← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Microtraining วิธีการเรียนรู้แบบย่อยให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

สรุปใจความสำคัญ

  • Microtraining เป็นการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการที่ใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีต่อเซสชัน
  • เหมาะสำหรับพนักงานที่มีประสบการณ์สูงซึ่งต้องการการเรียนรู้แบบผสมผสานมากกว่าการเรียนรู้แบบเป็นทางการ
  • ความสำเร็จของ Microtraining ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารและการเข้าถึงทรัพยากรดิจิทัลของพนักงาน
  • ใช้หลักการ Social Constructivism และ Connectivism ในการขับเคลื่อนการเรียนรู้

ในโลกของการทำงานที่เร่งรีบ การเรียนรู้แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้เวลานานอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป Microtraining คือแนวทางที่มุ่งเน้นการสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ (Informal Learning) ภายในองค์กรและบริษัท โดยมองว่าการเรียนรู้คือกระบวนการสร้างความรู้ที่เกิดขึ้นผ่านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งเกิดขึ้นภายนอกสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบเป็นทางการหรือศูนย์ฝึกอบรม

การประยุกต์ใช้ Microtraining

วิธีการเรียนรู้แบบ Microtraining สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์การเรียนรู้ภายในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการทบทวนหรือปรับปรุงความรู้พื้นฐาน และเมื่อต้องการข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในทางปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ทันที

เมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนรู้แบบเป็นทางการ Microtraining เป็นแนวทางที่มุ่งเน้นการจัดโครงสร้างกิจกรรมการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ ซึ่งในขณะที่การเรียนรู้แบบเป็นทางการอาจประสบความสำเร็จสำหรับผู้ที่มีความรู้และทักษะน้อย แต่สำหรับพนักงานที่มีประสบการณ์สูง การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) เช่น Microtraining มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและไม่ทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้าน

ข้อกำหนดด้านองค์กร

ความสำเร็จของ Microtraining ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกแบบสื่อการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารและมีการจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ของกลยุทธ์การเรียนรู้ในภาพรวม

  • การสนับสนุนจากผู้บริหาร: การสนับสนุนจากฝ่ายบริหารเป็นสิ่งสำคัญในการผลักดันแนวคิดการเรียนรู้แบบใหม่นี้
  • การเข้าถึงทรัพยากร: พนักงานต้องสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์หรือบริการเว็บที่สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้แบบออนไลน์ได้
  • การให้เวลา:ใน การทำงาน พนักงานควรได้รับอนุญาตให้ใช้เวลาในการเรียนรู้ เพื่อให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลักการทางด้านการสอน (Didactical Principles)

วิธีการ Microtraining อ้างอิงตามทฤษฎีการเรียนรู้สมัยใหม่สองประการ ได้แก่:

  1. Social Constructivism: มองว่าการเรียนรู้เป็นกระบวนการเชิงรุก (Active Process) โดยคำนึงถึงพื้นฐานส่วนบุคคลของผู้เรียน
  2. Connectivism: ระบุว่าการเรียนรู้ไม่ใช่กระบวนการภายในที่โดดเดี่ยว แต่ความรู้ใหม่จะถูกสร้างขึ้นได้ดีที่สุดเมื่อทำงานและเรียนรู้ภายในชุมชนที่มีชีวิตชีวา

โครงสร้างของเซสชัน Microtraining

เซสชัน Microtraining หนึ่งครั้งจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที โดยมีโครงสร้างดังนี้:

ขั้นตอนเวลากิจกรรมหลัก
1. เริ่มต้นแบบเชิงรุก (Active Start)3 นาทีเริ่มต้นด้วยกิจกรรมทางจิตใจ เช่น การคิด การสะท้อนคิด การจัดระเบียบ และการเปรียบเทียบ พร้อมแจ้งเป้าหมายของเซสชัน
2. การฝึกหัด / การสาธิต (Exercise / Demonstration)6 นาทีใช้สื่อผสมผสาน เช่น รูปภาพ เสียง และข้อความ เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย และใช้ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
3. การสะท้อนกลับ / การอภิปราย (Feedback / Discussion)4 นาทีสร้างการสะท้อนกลับที่รวดเร็วและเป็นบวก พร้อมกระตุ้นการแบ่งปันความรู้ระหว่างผู้เข้าร่วม และตรวจสอบความเข้าใจผ่านการตั้งคำถาม
4. บทสรุป: ขั้นตอนต่อไป (Conclusion)2 นาทีสรุปหัวข้อที่จะพูดคุยในครั้งถัดไป หารือเกี่ยวกับวิธีรักษาความรู้ และกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนจบเซสชัน

คำถามที่พบบ่อย

Microtraining แตกต่างจากการเรียนรู้แบบเป็นทางการอย่างไร?

Microtraining มุ่งเน้นการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง โดยใช้เวลาสั้นๆ และเน้นการนำไปใช้ได้ทันที ซึ่งต่างจากการอบรมแบบเป็นทางการที่มักใช้เวลานานและมีโครงสร้างที่เคร่งครัด

Microtraining สามารถทำได้ในรูปแบบใดบ้าง?

สามารถจัดได้ทั้งแบบเผชิญหน้า (Face-to-face), แบบออนไลน์ (Online) หรือฝังอยู่ในระบบ e-learning ขององค์กร

ทำไม Microtraining ถึงเหมาะกับพนักงานที่มีประสบการณ์?

เพราะพนักงานที่มีประสบการณ์มักจะรู้สึกว่าการอบรมแบบเป็นทางการนั้นไม่ตอบโจทย์หรืออาจส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ ในขณะที่การเรียนรู้แบบผสมผสานที่เน้นการปฏิบัติและการแลกเปลี่ยนความรู้ในชุมชนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า