เหมืองโคนิอัมโบ แหล่งนิกเกิลยักษ์ในนิวแคลิโดเนีย
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหนึ่งในเหมืองนิกเกิลที่มีเกรดแร่สูงสุดในโลก
- มีเจ้าของและผู้ควบคุมหลักเป็นชนพื้นเมืองชาวคานัก (ถือหุ้น 51%)
- ประสบปัญหาต้นทุนบานปลายจาก 5.3 พันล้านดอลลาร์ เป็น 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- หยุดการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 หลังจาก Glencore ถอนตัว
เหมืองโคนิอัมโบเป็นเหมืองเปิดขนาดใหญ่ที่ขุดเจาะแร่เลเทอไรต์ (laterite) ตั้งอยู่ในจังหวัดทางตอนเหนือของนิวแคลิโดเนีย โดยตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโวห์ (Voh) ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ
ประวัติความเป็นมา
ศตวรรษที่ 20
ในอดีต เหมืองโคนิอัมโบเคยถูกดำเนินงานโดยบริษัท Société Le Nickel (SLN) ซึ่งเป็นบริษัทของฝรั่งเศสที่ควบคุมการผลิตนิกเกิลกว่า 90% ในขณะนั้น แต่ต่อมาได้หยุดการดำเนินงานลง โดยในยุคนั้นมีการใช้แรงงานแบบพันธสัญญาจากเวียดนามและประเทศอื่นๆ ซึ่งต้องทำงานภายใต้สภาวะที่ยากลำบาก
ศตวรรษที่ 21
ในช่วงทศวรรษ 1990 เริ่มมีการหารือเรื่องการขยายการทำเหมืองบนที่ราบสูงโคนิอัมโบ หลังจากมีการตกลงให้ความเป็นอิสระทางการเมืองแก่จังหวัดทางตอนเหนือ ซึ่งนำโดยชาวคานัก (Kanak) เพื่อให้ชาวคานักมีโครงการอุตสาหกรรมที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาฝรั่งเศส
การลงนามใน 'ข้อตกลงเบอร์ซี' (Bercy Agreements) ในปี 1998 นำไปสู่การพัฒนาโครงการนี้ โดยมีการสร้างท่าเรือใหม่ โรงไฟฟ้า และสายพานลำเลียงแร่ยาว 11 กิโลเมตรจากเหมืองไปยังโรงถลุงแร่
การดำเนินงานและโครงสร้างการถือหุ้น
โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง Société minière du sud Pacifique (SMSP) ของจังหวัดทางตอนเหนือ และบริษัท Xstrata (ซึ่งต่อมาถูกควบรวมโดย Glencore) โดยจังหวัดทางตอนเหนือถือหุ้น 51% ทำให้เหมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเหมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีเจ้าของและผู้ควบคุมเป็นชนพื้นเมืองเป็นส่วนใหญ่
ข้อมูลทางเทคนิคและการผลิต
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปริมาณสำรองแร่ | ประมาณ 151 ล้านตัน (เกรดนิกเกิล 2.58%) |
| ผลผลิตสุดท้าย | เฟอร์โรนิกเกิล (Ferronickel) |
| กำลังการผลิต | ประมาณ 176,000 ตันต่อปี |
| อายุการใช้งานเหมือง | คาดการณ์ไว้ 25 ปี |
แร่ถูกนำส่งผ่านสายพานลำเลียงไปยังโรงถลุงแร่ที่เมืองวาวูโต (Vavouto) และผลผลิตสุดท้ายจะถูกบรรจุในถุงขนาด 2 ตันเพื่อส่งออกผ่านท่าเรือน้ำลึกส่วนตัวที่สร้างขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
ความท้าทายและสถานะปัจจุบัน
แม้ว่าโครงการนี้จะเริ่มต้นการผลิตในปี 2014 แต่กลับประสบปัญหาหลายประการ ทั้งราคาตลาดของนิกเกิลที่ตกต่ำ และปัญหาทางเทคนิคในโรงถลุงแร่ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ โดยงบประมาณเริ่มแรก 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายปี 2023
ในเดือนกันยายน 2023 บริษัท Glencore ประกาศแผนที่จะถอนตัวจากการดำเนินงาน เนื่องจากผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน และในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 การผลิตได้หยุดลงอย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งแรงงานต่างชาติได้เดินทางออกจากพื้นที่ และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการหาผู้ประมูลหุ้น 49% ของบริษัท
คำถามที่พบบ่อย
เหมืองโคนิอัมโบผลิตอะไรเป็นหลัก?
ผลิตเฟอร์โรนิกเกิล (Ferronickel) ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างเหล็กและนิกเกิล
ใครเป็นเจ้าของเหมืองโคนิอัมโบ?
เป็นการร่วมทุนระหว่าง SMSP ของจังหวัดทางตอนเหนือของนิวแคลิโดเนีย (ถือหุ้น 51%) และบริษัท Glencore (เดิมคือ Xstrata) ซึ่งถือหุ้น 49%
ทำไมการผลิตที่เหมืองโคนิอัมโบถึงหยุดลงในปี 2024?
เนื่องจากราคาตลาดของนิกเกิลที่ตกต่ำและปัญหาทางเทคนิคในโรงถลุงแร่ ทำให้การดำเนินงานไม่ยั่งยืนและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนสำหรับผู้ถือหุ้นของ Glencore