← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มิเชล แลนด์สเบิร์ก นักข่าวและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีชาวแคนาดา

สรุปใจความสำคัญ

  • มิเชล แลนด์สเบิร์ก เป็นหนึ่งในนักข่าวคนแรกๆ ในแคนาดาที่นำเสนอประเด็นการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน
  • เธอเป็นคอลัมนิสต์ด้านสิทธิสตรีให้กับหนังสือพิมพ์ Toronto Star เป็นเวลากว่า 25 ปี
  • ได้รับรางวัล Governor General's Award และได้รับการแต่งตั้งเป็น Officer of the Order of Canada

มิเชล แลนด์สเบิร์ก (Michele Landsberg OC) เกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1939 เป็นนักข่าว นักเขียน และนักเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อสิทธิสตรีชาวแคนาดาที่มีชื่อเสียง เธอเป็นที่รู้จักจากการเขียนหนังสือขายดีหลายเล่ม รวมถึง Women and Children First, This is New York, Honey! และ Michele Landsberg's Guide to Children's Books

แลนด์สเบิร์กมีบทบาทสำคัญในการเป็นหนึ่งในนักข่าวคนแรกๆ ในแคนาดาที่นำเสนอประเด็นเรื่องการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในด้านการศึกษาและโอกาสในการจ้างงาน รวมถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศในกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับการหย่าร้างและการดูแลบุตร

ประวัติส่วนตัวและการศึกษา

มิเชล แลนด์สเบิร์ก เกิดที่เมืองโทรอนโต รัฐออนแทรีโอ เธอจบการศึกษาระดับมัธยมปลายจากนอร์ทยอร์ก ในปี ค.ศ. 1957 เธอได้เดินทางไปประเทศอิสราเอลเพื่อศึกษาและทำงานเป็นอาสาสมัครในคิบบุตซ์ (Kibbutz) เป็นเวลาหนึ่งปี

หลังจากกลับมายังออนแทรีโอ เธอเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต และสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1962 โดยได้รับปริญญาตรีสาขาวิชาภาษาอังกฤษและวรรณกรรม นอกจากนี้ เธอยังได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ และในปี ค.ศ. 2008 มหาวิทยาลัยโทรอนโตได้มอบปริญญากิตติมศักดิ์ทางกฎหมายให้แก่เธอ

ชีวิตครอบครัว

ในปี ค.ศ. 1963 แลนด์สเบิร์กแต่งงานกับ สตีเฟน ลูอิส (Stephen Lewis) ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งผู้นำพรรค New Democratic Party ของออนแทรีโอ, ผู้แทนถาวรของแคนาดาประจำสหประชาชาติ และทูตพิเศษของสหประชาชาติสำหรับ HIV/AIDS ในแอฟริกา ทั้งคู่มีบุตรสามคน ได้แก่ อิลานา นาโอมิ แลนด์สเบิร์ก-ลูอิส (Ilana Naomi Landsberg-Lewis), เจนนี่ เลอาห์ ลูอิส (Jenny Leah Lewis) และ อาวี ลูอิส (Avi Lewis) ผู้นำพรรค New Democratic Party คนปัจจุบัน

เส้นทางการทำงาน

บทบาทนักข่าว

แลนด์สเบิร์กเริ่มงานที่ The Globe and Mail ในปี ค.ศ. 1962 โดยในช่วงแรกเธอใช้ชื่อสกุลเดิมในการเขียนบทความเพื่อไม่ให้บรรณาธิการทราบว่าเธอแต่งงานกับนักการเมืองสายสังคมนิยม ต่อมาเธอได้ทำงานเป็นนักเขียนและบรรณาธิการให้กับนิตยสาร Chatelaine โดยร่วมงานกับดอริส แอนเดอร์สัน นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี

ในปี ค.ศ. 1978 เธอเข้าร่วมกับ Toronto Star และเป็นคอลัมนิสต์เขียนเรื่องประเด็นเฟมินิสต์เป็นเวลากว่า 25 ปี นอกจากนี้ ในช่วงทศวรรษ 1980 เธอยังเขียนคอลัมน์รายสัปดาห์เกี่ยวกับชีวิตในนิวยอร์กให้กับ The Globe and Mail จนกระทั่งเกษียณจาก Toronto Star ในปี ค.ศ. 2005

บทบาทนักเขียน

ผลงานเขียนของเธอมีความหลากหลาย ตั้งแต่การรวบรวมบทความรณรงค์เพื่อสิทธิสตรี ไปจนถึงบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับการเป็นภรรยาของเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำสหประชาชาติในนิวยอร์ก รวมถึงการเขียน "The Women's Dayenu" ซึ่งเป็นการสะท้อนบทบาทของสตรีในศาสนายิว

บทบาทนักเคลื่อนไหว

แลนด์สเบิร์กเป็นผู้วิจารณ์มูลนิธิ False Memory Syndrome Foundation อย่างรุนแรง โดยเธอท้าทายคุณสมบัติของที่ปรึกษามูลนิธิ โดยกล่าวว่าคนเหล่านี้มีแรงจูงใจที่ทรงพลังในการปฏิเสธความจริง

รางวัลและเกียรติยศ

เธอได้รับรางวัลมากมายเพื่อเชิดชูเกียรติ เช่น รางวัล National Newspaper Awards สองรางวัล, รางวัล YWCA Women of Distinction, รางวัล Dodi Robb จาก MediaWatch และรางวัล Governor General's Award เพื่อระลึกถึงคดี Persons Case ปี 1929 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ที่มีส่วนช่วยสร้างความเท่าเทียมให้กับสตรีจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2006 เธอได้รับการแต่งตั้งเป็น Officer of the Order of Canada

ผลงานตีพิมพ์ที่สำคัญ

ปีที่พิมพ์ชื่อหนังสือสำนักพิมพ์
1982Women and Children FirstMacmillan of Canada
1986Michele Landsberg's Guide to Children's BooksPenguin Books Australia
1989This is New York, Honey!McClelland & Stewart
2011Writing the RevolutionUniversity of Toronto Press

คำถามที่พบบ่อย

มิเชล แลนด์สเบิร์ก คือใคร?

เธอเป็นนักข่าว นักเขียน และนักเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อสิทธิสตรีชาวแคนาดาที่มีชื่อเสียง

มิเชล แลนด์สเบิร์ก มีผลงานเขียนที่โดดเด่นอะไรบ้าง?

ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ หนังสือ Women and Children First และ This is New York, Honey! รวมถึงคอลัมน์ใน Toronto Star และ The Globe and Mail

รางวัลสูงสุดที่เธอได้รับคืออะไร?

เธอได้รับรางวัล Governor General's Award และได้รับการแต่งตั้งเป็น Officer of the Order of Canada เพื่อเชิดชูเกียรติในด้านการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ