แมกซ์ ไรน์สไตน์ นักนิติศาสตร์และนักรัฐศาสตร์ชาวเยอรมัน-อเมริกัน
สรุปใจความสำคัญ
- แมกซ์ ไรน์สไตน์ เป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชิคาโกเป็นเวลาหลายทศวรรษ
- เขาเป็นนักวิชาการชาวเยอรมันที่ลี้ภัยจากระบอบนาซีไปยังสหรัฐอเมริกาโดยใช้ทุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์
- มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูกฎหมายในเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฐานะส่วนหนึ่งของรัฐบาลทหาร
- เป็นผู้แปลและบรรณาธิการผลงานของ แมกซ์ เวเบอร์ (Max Weber) เกี่ยวกับกฎหมายในเศรษฐกิจและสังคม
แมกซ์ ไรน์สไตน์ เป็นนักนิติศาสตร์และนักรัฐศาสตร์ชาวเยอรมันที่ย้ายไปพำนักในสหรัฐอเมริกา เขาเป็นที่รู้จักในฐานะศาสตราจารย์ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิคาโก เป็นเวลาหลายปี และมีผลงานทางวิชาการที่โดดเด่นในด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์
ประวัติส่วนตัว
แมกซ์ ไรน์สไตน์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1899 ที่เมืองแบดครอยซ์นาค (Bad Kreuznach) ประเทศเยอรมนี เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของ เฟอร์ดินันด์ ไรน์สไตน์ (Ferdinand Rheinstein) พ่อค้าไวน์ และโรซาลี เบิร์นไฮม์ (Rosalie Bernheim)
การศึกษาและการทำงานในช่วงแรก
ไรน์สไตน์เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในกองทัพเยอรมัน หลังจากนั้นเขาได้เข้าศึกษาต่อด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยลุดวิก-แมกซิมิเลียนแห่งมิวนิก (Ludwig-Maximilians-Universität München) ในปี ค.ศ. 1919 เขาได้มีส่วนร่วมในการล้มล้างสาธารณรัฐโซเวียตแห่งบาวาเรีย
เขาได้รับปริญญาเอกด้านกฎหมายในปี ค.ศ. 1924 โดยเป็นผู้ช่วยของ เอิร์นสต์ ราเบล (Ernst Rabel) และต่อมาได้ติดตามราเบลไปยังเบอร์ลินเพื่อทำงานเป็นอาจารย์วิจัยที่สถาบัน Kaiser Wilhelm Institute for Foreign and International Private Law ซึ่งเขารับหน้าที่ดูแลห้องสมุดของสถาบัน
การย้ายถิ่นฐานสู่สหรัฐอเมริกา
ในปี ค.ศ. 1928 ไรน์สไตน์เข้าร่วมพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี (SPD) อย่างไรก็ตาม เมื่อพรรคนาซีขึ้นครองอำนาจ เขาไม่ถูกไล่ออกจากการทำงานเนื่องจากเขาเคยมีส่วนร่วมในการต่อสู้กับสาธารณรัฐโซเวียตแห่งบาวาเรียในปี ค.ศ. 1919
ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1933 เขาได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation) และย้ายถิ่นฐานไปยังสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มทำงานที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia Law School) และในปี ค.ศ. 1936 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายอเมริกันและกฎหมายต่างประเทศ รวมถึงศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้จนกระทั่งเกษียณอายุในปี ค.ศ. 1968
บทบาทหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ไรน์สไตน์กลายเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1940 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เขาได้เดินทางกลับไปยังเยอรมนีเพื่อทำงานในส่วนงานกฎหมายของสำนักงานรัฐบาลทหาร (Office of Military Government) และทำงานในส่วนงานของสภาควบคุมพันธมิตร (Allied Control Council) ในเบอร์ลิน
เกียรติประวัติและบั้นปลายชีวิต
ในปี ค.ศ. 1953 ไรน์สไตน์ได้รับรางวัล Ordre des Palmes académiques และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Great Cross of Merit ของสหรัฐรัฐรัฐบาลกลางเยอรมนี นอกจากนี้ เขายังได้รับทุน Guggenheim Fellowship ในปี ค.ศ. 1954 และเป็นสมาชิกของ American Academy of Arts and Sciences จนถึงปี ค.ศ. 1968
ในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี ค.ศ. 1976 ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1977 ที่เมืองแบดกัสไตน์ ประเทศออสเตรีย
ผลงานตีพิมพ์ที่สำคัญ
- Max Weber on Law in Economy and Society (ค.ศ. 1966) - ผลงานที่เขาเป็นบรรณาธิการและแปลร่วมกับ Edward Shils
- Marriage Stability, Divorce and the Law (ค.ศ. 1972) - หนังสือว่าด้วยความมั่นคงของชีวิตคู่ การหย่าร้าง และกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
แมกซ์ ไรน์สไตน์ คือใคร?
เขาคือนักนิติศาสตร์และนักรัฐศาสตร์ชาวเยอรมัน-อเมริกัน ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก และมีผลงานวิชาการโดดเด่นด้านกฎหมายเปรียบเทียบและรัฐศาสตร์
ทำไมเขาถึงย้ายไปสหรัฐอเมริกา?
เขาได้รับทุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ในปี ค.ศ. 1933 เพื่อย้ายถิ่นฐานหนีจากสถานการณ์ทางการเมืองในเยอรมนีช่วงที่พรรคนาซีขึ้นครองอำนาจ
แมกซ์ ไรน์สไตน์ มีผลงานทางวิชาการที่สำคัญอะไรบ้าง?
ผลงานที่สำคัญ ได้แก่ การแปลและบรรณาธิการหนังสือ 'Max Weber on Law in Economy and Society' และหนังสือ 'Marriage Stability, Divorce and the Law'

