← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติ Major-General William Dimoline นายพลอังกฤษผู้เชี่ยวชาญการรบในแอฟริกาและพม่า

สรุปใจความสำคัญ

  • William Dimoline เป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพบกอังกฤษที่รับราชการในทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2
  • เขาโดดเด่นในการบัญชาการกองกำลังแอฟริกาตะวันออก (East Africa Infantry Brigades) ในหลายสมรภูมิ เช่น มาดากัสการ์ และ พม่า
  • เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้แทนสหราชอาณาจักรในคณะกรรมการเสนาธิการทหารของสหประชาชาติ (United Nations Military Staff Committee)

Major-General William Alfred Dimoline (6 กรกฎาคม 1897 – 24 พฤศจิกายน 1965) เป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพบกอังกฤษ ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเขามีชื่อเล่นว่า "Dimmy"

Major-General William Dimoline
Major-General William Dimoline

จุดเริ่มต้นของอาชีพทหาร

Dimoline ได้รับการศึกษาจากโรงเรียน Dean Close School ในเมือง Cheltenham ซึ่งเขาเป็นสมาชิกของหน่วยฝึกหัดนายทหาร (Officer Training Corps) หลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งปะทุขึ้น เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นร้อยตรีในหน่วย King's Regiment (Liverpool) (Territorial Force) ในปี 1914

เขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็นร้อยโทในปี 1915 และถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยสัญญาณสื่อสารระดับกองพล (Divisional Artillery Signals) ในวันที่ 15 มีนาคม 1917 และได้รับการเลื่อนขั้นเป็นร้อยเอก ต่อมาในปี 1920 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายทหารประจำการในหน่วย East Surrey Regiment โดยมีผลย้อนหลังไปถึงเดือนกรกฎาคม 1916 และได้รับเหรียญกางเขนทหาร (Military Cross) ในเดือนมกราคม 1918

การปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสงคราม

ในช่วงระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้ง Dimoline ได้ย้ายไปสังกัดหน่วย Royal Signal Corps และเคยบัญชาการกองร้อยสัญญาณระดับกองพลในฐานะร้อยเอกรักษาการจนถึงปี 1922 ต่อมาในปี 1923 เขาถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วย West African Frontier Force และในปี 1925 ได้รับการมอบหมายให้ทำงานร่วมกับสำนักงานอาณานิคม (Colonial Office)

เขาเข้าศึกษาในวิทยาลัยเสนาธิการทหาร (Staff College, Camberley) ระหว่างปี 1933 ถึง 1934 และในปี 1936 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่เสนาธิการทหารระดับ 3 (General Staff Officer Grade 3) จนถึงเดือนมกราคม 1937 จากนั้นเขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองพัน Northern Rhodesia Regiment และเป็นสมาชิกสภาเลจิสเลทีฟของ Northern Rhodesia โดยได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพันโทในวันที่ 8 พฤศจิกายน 1938

บทบาทในสงครามโลกครั้งที่สอง

ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง Dimoline ปฏิบัติหน้าที่ในตะวันออกกลาง และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Order of the British Empire (OBE) ในปี 1941 จากผลงานการรบในพื้นที่ดังกล่าว และได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพันเอกในวันที่ 19 ธันวาคม ปีเดียวกัน

การรบในแอฟริกาตะวันออกและมาดากัสการ์

ในฐานะนายพลจัตวา (Brigadier) Dimoline ได้บัญชาการกองพลน้อยที่ 26 (East Africa) Infantry Brigade ในโซมาลีเลียและเอธิโอเปีย ระหว่างการรณรงค์ในแอฟริกาตะวันออก โดยกองพลน้อยของเขามีการปฏิบัติการที่เป็นอิสระจากกองพลหลัก

ในปี 1942 ระหว่างยุทธการที่มาดากัสการ์ (Battle of Madagascar) Dimoline ได้บัญชาการกองพลน้อยที่ 22 (East Africa) Infantry Brigade โดยนำทัพขึ้นบกที่เมือง Majunga ในวันที่ 10 กันยายน และนำการโจมตีแบบจู่โจมในวันที่ 18 ตุลาคม ต่อต้านกองกำลังที่ฐาน Andriamanalina ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงจนทหารในสังกัดไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย จากผลงานนี้เขาได้รับแต่งตั้งเป็น Commander of the Order of the British Empire (CBE)

การรบในพม่า

ต่อมา Dimoline ได้บัญชาการกองพลน้อยแอฟริกาตะวันออกหลายหน่วยในระหว่างการรณรงค์ในพม่า เขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพลตรีรักษาการในปี 1945 และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 11 (East Africa) Division และได้รับเหรียญ Distinguished Service Order (DSO) จากผลงานการรบในพม่า

ชีวิตหลังสงครามและการเกษียณ

Dimoline ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพลตรี (Major General) ในวันที่ 6 กันยายน 1946 และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองบัญชาการแอฟริกาตะวันออก (General Officer Commanding East Africa Command) ต่อมาในปี 1947 เขาได้รับแต่งตั้งเป็น Companion of the Order of the Bath (CB) และในปี 1948 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการเขต Aldershot District จนถึงวันที่ 1 กันยายน 1951

ในวันที่ 29 กันยายน 1951 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านการบริการของคณะผู้แทนสหราชอาณาจักร และผู้แทนสหราชอาณาจักรในคณะกรรมการเสนาธิการทหารของสหประชาชาติ (United Nations) ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 1953 ก่อนจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 27 ธันวาคม 1953

หลังเกษียณ เขาได้รับแต่งตั้งเป็น Companion of the Order of St Michael and St George (CMG) ในปี 1958 จากผลงานในฐานะเลขาธิการกลุ่มบริติชของสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union)

ครอบครัว

Dimoline มีน้องชายคือ Brigadier Harry Dimoline ภรรยาของเขาคือ Irene Muriel Dimoline และเขามีบุตรสาวสามคน

คำถามที่พบบ่อย

Major-General William Dimoline คือใคร?

เขาคือนายทหารระดับสูงของกองทัพบกอังกฤษที่ได้รับเหรียญตราและเครื่องราชอิสริยาภรณ์มากมายจากการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามโลกทั้งสองครั้ง และมีบทบาทสำคัญในการบัญชาการกองกำลังในแอฟริกาและพม่า

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ Dimoline ในสงครามโลกครั้งที่สองคืออะไร?

การนำกองพลน้อยที่ 22 (East Africa) Infantry Brigade บุกขึ้นบกที่ Majunga และการโจมตีที่ Andriamanalina ในมาดากัสการ์ ซึ่งประสบความสำเร็จโดยไม่มีการสูญเสียกำลังพล

หลังเกษียณจากกองทัพ Dimoline ได้ทำงานอะไร?

เขาทำงานเป็นเลขาธิการกลุ่มบริติชของสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union) และได้รับแต่งตั้งเป็น Companion of the Order of the Order of St Michael and St George ในปี 1958