สมาคมโบราณคดีเกาหลี ศูนย์กลางการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในรูปแบบปัจจุบันจากการรวมตัวของนักวิชาการในปี ค.ศ. 1976 และใช้ชื่อปัจจุบันในปี ค.ศ. 1986
- ตีพิมพ์วารสารวิชาการ Hanguk Gogo-Hakbo ซึ่งเป็นวารสารหลักทางโบราณคดีของเกาหลีใต้
- มีบทบาทสำคัญในการผลักดันรัฐบาลเกาหลีใต้ให้อนุรักษ์และปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
สมาคมโบราณคดีเกาหลี เป็นสมาคมวิชาชีพและสมาคมทางวิชาการของเหล่านักโบราณคดีในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาค้นคว้าและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยมีการจัดทำวารสารวิชาการที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed) ในชื่อ Journal of the Korean Archaeological Society (ภาษาเกาหลี: 韓國考古學報; RR: Hanguk Gogo-Hakbo) ซึ่งถือเป็นวารสารทางโบราณคดีระดับมาตรฐานของเกาหลีใต้ เทียบเท่ากับวารสารระดับโลกอย่าง American Antiquity หรือ Antiquity นอกจากนี้ สมาคมยังมีการจัดประชุมวิชาการระดับชาติเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
จุดเริ่มต้นและการก่อตั้ง
รากฐานของสมาคมมีมาตั้งแต่ช่วงที่การศึกษาโบราณคดีเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นเกาหลี หลังจากสิ้นสุดการปกครองของญี่ปุ่น (ค.ศ. 1910–1945) โดยมีองค์กรที่เป็นต้นแบบ เช่น สมาคมประวัติศาสตร์ศิลปะเกาหลี (Hanguk Misulsa Hakhoe) และสมาคมโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณเกาหลี (Gogo Misul Donginhoe) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1961
การก่อตั้งในยุคบุกเบิก
ในปี ค.ศ. 1967 นายคิม เจ-วอน ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี พร้อมด้วยกลุ่มนักวิชาการ เช่น คิม วอน-ยง และ คิม จอง-กี ได้ก่อตั้งสมาคมวิชาการขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการเผยแพร่ผลการขุดค้นทางโบราณคดีในเกาหลี และได้ตีพิมพ์วารสาร Archaeology (Gogohak) ฉบับแรกในปี ค.ศ. 1968 ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มของ นายคิม กี-อุง จากมหาวิทยาลัยดงอา ที่ก่อตั้งสมาคมโบราณคดีเกาหลี (Hanguk Gogohak Hyeophoe) ขึ้นมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
การรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1976 เมื่อนายคิม วอน-ยง และนักวิชาการอีก 38 ท่าน ได้ประชุมร่วมกันที่มหาวิทยาลัยเกาหลี เพื่อก่อตั้งสมาคมในรูปแบบปัจจุบัน โดยใช้ชื่อว่า Society of Korean Archaeological Studies (Hanguk Gogohak Yeongu Hakhoe) และได้ยุบรวมสมาคมโบราณคดีเกาหลีเดิมเข้าด้วยกัน โดยมีนายคิม วอน-ยง ดำรงตำแหน่งประธานคนแรก และเริ่มตีพิมพ์วารสาร Hanguk Gogo-Hakbo อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1986 สมาคมจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมโบราณคดีเกาหลี (Korean Archaeological Society) ดังที่ใช้ในปัจจุบัน
โครงสร้างและการบริหารงาน
สมาคมโบราณคดีเกาหลีใช้ระบบการบริหารแบบหมุนเวียน โดยจะมีภาควิชาในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต่างๆ เป็นเจ้าภาพในการดำเนินงานเป็นระยะเวลาประมาณ 1-2 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกหลายพันคน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสามัญ (ศาสตราจารย์, อาจารย์, นักวิจัย) และสมาชิกนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดมหาวิทยาลัยทั่วโลกที่สมัครสมาชิกในนามสถาบันเพื่อเข้าถึงวารสารวิชาการของสมาคม
บทบาททางสังคมและวิชาการ
- การผลักดันนโยบาย: สมาคมมีบทบาทสำคัญในการล็อบบี้รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของเกาหลีใต้ในประเด็นการอนุรักษ์และปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม
- การพัฒนาบุคลากร: จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการทางวิชาชีพสำหรับนักโบราณคดีในเกาหลีใต้เป็นระยะ
- ความร่วมมือระหว่างประเทศ: มีสมาชิกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือทางวิชาการระหว่างนักโบราณคดีของทั้งสองประเทศ
วิวัฒนาการของวารสารวิชาการ
วารสาร Hanguk Gogo-Hakbo ได้มีการพัฒนาเนื้อหาตามยุคสมัย ดังนี้:
| ช่วงเวลา | จุดเน้นของเนื้อหา | ยุคสมัยที่ศึกษา |
|---|---|---|
| จนถึงทศวรรษ 1990 | เน้นประวัติศาสตร์โบราณและโบราณคดีเชิงประวัติศาสตร์ | ยุคสามอาณาจักร (Three Kingdoms Period) |
| 15 ปีล่าสุด | ขยายขอบเขตการขุดค้นทั้งเชิงวิชาการและเพื่อการกู้คืน | ตั้งแต่ยุคหินเก่า (Palaeolithic), ยุคชุลมุน (Jeulmun), ยุคมูมุน (Mumun) ไปจนถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย |
คำถามที่พบบ่อย
สมาคมโบราณคดีเกาหลีคืออะไร?
เป็นสมาคมวิชาชีพของนักโบราณคดีในเกาหลีใต้ที่มุ่งเน้นการศึกษา วิจัย และเผยแพร่ความรู้ทางโบราณคดีผ่านวารสารวิชาการและการประชุมระดับชาติ
วารสารหลักของสมาคมมีชื่อว่าอะไรและมีความสำคัญอย่างไร?
วารสารมีชื่อว่า Journal of the Korean Archaeological Society (Hanguk Gogo-Hakbo) ซึ่งเป็นวารสารที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญทางโบราณคดีของเกาหลีใต้
เนื้อหาในวารสารของสมาคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรตามกาลเวลา?
ในอดีตจะเน้นหนักที่ยุคสามอาณาจักร แต่ในปัจจุบันได้ขยายขอบเขตครอบคลุมตั้งแต่ยุคหินเก่า ยุคหินใหม่ (Jeulmun) ยุคหินใหม่ตอนปลาย (Mumun) ไปจนถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์
