ปืนไรเฟิล Mauser Standardmodell ประวัติและการออกแบบ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นปืนไรเฟิลลูกเลื่อนที่พัฒนาต่อยอดจาก Gewehr 98 และเป็นต้นแบบสำคัญของ Karabiner 98k
- ผลิตในขนาดกระสุนที่หลากหลายเพื่อการส่งออก เช่น 7×57มม., 7.65×53มม. และ 7.92×57มม.
- ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายทวีป ตั้งแต่จีน (ในชื่อปืนไรเฟิลเจียงไคเชก) ไปจนถึงอเมริกาใต้และแอฟริกา
- มีการผลิตรุ่นปี 1924 และ 1933 โดยรุ่นหลังมีการปรับปรุงด้ามลูกเลื่อนเป็นแบบหักมุม
Mauser Standardmodell (หรือที่รู้จักในชื่อ Mauser Model 1924 และ Mauser Model 1933) เป็นปืนไรเฟิลแบบลูกเลื่อน (Bolt-action rifle) ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับกระสุนขนาด 7.92×57มม. Mauser โดยปืนรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1924 แต่เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 1933 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการส่งออกและใช้สำหรับหน่วยรักษาความปลอดภัยของเยอรมนี รวมถึงถูกนำไปใช้โดยหน่วยกึ่งทหารอย่าง Sturmabteilung (SA) และ Schutzstaffel (SS) ของพรรคนาซี

การออกแบบและคุณลักษณะทางเทคนิค
Mauser Standardmodell เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Gewehr 98 หรือ Mauser Model 1898 ซึ่งการผลิตในขณะนั้นถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซาย โดยตัวปืนเป็นการผสมผสานคุณลักษณะของ Karabiner 98AZ และ Gewehr 98 เข้าด้วยกัน
รายละเอียดทางกายภาพ
- ลำกล้อง: มีความยาว 600 มิลลิเมตร (23.6 นิ้ว) ซึ่งใกล้เคียงกับลำกล้องของ Karabiner 98AZ
- ศูนย์เล็ง: ใช้ศูนย์เล็งแบบ tangent rear sight ที่ปรับระยะได้ตั้งแต่ 100 เมตร ถึง 2,000 เมตร โดยเพิ่มขึ้นทีละ 50 เมตร ซึ่งสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับวิถีกระสุน 7.92×57มม. Mauser ทั้งแบบ S Patrone spitzer และ s.S. Patrone boat tail spitzer ที่ออกแบบมาเพื่อการต่อสู้ทางอากาศและระยะไกล
วิวัฒนาการของรุ่นผลิต
รุ่นแรกที่ออกแบบในปี 1924 จะมีด้ามดึงลูกเลื่อนแบบตรงและสายสะพายติดตั้งด้านล่างตามแบบ Gewehr 98 ต่อมาเมื่อเข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบในปี 1933 ได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นด้ามดึงลูกเลื่อนแบบหักมุม (Turned-down bolt) และเพิ่มช่องสำหรับติดตั้งสายสะพายที่พานท้ายปืนตามแบบ Karabiner 98k
นอกจากนี้ Standardmodell ยังถูกผลิตในหลายขนาดกระสุนเพื่อการส่งออก เช่น 7×57มม. Mauser, 7.65×53มม. Mauser และ 7.92×57มม. Mauser โดยมีรุ่นคาร์ไบน์ (Carbine) ที่มีลักษณะเกือบจะเหมือนกับ Karabiner 98k ทุกประการ
การใช้งานในระดับสากล
Mauser Standardmodell ถูกส่งออกและใช้งานในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
ในเยอรมนี
รุ่นปี 1924 ถูกใช้โดยหน่วย SA และ SS ส่วนรุ่นปี 1933 ตามข้อมูลของผู้ผลิตระบุว่าขายให้กับ Deutsche Reichspost (การไปรษณีย์เยอรมัน) ในชื่อ Gewehr før Deutsches Reichspost อย่างไรก็ตาม พบว่ามีการจัดซื้อโดยองค์กรนาซีและ Reichswehr รวมถึงอาจถูกเกณฑ์ไปใช้โดย Wehrmacht ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ในเอเชียและแอฟริกา
- จีน: ในปี 1932 มีการกำหนดให้ Standardmodell เป็นปืนไรเฟิลมาตรฐานของกองทัพปฏิวัติแห่งชาติ (National Revolutionary Army) โดยเริ่มนำเข้าจากเยอรมนีในปี 1934 และผลิตในโรงงานสรรพาวุธของจีนในปี 1935 ในช่วงแรกถูกเรียกว่า "Type 24 Rifle" ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "ปืนไรเฟิลเจียงไคเชก" (Chiang Kai-Shek rifle) และถูกใช้ในสงครามกลางเมืองจีนและสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง
- ญี่ปุ่น: กองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นได้นำปืนรุ่นนี้มาใช้หลังจากยึดได้จากจีน รวมถึงมีการจัดซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตในระหว่างปี 1938-1940
- เอธิโอเปีย: จักรวรรดิเอธิโอเปียได้จัดซื้อรุ่นปี 1924 และ 1933 จำนวน 25,000 กระบอก และนำมาใช้ในสงครามเอธิโอเปีย-อิตาลีครั้งที่สอง
ในอเมริกาใต้และยุโรป
- โบลิเวียและปารากวัย: ทั้งสองประเทศใช้ Standardmodell ในการสู้รบในสงครามชาโก (Chaco War) โดยโบลิเวียซื้อในช่วงทศวรรษ 1920 และปารากวัยซื้อในช่วงทศวรรษ 1930
- อาร์เจนตินา: ตำรวจบัวโนสไอเรสได้จัดซื้อรุ่นปี 1933 ทั้งแบบไรเฟิลและคาร์ไบน์ โดยรุ่นของอาร์เจนตินามีลักษณะเด่นคือมีก้านปลดลูกเลื่อนที่ยาวกว่าปกติ
- สเปนและโปรตุเกส: สเปนจัดซื้อปืนรุ่นนี้ทั้งก่อนและหลังการรัฐประหารปี 1936 รวมถึงกองพล Condor Legion ของเยอรมนีที่ร่วมรบในสงครามกลางเมืองสเปนก็ใช้ปืนรุ่นนี้ด้วย ส่วนโปรตุเกสได้สั่งซื้อรุ่นปี 1933 เพื่อปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย
คำถามที่พบบ่อย
Mauser Standardmodell แตกต่างจาก Karabiner 98k อย่างไร?
Standardmodell เป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นก่อนและมีลักษณะใกล้เคียงกับ Karabiner 98k มาก โดยเฉพาะรุ่นคาร์ไบน์ที่มีความคล้ายคลึงกันเกือบทุกประการ แต่ Standardmodell ถูกออกแบบมาเพื่อการส่งออกและหน่วยรักษาความปลอดภัยมากกว่าจะเป็นปืนประจำการหลักของกองทัพเยอรมัน
ปืนไรเฟิลเจียงไคเชกของจีนคือปืนรุ่นใด?
ปืนไรเฟิลเจียงไคเชก (Chiang Kai-Shek rifle) คือ Mauser Standardmodell ที่ถูกนำเข้าจากเยอรมนีและผลิตในโรงงานสรรพาวุธของจีน โดยถูกกำหนดให้เป็นปืนไรเฟิลมาตรฐานของกองทัพปฏิวัติแห่งชาติจีน
Mauser Standardmodell ใช้กระสุนขนาดใดบ้าง?
ขนาดกระสุนหลักคือ 7.92×57มม. Mauser แต่มีการผลิตรุ่นส่งออกในขนาด 7×57มม. และ 7.65×53มม. เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศผู้ซื้อ
ทำไมการผลิต Mauser Standardmodell ถึงถือว่าละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซาย?
เนื่องจากสนธิสัญญาแวร์ซายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มีข้อจำกัดอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับการผลิตและการครอบครองอาวุธของเยอรมนี การพัฒนาและผลิตปืนไรเฟิลรุ่นนี้จึงเป็นการดำเนินการที่หลบเลี่ยงข้อกำหนดดังกล่าว
