แมรี่ ซี. แรบบิท นักธรณีฟิสิกส์และนักประวัติศาสตร์ผู้บุกเบิก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้หญิงคนเดียวในคณะกรรมการเสนอชื่อผู้บริหารของสมาคมแผ่นดินไหววิทยาแห่งอเมริกาในปี 1950
- มีบทบาทสำคัญในการวิจัยแผ่นดินไหววิทยาจากการระเบิดที่หอสังเกตการณ์ Oak Ridge ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
- เขียนชุดหนังสือประวัติศาสตร์ธรณีวิทยาและนโยบายที่ดินของสหรัฐฯ ชุด Minerals, Lands, and Geology for the Common Defense and General Welfare
แมรี่ คอลลินส์ แรบบิท (Mary Collins Rabbitt) เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1915 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2002 เป็นนักธรณีฟิสิกส์ ผู้บริหาร และนักประวัติศาสตร์ประจำสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) เธอเป็นผู้หญิงที่มุ่งมั่นในสาขาแผ่นดินไหววิทยาและมีบทบาทสำคัญในการบันทึกประวัติศาสตร์การสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐฯ
ประวัติการทำงานและผลงานทางวิทยาศาสตร์
หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ธรณีวิทยาจาก Radcliffe College ในปี 1937 แรบบิทเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นผู้ช่วยวิจัยของ Perry Byerly ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และต่อมาได้กลับมาทำงานกับ Kirtley Mather ที่ Radcliffe
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เธอได้ย้ายไปทำงานที่หอสังเกตการณ์ Oak Ridge ในรัฐเทนเนสซี โดยทำงานร่วมกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ในด้าน แผ่นดินไหววิทยาจากการระเบิด (Explosion Seismology) ซึ่งเป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคสงคราม
บทบาทใน USGS และความสำเร็จทางวิชาการ
ในปี 1949 แรบบิทเข้าร่วมงานกับ USGS โดยดูแลหน่วยงาน Geophysical Abstracts Unit และในปี 1950 เธอได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการของสมาคมแผ่นดินไหววิทยาแห่งอเมริกา (Seismological Society of America) ซึ่งในขณะนั้นเธอเป็น ผู้หญิงเพียงคนเดียว ในคณะกรรมการชุดนี้
ระหว่างปี 1950-1957 เธอทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสาขา โดยทำงานร่วมกับ James Balsley เพื่อพัฒนาแนวคิดเรื่อง โครงสร้างทางธรณีวิทยา (Tectonics), มาตราส่วนเวลาทางธรณีวิทยา และผลกระทบของความเครียดและความร้อนต่อการแบ่งชั้นของหิน ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับแหล่งแร่แม่เหล็กและพฤติกรรมของหินและดินภายใต้ความดันและอุณหภูมิที่แตกต่างกัน
งานเขียนและมรดกทางประวัติศาสตร์
แรบบิทไม่ได้เป็นเพียงนักวิทยาศาสตร์ แต่ยังเป็นนักเขียนและนักประวัติศาสตร์ที่เชี่ยวชาญ เธอได้ตีพิมพ์ผลงานสำคัญหลายเล่ม เช่น Geophysical Abstracts ในปี 1954 และ 1956
หลังเกษียณในปี 1978 เธอได้ทุ่มเทเวลาให้กับการเขียนหนังสือชุด "Minerals, Lands, and Geology for the Common Defense and General Welfare" ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายเล่ม โดยวิเคราะห์ว่านโยบายที่ดินสาธารณะ การทำแผนที่ และการพัฒนาทรัพยากรแร่ในสหรัฐฯ ส่งผลต่อการเติบโตของสาขาธรณีวิทยาอย่างไร
นอกจากนี้ เธอยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับ John Wesley Powell นักสำรวจผู้โด่งดัง และประวัติศาสตร์โดยย่อของ USGS ซึ่งผลงานของเธอได้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญสำหรับนักธรณีวิทยารุ่นหลัง เช่น George W. White และ James R. Fleming
ชีวิตส่วนตัว
แมรี่เกิดที่เมืองแคนตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ มีเชื้อสายไอริช แม้ว่าเธอจะไม่มีบุตร แต่เธอก็ทิ้งมรดกทางปัญญาไว้ผ่านผลงานเขียนและงานวิจัยที่ส่งผลกระทบต่อวงการธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา
คำถามที่พบบ่อย
แมรี่ ซี. แรบบิท คือใคร?
เธอคือนักธรณีฟิสิกส์ ผู้บริหาร และนักประวัติศาสตร์ประจำสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ผู้มีผลงานโดดเด่นด้านแผ่นดินไหววิทยาและประวัติศาสตร์ธรณีวิทยา
ผลงานเขียนที่สำคัญที่สุดของเธอคืออะไร?
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือชุดหนังสือ Minerals, Lands, and Geology for the Common Defense and General Welfare ซึ่งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายรัฐบาลและวิวัฒนาการของวิชาธรณีวิทยา
บทบาทของเธอในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเป็นอย่างไร?
เธอทำงานที่หอสังเกตการณ์ Oak Ridge ในรัฐเทนเนสซี โดยเน้นการวิจัยด้านแผ่นดินไหววิทยาจากการระเบิดร่วมกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์
