ลอว์เรนซ์ คอลเบิร์น วีรบุรุษผู้หยุดยั้งการสังหารหมู่ที่มี่ลาย
สรุปใจความสำคัญ
- ลอว์เรนซ์ คอลเบิร์น เป็นพลปืนประจำเฮลิคอปเตอร์ OH-23 Raven ในสงครามเวียดนาม
- เขาร่วมกับ ฮิวจ์ ทอมป์สัน และ กลินน์ แอนดรีออตตา ในการข่มขู่จะยิงทหารอเมริกันเพื่อปกป้องพลเรือนชาวเวียดนาม
- เขาได้รับเหรียญ Soldier's Medal หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 30 ปี เพื่อยกย่องความกล้าหาญทางจริยธรรม
ลอว์เรนซ์ แมนลีย์ คอลเบิร์น (Lawrence Manley Colburn; 6 กรกฎาคม 1949 – 13 ธันวาคม 2016) เป็นอดีตทหารกองทัพบกสหรัฐฯ ผู้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญในฐานะพลปืนประจำเฮลิคอปเตอร์ในช่วงสงครามเวียดนาม โดยเขาได้ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมเข้าแทรกแซงเพื่อหยุดยั้งการสังหารพลเรือนในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่มี่ลาย (Mỹ Lai massacre) เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 1968

ประวัติส่วนตัวและการเข้ารับราชการทหาร
คอลเบิร์นเกิดที่เมืองคูลี แดม รัฐวอชิงตัน และเติบโตที่เมืองเมาท์ เวอร์นอน โดยเป็นบุตรของพ่อซึ่งเป็นผู้รับเหมาและเป็นทหารผ่านศึกจากสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเข้ารับราชการในกองทัพบกสหรัฐฯ เมื่ออายุ 17 ปี ในปี 1966 หลังจากลาออกจากโรงเรียนมัธยมเมาท์ เวอร์นอน
เขาได้รับการฝึกที่ฟอร์ต ลูอิส และฟอร์ต โพลก ก่อนจะถูกส่งไปยังฟอร์ต ชาฟเตอร์ ในฮาวาย ซึ่งที่นั่นเขาได้สำเร็จการศึกษาระดับ GED ก่อนจะถูกส่งตัวไปยังเวียดนามใต้ในเดือนธันวาคม 1967
ในเวียดนามใต้ คอลเบิร์นดำรงตำแหน่งเป็นพลปืนประจำประตู (door-gunner) ประจำเฮลิคอปเตอร์สังเกตการณ์รุ่น OH-23 Raven สังกัดกองร้อยเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่ 161 (ต่อมาปรับโครงสร้างเป็นกองพันการบินที่ 123) โดยปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับหัวหน้าทีม กลินน์ แอนดรีออตตา (Glenn Andreotta) และนักบิน ฮิวจ์ ทอมป์สัน จูเนียร์ (Hugh Thompson Jr.)
บทบาทในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่มี่ลาย
ในเช้าวันที่ 16 มีนาคม 1968 ระหว่างการบุกหมู่บ้านมี่ลาย 4 ของกองร้อยชาร์ลี กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 20 สังกัดกองพล Americal คอลเบิร์นและทีมงานสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อไม่พบการยิงตอบโต้จากศัตรูในพื้นที่ที่คาดว่าเป็นฐานที่มั่นของเวียดกง
เมื่อบินกลับมายังพื้นที่มี่ลายอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 09:00 น. ทีมงานพบว่าพลเรือนที่พวกเขาเคยทำเครื่องหมายไว้ว่าได้รับบาดเจ็บกลับเสียชีวิตทั้งหมด นอกจากนี้ พวกเขายังเห็นกัปตัน เออร์เนสต์ เมดินา (Ernest Medina) ผู้บังคับกองร้อยชาร์ลี ยิงสังหารหญิงชาวเวียดนามที่ได้รับบาดเจ็บ
ฮิวจ์ ทอมป์สัน ได้วิทยุแจ้งเตือนว่ามีการสังหารพลเรือนอย่างไม่จำเป็นเกิดขึ้น และเมื่อพบกลุ่มพลเรือนประมาณ 10 คน รวมถึงเด็กๆ ที่กำลังหนีไปยังหลุมหลบภัย ทอมป์สันได้นำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดกั้นระหว่างทหารอเมริกันกับชาวบ้าน
ในขณะนั้น ทอมป์สันได้สั่งให้คอลเบิร์นและแอนดรีออตตาเตรียมพร้อมยิงปืนกล M60 เข้าใส่ทหารอเมริกันด้วยกันเอง หากทหารเหล่านั้นพยายามจะสังหารพลเรือนหรือทำร้ายทอมป์สัน โดยคอลเบิร์นตอบรับคำสั่งนี้ด้วยความเด็ดเดี่ยวว่า "รับทราบครับหัวหน้า จัดการให้แน่นอน" แม้ว่าในใจเขาจะมีความลังเลว่าตนเองจะสามารถยิงเพื่อนร่วมชาติได้จริงหรือไม่ แต่เขาก็ได้หันอาวุธเข้าหาทหารอเมริกันเพื่อเป็นการข่มขู่และปกป้องพลเรือน
หลังจากนั้น ทีมของทอมป์สันได้ช่วยเหลือพลเรือน 11 คนออกจากหลุมหลบภัย และช่วยเด็กชายชื่อ โด บา (Do Ba) ออกจากคูน้ำที่เต็มไปด้วยศพพลเรือนประมาณ 100 ร่าง ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาลในจังหวัดกว๋างงาย
การยกย่องและเกียรติยศ
การกระทำของลอว์เรนซ์ คอลเบิร์น, ฮิวจ์ ทอมป์สัน และกลินน์ แอนดรีออตตา ได้รับการยอมรับว่าเป็นความกล้าหาญทางจริยธรรมอย่างสูง เนื่องจากเป็นการเผชิญหน้ากับกองทัพของตนเองเพื่อปกป้องชีวิตมนุษย์
หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปถึง 30 ปี ทั้งสามคนได้รับมอบเหรียญ Soldier's Medal ซึ่งเป็นเหรียญเกียรติยศสูงสุดสำหรับความกล้าหาญที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ เพื่อเป็นการยกย่องวีรกรรมในการหยุดยั้งการสังหารหมู่ที่มี่ลาย
คำถามที่พบบ่อย
ลอว์เรนซ์ คอลเบิร์น ทำอะไรในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่มี่ลาย?
เขาเป็นพลปืนประจำเฮลิคอปเตอร์ที่ร่วมกับนักบิน ฮิวจ์ ทอมป์สัน ในการนำเครื่องลงจอดกั้นระหว่างทหารอเมริกันกับพลเรือน และเตรียมพร้อมที่จะยิงทหารอเมริกันด้วยกันเองเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสังหารพลเรือนชาวเวียดนามต่อไป
คอลเบิร์นได้รับรางวัลอะไรจากการกระทำนี้?
เขาได้รับเหรียญ Soldier's Medal ซึ่งเป็นเหรียญเกียรติยศสำหรับความกล้าหาญในสถานการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ
คอลเบิร์นปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานใดในช่วงสงครามเวียดนาม?
เขาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลปืนประจำประตู (door-gunner) สังกัดกองร้อยเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่ 161 (ต่อมาคือกองพันการบินที่ 123)

