เทคนิคการเลี้ยวเรือเพื่อกู้ภัยคนตกน้ำ
สรุปใจความสำคัญ
- การเลี้ยวแบบ Anderson รวดเร็วที่สุดแต่ต้องมองเห็นผู้ประสบภัย
- การเลี้ยวแบบ Williamson เหมาะสำหรับทัศนวิสัยต่ำและนำเรือกลับสู่คอร์สตรงกันข้าม
- การเลี้ยวแบบ Scharnow ใช้เมื่อผู้ประสบภัยอยู่ห่างออกไปทางท้ายเรือมาก
- การเลี้ยวแบบ Quick Turn เป็นวิธีมาตรฐานสำหรับเรือใบเพื่อหลีกเลี่ยงการ Jibe
การเลี้ยวเรือเพื่อกู้ภัยคนตกน้ำ (Man Overboard Rescue Turn) คือการดำเนินกลยุทธ์ในการบังคับเรือ (Shiphandling manoeuvre) ที่ต้องปฏิบัติทันทีเมื่อได้รับแจ้งว่ามีบุคคลตกจากเรือลงสู่ทะเล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเรือกลับไปยังตำแหน่งที่บุคคลนั้นตกน้ำให้รวดเร็วและแม่นยำที่สุด
ปัจจัยในการเลือกวิธีการเลี้ยวเรือ
การเลือกใช้เทคนิคการเลี้ยวเรือขึ้นอยู่กับสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมหลายประการ ดังนี้:
- ตำแหน่งของผู้ประสบภัย: ระยะห่างและทิศทางจากตัวเรือ
- ระยะเวลาที่รับทราบเหตุ: ทราบทันทีที่ตกน้ำ หรือทราบหลังจากเวลาผ่านไปแล้ว (Delayed Action)
- ประเภทของเรือ: เรือที่ใช้เครื่องยนต์หรือเรือใบ
- พื้นที่ในการเดินเรือ: พื้นที่ว่างรอบตัวเรือสำหรับการเลี้ยว
- ทักษะของลูกเรือ: ระดับการฝึกซ้อมและความชำนาญของเจ้าหน้าที่บนเรือ
ในทางปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุด เรือควรเข้าหาผู้ประสบภัยโดยให้เรืออยู่ทางด้านใต้ลม (Downwind) และเคลื่อนที่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือลม (Upwind) เพื่อให้ตัวเรือช่วยกำบังคลื่นลมและป้องกันไม่ให้ผู้ประสบภัยถูกพัดเข้าหาตัวเรืออย่างรุนแรง
เทคนิคการเลี้ยวเรือสำหรับเรือยนต์
1. การเลี้ยวแบบแอนเดอร์สัน (Anderson Turn / Single Turn)
การเลี้ยวแบบแอนเดอร์สัน หรือการเลี้ยวรอบเดียว เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการนำเรือกลับไปยังจุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ยังมองเห็นผู้ประสบภัยได้อย่างชัดเจน
ขั้นตอนการปฏิบัติมีดังนี้:
- หักหางเสือสุดตัว (Hard over) ไปทางด้านที่ผู้ประสบภัยตกน้ำ
- เลี้ยวเรือให้ทำมุมเบี่ยงเบนจากคอร์สเดิมประมาณ 250 องศา
- ปรับหางเสือกลับมาตรงกลาง (Amidships) และรักษาความเร็วในการเลี้ยวให้คงที่
- หยุดเครื่องยนต์เมื่อผู้ประสบภัยอยู่ห่างจากหัวเรือประมาณ 15 องศา
2. การเลี้ยวแบบวิลเลียมสัน (Williamson Turn)
การเลี้ยวแบบวิลเลียมสันเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่เจ้าหน้าที่นำร่อง เนื่องจากสามารถใช้ได้ในทุกสภาพอากาศและทัศนวิสัย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอน หรือทราบเหตุล่าช้า เพราะจะนำเรือกลับมาสู่เส้นทางเดิมในทิศทางตรงกันข้าม (Reciprocal Course)
ขั้นตอนการปฏิบัติมีดังนี้:
- หักหางเสือสุดตัวไปทางด้านที่ผู้ประสบภัยตกน้ำ
- เมื่อเรือเบี่ยงเบนจากคอร์สเดิมได้ 60 องศา ให้หักหางเสือสุดตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที
- เมื่อหัวเรือทำมุมน้อยกว่าคอร์สตรงกันข้ามประมาณ 20 องศา ให้ปรับหางเสือกลับมาตรงกลางเพื่อรักษาเส้นทาง
- หยุดเครื่องยนต์เมื่อผู้ประสบภัยอยู่ข้างเรือ และต้องมั่นใจว่าผู้ประสบภัยอยู่ห่างจากใบจักรเรือเพื่อความปลอดภัย
3. การเลี้ยวแบบชาร์โนว์ (Scharnow Turn)
การเลี้ยวแบบชาร์โนว์เหมาะสำหรับกรณีที่ผู้ประสบภัยอยู่ห่างออกไปทางท้ายเรือมาก (เกินกว่ารัศมีการเลี้ยวของเรือ) โดยข้อดีคือเมื่อเลี้ยวเสร็จสิ้น เรือจะวิ่งย้อนกลับไปตามรอยน้ำเดิม (Wake) ของตนเอง
ขั้นตอนการปฏิบัติเบื้องต้นคือการหักหางเสือสุดตัวในทิศทางใดก็ได้ เลี้ยวเรือให้เบี่ยงเบนจากคอร์สเดิมประมาณ 240 องศา จากนั้นจึงหักหางเสือกลับมาในทิศทางตรงกันข้ามเพื่อนำเรือเข้าสู่คอร์สตรงกันข้ามกับเส้นทางเดิม
เทคนิคการเลี้ยวเรือสำหรับเรือใบ
การเลี้ยวแบบรวดเร็ว (Quick Turn / Figure Eight Turn)
สำหรับเรือใบ การเลี้ยวแบบรวดเร็วหรือการเลี้ยวรูปเลขแปดเป็นวิธีดั้งเดิมที่ทรงประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีลูกเรือจำนวนน้อยหรือในสภาพอากาศรุนแรง เนื่องจากช่วยหลีกเลี่ยงการเลี้ยวแบบไจบ์ (Jibe) ซึ่งอาจเป็นอันตราย
ขั้นตอนการปฏิบัติมีดังนี้:
- เปลี่ยนคอร์สเรือให้เป็นแบบ Abeam Reach และรักษาไว้ 15 วินาที
- หันหัวเรือเข้าหาลมและทำการ Tack โดยปล่อยให้ใบ jib สะบัด
- เลี้ยวเรือออกไปจนอยู่ในลักษณะ Broad Reach
- เลี้ยวเรือขึ้นเหนือลมจนหัวเรือชี้ไปยังผู้ประสบภัย (ในลักษณะ Close Reach)
- ผ่อนใบหลัก (Mainsail) จนเรือหยุดนิ่ง โดยให้ผู้ประสบภัยอยู่ทางด้านใต้ลมของเรือ (Lee side)
การฝึกซ้อมการเลี้ยวเรือกู้ภัยเป็นข้อกำหนดสำคัญภายใต้อนุสัญญา SOLAS (International Convention for the Safety of Life at Sea) ซึ่งเรือพาณิชย์ต้องทำการซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและผู้โดยสาร
คำถามที่พบบ่อย
การเลี้ยวแบบ Williamson Turn ต่างจาก Anderson Turn อย่างไร?
Anderson Turn เน้นความรวดเร็วและใช้เมื่อยังเห็นตัวผู้ประสบภัย แต่ Williamson Turn เน้นความแม่นยำในการนำเรือกลับสู่เส้นทางเดิมในทิศทางตรงกันข้าม เหมาะสำหรับกรณีที่มองไม่เห็นผู้ประสบภัยหรือทราบเหตุล่าช้า
ทำไมต้องเข้าหาผู้ประสบภัยจากทางเหนือลม?
เพื่อให้ตัวเรือทำหน้าที่เป็นกำบังลมและคลื่นให้กับผู้ประสบภัย และป้องกันไม่ให้เรือพัดเข้าหาผู้ประสบภัยอย่างรุนแรงหรือพัดผู้ประสบภัยออกห่างจากตัวเรือ
การเลี้ยวเรือกู้ภัยเป็นข้อบังคับทางกฎหมายหรือไม่?
ใช่ สำหรับเรือพาณิชย์ การซ้อมกู้ภัยคนตกน้ำเป็นข้อกำหนดภายใต้อนุสัญญา SOLAS เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเรือมีความพร้อมในการปฏิบัติงานจริง

