ไลชท์ทรากทอร์ รถถังทดลองยุคเริ่มต้นของเยอรมนี
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นรถถังทดลองที่พัฒนาขึ้นอย่างลับๆ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของสนธิสัญญาแวร์ซาย
- มีการทดสอบประสิทธิภาพในสหภาพโซเวียตภายใต้สนธิสัญญาแรปัลโล ณ ศูนย์ Kama ใกล้เมืองคาซาน
- เป็นรากฐานทางเทคโนโลยีที่นำไปสู่การสร้างรถถัง Panzer I
ไลชท์ทรากทอร์ (Leichttraktor หรือรหัส Vs.Kfz.31) เป็นรถถังทดลองของประเทศเยอรมนีที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นในช่วงระหว่างสงครามโลก (Interwar Period) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรถถังในยุคที่เยอรมนีถูกจำกัดการสร้างอาวุธทางทหาร
ประวัติและการพัฒนาภายใต้โครงการลับ
ภายหลังการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 1 เยอรมนีถูกจำกัดสิทธิในการพัฒนาอาวุธทางทหารอย่างเข้มงวดตามข้อตกลงในสนธิสัญญาแวร์ซาย (Treaty of Versailles) เพื่อป้องกันการสะสมกำลังรบ อย่างไรก็ตาม กองทัพเยอรมันได้เริ่มโครงการพัฒนาอาวุธลับโดยใช้ชื่อรหัสว่า "Traktor" เพื่อปกปิดวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการสร้างรถถัง
การออกแบบ Leichttraktor มีลักษณะเด่นคือการติดตั้งเครื่องยนต์ไว้ที่ส่วนหน้าของตัวถัง และมีป้อมปืนติดตั้งอยู่เหนือห้องต่อสู้ที่ส่วนท้ายของรถถัง ในช่วงการพัฒนา มีบริษัทผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่สองรายคือ ไรน์เมทัล (Rheinmetall) และ ครุปป์ (Krupp) ที่ได้สร้างรถถังต้นแบบขึ้นมา โดยมีความแตกต่างที่สำคัญในระบบช่วงล่าง ซึ่งรุ่นของครุปป์ใช้ระบบสปริงขด (Coil spring) ในขณะที่รุ่นของไรน์เมทัลใช้ระบบแหนบ (Leaf spring)

การทดสอบในสหภาพโซเวียต
เพื่อให้พ้นจากการตรวจสอบของนานาชาติ เยอรมนีได้ทำข้อตกลงลับกับสหภาพโซเวียตภายใต้สนธิสัญญาแรปัลโล (Treaty of Rapallo) ปี 1922 ซึ่งอนุญาตให้เยอรมนีสามารถทดสอบอาวุธในดินแดนของโซเวียตได้
ระหว่างปี 1926 ถึง 1933 ได้มีการจัดตั้งศูนย์ทดสอบและฝึกอบรมรถถังชื่อว่า Panzertruppenschule Kama ใกล้กับเมืองคาซาน (Kazan) ในสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นพื้นที่ทดสอบร่วมกันระหว่างกองทัพแดง (Red Army) และกองทัพไรชส์แวร์ (Reichswehr) ชื่อรหัส "Kama" มาจากการผสมคำว่า Kazan และ Malbrandt ซึ่งเป็นชื่อของพันโท Malbrandt ผู้ได้รับมอบหมายให้เลือกสถานที่ทดสอบแห่งนี้
บทบาทและมรดกทางเทคโนโลยี
แม้ว่าชื่อ Leichter Traktor (แปลว่า "รถแทรกเตอร์เบา") จะถูกใช้เป็นชื่อบังหน้าสำหรับรถถังขนาดกลางทั้งสามแบบที่ผลิตขึ้นในโครงการนี้ และต่อมาคำสั่งซื้อรถถังจำนวน 289 คันจากแบบของไรน์เมทัลจะถูกยกเลิกไป แต่โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์
ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 รถถังเหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นรถถังฝึกหัด แม้จะไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการรบจริง แต่ประสบการณ์ที่ได้รับจากการออกแบบและทดสอบ Leichttraktor ได้สร้างความเข้าใจพื้นฐานในการสร้างรถถังให้กับเยอรมนี ซึ่งก่อนหน้านั้นเยอรมนีมีเพียงรถถัง A7V รุ่นเดียวเท่านั้น ความรู้เหล่านี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา Panzer I ซึ่งเป็นรถถังหลักรุ่นแรกๆ ของกองทัพเยอรมันในเวลาต่อมา
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Leichttraktor ถึงต้องใช้ชื่อว่า 'รถแทรกเตอร์'?
เพื่อเป็นการปกปิดวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการพัฒนาอาวุธทางทหาร เนื่องจากสนธิสัญญาแวร์ซายห้ามเยอรมนีสร้างรถถังหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
บริษัทใดบ้างที่มีส่วนร่วมในการสร้างรถถังรุ่นนี้?
บริษัท Rheinmetall และ Krupp โดยทั้งสองบริษัทได้สร้างรถถังต้นแบบที่มีระบบช่วงล่างแตกต่างกัน
Leichttraktor ได้ถูกนำไปใช้ในการรบจริงหรือไม่?
ไม่ รถถังรุ่นนี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการรบจริง แต่ถูกใช้เป็นรถถังฝึกหัดในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2
การทดสอบในสหภาพโซเวียตมีความสำคัญอย่างไร?
ช่วยให้เยอรมนีสามารถทดสอบและฝึกฝนการใช้รถถังในสภาพแวดล้อมจริงได้โดยไม่ถูกตรวจพบโดยมหาอำนาจตะวันตก
Leichttraktor ส่งผลต่อการพัฒนารถถังรุ่นต่อมาอย่างไร?
ประสบการณ์จากการพัฒนาและทดลองรุ่นนี้ทำให้เยอรมนีมีความรู้ในการสร้างรถถัง ซึ่งนำไปสู่การออกแบบและผลิต Panzer I ในเวลาต่อมา


