ลอสต์โคฟ เมืองร้างในหุบเขาแห่งนอร์ทแคโรไลนา
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งโดยมอร์แกน เบลีย์ ในช่วงก่อนสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ
- เคยรุ่งเรืองจากอุตสาหกรรมไม้ การรถไฟ และการกลั่นเหล้าเถื่อน
- ถูกทิ้งร้างอย่างสมบูรณ์ในปี 1957 หลังจากทางรถไฟหยุดให้บริการและไม่มีการสร้างถนนเข้าถึง
- เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 2007 ทำลายสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ในเมือง
ลอสต์โคฟ (Lost Cove) เป็นเมืองร้างที่ตั้งอยู่ในเทศมณฑลแยงซี (Yancey County) รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา โดยตั้งอยู่ในบริเวณป็อปลา กอร์จ (Poplar Gorge) เหนือแม่น้ำโนลิชัคกี (Nolichucky River) บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐเทนเนสซีและรัฐนอร์ทแคโรไลนา

การก่อตั้งและยุครุ่งเรือง
ลอสต์โคฟถูกตั้งถิ่นฐานครั้งแรกโดย มอร์แกน เบลีย์ (Morgan Bailey) ทหารจากกองทหารม้าที่ 3 แห่งนอร์ทแคโรไลนา (3rd North Carolina Mounted Infantry) ในช่วงก่อนสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด เมืองนี้มีประชากรประมาณ 100 คน ประกอบด้วยบ้านเรือน 13 ถึง 15 หลัง โรงเลื่อยสองแห่ง สุสาน และโบสถ์ฟรีวิลล์แบปทิสต์ (Free Will Baptist church) ชื่อว่า ทิปตัน แชพเพิล (Tipton Chapel) ซึ่งทำหน้าที่เป็นโรงเรียนของชุมชนด้วย
อุตสาหกรรมไม้และการรถไฟ
แม้จะก่อตั้งขึ้นในช่วงสงครามกลางเมือง แต่ลอสต์โคฟเริ่มมีความมั่งคั่งเมื่ออุตสาหกรรมไม้ทำให้เมืองนี้กลายเป็นจุดจอดที่สำคัญของทางรถไฟ เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตภูเขาและใกล้กับป่าสงวนแห่งชาติพิสกาห์ (Pisgah National Forest) ทำให้เป็นแหล่งทรัพยากรไม้ที่อุดมสมบูรณ์ รายได้จากอุตสาหกรรมไม้และการรถไฟยังเป็นทุนสำคัญในการสร้างโรงเรียนในเมือง
อย่างไรก็ตาม เมื่อทรัพยากรไม้เริ่มลดน้อยลง ทางรถไฟจึงยกเลิกการให้บริการจุดจอดที่ลอสต์โคฟเพื่อเปลี่ยนไปเน้นอุตสาหกรรมอื่น เช่น ถ่านหิน ส่งผลให้เศรษฐกิจหลักของเมืองทรุดตัวลง
เศรษฐกิจนอกกฎหมาย การกลั่นเหล้าเถื่อน
การกลั่นเหล้าเถื่อน (Moonshine) เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของเศรษฐกิจในลอสต์โคฟ บางครอบครัวกลั่นเพื่อใช้เอง ในขณะที่บางส่วนผลิตเพื่อขายหรือแลกเปลี่ยนกับชาวเมืองใกล้เคียงและผู้ที่เดินทางผ่านทางรถไฟ
ปัจจัยที่ทำให้การกลั่นเหล้าเถื่อนในลอสต์โคฟประสบความสำเร็จคือความโดดเดี่ยวของพื้นที่และตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่บนเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างรัฐเทนเนสซีและนอร์ทแคโรไลนา ทำให้เจ้าหน้าที่ในสมัยนั้นเกิดความสับสนเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลในการเข้าจับกุม ส่งผลให้ผู้กลั่นเหล้าเถื่อนสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างสะดวก

การเสื่อมถอยและการทิ้งร้าง
เมื่อเศรษฐกิจจากไม้และการรถไฟล่มสลาย ชาวเมืองได้พยายามเรียกร้องให้มีการสร้างถนนเข้าสู่ลอสต์โคฟเพื่อแก้ปัญหาความโดดเดี่ยว แต่คำขอถูกปฏิเสธโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ทำให้ผู้คนค่อยๆ ย้ายออกไปจนกระทั่งครอบครัวสุดท้ายได้ออกจากเมืองในปี 1957
ในปี 2007 เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่เผาทำลายสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ในเมืองจนหมดสิ้น ปัจจุบันลอสต์โคฟยังคงเปิดให้ผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าเข้าไปเยี่ยมชม โดยจุดที่น่าสนใจคือสุสานประจำเมือง ซากรถเชฟโรเลตของสวิน มิลเลอร์ (Swin Miller) ที่จอดทิ้งไว้ในร่องน้ำ และบ้านที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียง 3 หลัง
คำถามที่พบบ่อย
ลอสต์โคฟตั้งอยู่ที่ไหน?
ลอสต์โคฟตั้งอยู่ในป็อปลา กอร์จ เทศมณฑลแยงซี รัฐนอร์ทแคโรไลนา บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐเทนเนสซีและนอร์ทแคโรไลนา
ทำไมลอสต์โคฟถึงกลายเป็นเมืองร้าง?
สาเหตุหลักเกิดจากความโดดเดี่ยวของพื้นที่ การลดลงของทรัพยากรไม้ที่ทำให้ทางรถไฟหยุดให้บริการ และการที่รัฐปฏิเสธที่จะสร้างถนนเข้าสู่เมือง ทำให้เศรษฐกิจล่มสลายและประชากรย้ายออก
ในอดีตลอสต์โคฟมีอาชีพอะไรเป็นหลัก?
อาชีพหลักคือการทำไม้ การทำงานในทางรถไฟ การเกษตร และการกลั่นเหล้าเถื่อน
ปัจจุบันยังมีอะไรหลงเหลืออยู่ในลอสต์โคฟบ้าง?
ปัจจุบันมีบ้านหลงเหลืออยู่ 3 หลัง สุสานประจำเมือง และซากรถเชฟโรเลตเก่าในร่องน้ำ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ไปในปี 2007

