระบบการจำแนกประเภทแบบโคลอน (Colon Classification) ของ S. R. Ranganathan ในปี 1933 โดยใช้ระเบียบวิธีแบบ วิเคราะห์-สังเคราะห์ (Analytico-synthetic methodology) ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้:
- การวิเคราะห์ (Analysis): การย่อยหัวข้อแต่ละหัวข้อออกเป็นแนวคิดพื้นฐาน
- การสังเคราะห์ (Synthesis): การรวมหน่วยและแนวคิดที่เกี่ยวข้องเพื่ออธิบายเนื้อหาของสารสนเทศนั้นๆ
ในแนวทางนี้ หัวข้อจะถูกวิเคราะห์ออกเป็นหมวดหมู่ร่วมกันที่เรียกว่า "แฟเซต" (Facets) เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการจัดระเบียบข้อมูลที่ซับซ้อน
ความท้าทายในยุคปัจจุบัน
แนวทางดั้งเดิมที่ดำเนินการโดยบรรณารักษ์และผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา กำลังถูกท้าทายด้วยเทคนิคทางอัลกอริทึมและการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ซึ่งทำให้สาขาวิชา KO ต้องให้ความสำคัญกับทั้งกระบวนการจัดระเบียบความรู้ (Knowledge Organizing Processes - KOP) เช่น อนุกรมวิธาน (Taxonomy) และ ออนโทโลจี (Ontology) รวมถึงระบบการจัดระเบียบความรู้ (Knowledge Organizing Systems - KOS) ที่เกิดขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
การจัดระเบียบความรู้ (Knowledge Organization) คืออะไร?
คือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการบรรยายเอกสาร การทำดัชนี และการจำแนกประเภท เพื่อสร้างระบบที่ทำให้ข้อมูลและสารสนเทศสามารถค้นหาและเข้าถึงได้ง่าย
ความแตกต่างระหว่างแนวทางดั้งเดิมและแนวทางแฟเซตคืออะไร?
แนวทางดั้งเดิมมักเน้นการจัดระเบียบจากระดับทั่วไปไปสู่ระดับเฉพาะเจาะจงและใช้มาตรฐานกลาง ส่วนแนวทางแฟเซตเน้นการย่อยหัวข้อออกเป็นแนวคิดพื้นฐาน (วิเคราะห์) แล้วนำมารวมกันเพื่อบรรยายลักษณะของสารสนเทศ (สังเคราะห์)
การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) มีความสำคัญอย่างไรในองค์กร?
การแบ่งปันความรู้ช่วยลดการทำผิดซ้ำ การสิ้นเปลืองทรัพยากร และการทำโครงการที่ซ้ำซ้อน โดยสร้างความไว้วางใจและส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเปิดกว้าง
