← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระนางมารีแห่งออสเตรีย ผู้สำเร็จราชการเนเธอร์แลนด์

สรุปใจความสำคัญ

  • ทรงเป็นพระราชินีแห่งฮังการีและโบฮีเมีย และต่อมาเป็นผู้สำเร็จราชการแห่งเนเธอร์แลนด์
  • ทรงเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าฟิลิปผู้รูปงาม และพระนางโจนนาแห่งคาสตีล แห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก
  • ทรงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเป็นเอกภาพให้แก่เนเธอร์แลนด์ในช่วงศตวรรษที่ 16
  • ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแห่งฮังการีหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 ในปี 1526

พระนางมารีแห่งออสเตรีย (Mary of Austria; 15 กันยายน 1505 – 18 ตุลาคม 1558) หรือที่รู้จักในนาม พระนางมารีแห่งฮังการี ทรงเป็นบุคคลสำคัญในราชวงศ์ฮับส์บูร์ก โดยทรงดำรงตำแหน่งพระราชินีแห่งฮังการีและโบฮีเมียในฐานะพระมเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 และต่อมาทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการแห่งเนเธอร์แลนด์ภายใต้การปกครองของฮับส์บูร์ก

ภาพวาดพระนางมารีแห่งออสเตรียในชุดกระโปรงสีน้ำตาลเข้มและผ้าคลุมศีรษะสีแทน
พระนางมารีแห่งออสเตรียในฉลองพระองค์สีน้ำตาล

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

พระนางมารีประสูติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 1505 ณ พระราชวังคูเดนเบิร์ก ในกรุงบรัสเซลส์ ทรงเป็นพระราชธิดาคนที่ 5 ของพระเจ้าฟิลิปผู้รูปงาม (Philip the Handsome) และพระนางโจนนาแห่งคาสตีล (Joanna of Castile) โดยทรงได้รับพระนามตามพระอัยยิกา (ย่า) คือ พระนางมารีแห่งเบอร์กันดี

ภาพวาดบุคคลในยุคเรเนซองส์
ภาพประกอบบุคคลสำคัญในราชวงศ์ฮับส์บูร์ก

หลังจากพระบิดาสิ้นพระชนม์ในปี 1506 และสุขภาพจิตของพระมารดาทรุดโทรมลง พระนางมารีพร้อมด้วยพระเชษฐาและพระขนิษฐาได้รับการดูแลจากพระป้า คือ อาร์ชดัชเชสมาร์เกร็ต ณ เมืองเมเคเลน ซึ่งที่นั่นพระนางได้รับการศึกษาอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านดนตรี ศิลปะ และวิชาการแบบมนุษยนิยม (Humanism) ที่เน้นทักษะการแก้ปัญหา

บทบาทพระราชินีแห่งฮังการีและโบฮีเมีย

ในปี 1515 พระนางมารีทรงอภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 แห่งฮังการีและโบฮีเมีย ณ มหาวิหารเซนต์สตีเฟน ในกรุงเวียนนา แม้จะอภิเษกสมรสกันตั้งแต่วัยเยาว์ แต่ทั้งสองพระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ด้วยกันจนกระทั่งปี 1521 เมื่อพระนางเสด็จไปยังฮังการีและได้รับการสวมมงกุฎเป็นพระราชินีแห่งฮังการีในวันที่ 11 ธันวาคม 1521 และพระราชินีแห่งโบฮีเมียในวันที่ 1 มิถุนายน 1522

ภาพวาดพระนางมารีแห่งออสเตรีย
พระนางมารีในฐานะพระราชินีแห่งฮังการีและโบฮีเมีย

ในช่วงแรก พระนางไม่มีบทบาททางการเมืองมากนักเนื่องจากพระชนมายุยังน้อย แต่ต่อมาในปี 1524 พระนางเริ่มมีอิทธิพลและสามารถเจรจาเพื่อสร้างอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยทรงสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการเมืองและแต่งตั้งทูตจากออสเตรียเพื่อรักษาผลประโยชน์ของราชวงศ์ฮับส์บูร์กในภูมิภาคนี้

การเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 ในยุทธการที่โมฮัช (Battle of Mohács) ปี 1526 พระนางมารีทรงทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแห่งฮังการีในพระนามของพระเชษฐา คือ พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1

ผู้สำเร็จราชการแห่งเนเธอร์แลนด์

ในปี 1530 จักรพรรดิคาร์ลที่ 5 (Charles V) พระเชษฐาของพระนาง ได้ขอให้พระนางมารีเข้าดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแห่งเนเธอร์แลนด์ และดูแลพระนัดดา (หลานสาว) คือ โดโรเธียและคริสตินาแห่งเดนมาร์ก

การปกครองเนเธอร์แลนด์เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับพระนางมารี ทรงต้องเผชิญกับเหตุจลาจลและความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 อย่างไรก็ตาม พระนางทรงพยายามอย่างยิ่งในการรักษาความสงบระหว่างจักรวรรดิและฝรั่งเศส และประสบความสำเร็จในการสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างจังหวัดต่างๆ รวมถึงการสร้างอำนาจการปกครองตนเองในระดับหนึ่งให้แก่เนเธอร์แลนด์ เพื่อลดการพึ่งพาฝรั่งเศสและจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

แม้ว่าพระนางจะทรงขอลาออกจากตำแหน่งหลายครั้งเนื่องจากความเครียดและภาระหน้าที่ แต่พระนางก็ทรงปฏิบัติหน้าที่จนกระทั่งลาออกอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา และเสด็จไปยังคาสตีล ซึ่งเป็นที่สิ้นพระชนม์ในวันที่ 18 ตุลาคม 1558

คำถามที่พบบ่อย

พระนางมารีแห่งออสเตรียทรงดำรงตำแหน่งอะไรบ้าง?

พระนางทรงเป็นพระราชินีแห่งฮังการีและโบฮีเมีย (ในฐานะพระมเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 2) และต่อมาทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแห่งเนเธอร์แลนด์

พระนางมารีมีความสัมพันธ์อย่างไรกับจักรพรรดิคาร์ลที่ 5?

พระนางทรงเป็นพระขนิษฐา (น้องสาว) ของจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งให้พระนางดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแห่งเนเธอร์แลนด์

บทบาทสำคัญของพระนางมารีในเนเธอร์แลนด์คืออะไร?

ทรงสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างจังหวัดต่างๆ ในเนเธอร์แลนด์ และพยายามรักษาความสงบระหว่างจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และฝรั่งเศส

พระนางมารีสิ้นพระชนม์ที่ไหน?

พระนางสิ้นพระชนม์ที่คาสตีล (สเปน) ในปี 1558 หลังจากลาออกจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ