← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบห้องสมุดสาธารณะเคาน์ตีลูดัน

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1973 โดยเริ่มต้นจากสาขา Purcellville และ Sterling
  • เป็นระบบห้องสมุดแห่งที่ 3 ในรัฐเวอร์จิเนียที่ยกเลิกค่าปรับการคืนหนังสือเกินกำหนดในปี 2019
  • มีสาขาทางกายภาพ 10 แห่ง และมีบริการเชิงรุก (Outreach Services) สำหรับผู้ด้อยโอกาส
  • ได้รับรางวัลชมเชย (Honorable Mention) สำหรับ Library of the Year จาก Library Journal ในปี 2021

ระบบห้องสมุดสาธารณะเคาน์ตีลูดัน (Loudoun County Public Library หรือ LCPL) เป็นระบบห้องสมุดที่ให้บริการแก่พลเมืองในเคาน์ตีลูดัน รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา โดยมีบุคลากรทั้งในระดับวิชาชีพและผู้ช่วยวิชาชีพมากกว่า 200 คน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลและการเรียนรู้ของชุมชน

โครงสร้างและการดำเนินงาน

ปัจจุบัน LCPL ประกอบด้วยห้องสมุดสาขาทางกายภาพ 10 แห่ง ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่ห้องสมุดระดับภูมิภาคขนาดใหญ่ไปจนถึงห้องสมุดชุมชนขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมี บริการเชิงรุก (Outreach Services) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสาขาเคลื่อนที่เพื่อส่งมอบหนังสือและทรัพยากรต่าง ๆ ให้แก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ โดยสำนักงานและคอลเลกชันของบริการเชิงรุกนี้ตั้งอยู่ภายในห้องสมุด Rust ในเมืองลีสเบิร์ก

รายชื่อสาขาของ LCPL

  • Ashburn
  • Brambleton
  • Cascades (Potomac Falls)
  • Gum Spring (Stone Ridge)
  • Lovettsville
  • Middleburg
  • Purcellville
  • Rust (Leesburg)
  • Sterling
  • Outreach Services

แต่ละสาขามีคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินงานและระดมทุน นอกจากนี้ยังมีแหล่งเงินทุนสำคัญจากการจำหน่ายหนังสือประจำปีที่จัดโดยมูลนิธิห้องสมุดลูดัน (Loudoun Library Foundation)

ประวัติความเป็นมา

ระบบห้องสมุดสาธารณะเคาน์ตีลูดันก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1973 โดยในช่วงเริ่มต้นมีเพียงสาขา Purcellville, รถห้องสมุดเคลื่อนที่ Purcellville และสาขา Sterling ต่อมาในปี ค.ศ. 1974 ห้องสมุด Thomas Balch ในเมืองลีสเบิร์กได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยสาขาล่าสุดคือห้องสมุด Brambleton ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2018 สำหรับห้องสมุด Thomas Balch นั้นได้ถูกโอนกรรมสิทธิ์ไปยังเมืองลีสเบิร์กในปี ค.ศ. 1994 เพื่อดำเนินงานในฐานะห้องสมุดเฉพาะทางด้านประวัติศาสตร์และลำดับวงศ์ตระกูล

นโยบายและบริการพิเศษ

การยกเลิกค่าปรับ

ในปี ค.ศ. 2019 LCPL ได้กลายเป็นระบบห้องสมุดสาธารณะแห่งที่สามในรัฐเวอร์จิเนียที่ยกเลิกการเรียกเก็บค่าปรับสำหรับวัสดุที่ส่งคืนเกินกำหนด อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการยังคงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนทดแทนหากวัสดุสูญหาย

คอลเลกชันพิเศษและทรัพยากรการเรียนรู้

ในปี ค.ศ. 1999 Irwin Uran นักการกุศลได้บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ห้องสมุดจัดหาทรัพยากรที่เน้นเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Holocaust) นอกจากนี้ เงินทุนจาก Irwin Uran Fund ยังถูกนำไปใช้ในโครงการ 1community ซึ่งเป็นโครงการประจำปีระดับเคาน์ตีที่ส่งเสริมการสนทนาและความเข้าใจในชุมชนผ่านการอ่านและอภิปรายหนังสือเล่มเดียวกัน

นอกเหนือจากหนังสือ LCPL ยังมีอุปกรณ์เทคโนโลยีและเครื่องมือให้ยืม ซึ่งรวมถึงหุ่นยนต์เขียนโปรแกรม (coding robots), จุดกระจายสัญญาณ WiFi (WiFi hotspots), กล้องถ่ายภาพความร้อน, จักรเย็บผ้า, อูคูเลเล่ และบัตรผ่านเข้าอุทยานแห่งรัฐเวอร์จิเนีย

การบริหารจัดการ

อาคารบริหารของระบบห้องสมุดสาธารณะเคาน์ตีลูดันตั้งอยู่ในเมืองลีสเบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย โดยใช้พื้นที่ร่วมกับศูนย์ผู้สูงอายุแห่งเมืองลีสเบิร์ก (The Senior Center of Leesburg) โดยมี Chang Liu ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการระบบห้องสมุด

คำถามที่พบบ่อย

ระบบห้องสมุดสาธารณะเคาน์ตีลูดันมีกี่สาขา?

มีสาขาทางกายภาพ 10 แห่ง และมีบริการเชิงรุก (Outreach Services) เพื่อให้บริการแก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ

LCPL มีนโยบายเกี่ยวกับค่าปรับการคืนหนังสือเกินกำหนดอย่างไร?

ตั้งแต่ปี 2019 LCPL ได้ยกเลิกการเรียกเก็บค่าปรับสำหรับหนังสือที่ส่งคืนเกินกำหนด แต่ผู้ใช้บริการยังคงต้องชำระค่าเสียหายหากหนังสือสูญหาย

ห้องสมุด Thomas Balch ยังเป็นส่วนหนึ่งของ LCPL หรือไม่?

ไม่ ห้องสมุด Thomas Balch ถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้เมืองลีสเบิร์กในปี 1994 เพื่อให้เป็นห้องสมุดเฉพาะทางด้านประวัติศาสตร์และลำดับวงศ์ตระกูล

นอกจากหนังสือแล้ว LCPL มีอะไรให้ยืมบ้าง?

มีอุปกรณ์หลากหลาย เช่น หุ่นยนต์เขียนโปรแกรม, WiFi hotspots, กล้องถ่ายภาพความร้อน, จักรเย็บผ้า และอูคูเลเล่