มิกoyan-กูเรวิช MiG-25 เครื่องบินสกัดกั้นความเร็วเหนือเสียงระดับตำนาน
สรุปใจความสำคัญ
- สร้างจากเหล็กกล้าไร้สนิมเป็นหลักเพื่อทนความร้อนจากการบินความเร็วสูง
- มีความเร็วสูงสุดในการปฏิบัติการที่ Mach 2.83 และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง Mach 3.2
- ครองสถิติโลกเพดานบินสูงสุดสำหรับเครื่องบินที่มีนักบินที่ 38 กิโลเมตร
- ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นเครื่องบินจารกรรม U-2 และเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ
มิกoyan-กูเรวิช MiG-25 (ภาษารัสเซีย: Микоян и Гуревич МиГ-25) หรือที่นาโต (NATO) เรียกในรหัสรายงานว่า Foxbat เป็นเครื่องบินสกัดกั้นและเครื่องบินลาดตระเวนความเร็วเหนือเสียงที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินทหารที่เร็วที่สุดที่เคยเข้าประจำการ ถูกออกแบบโดยสำนักออกแบบมิกoyan-กurevich ของสหภาพโซเวียต โดยมีลักษณะเด่นคือโครงสร้างส่วนใหญ่สร้างขึ้นจากเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) เพื่อทนทานต่อความร้อนสูงที่เกิดจากการเสียดสีของอากาศขณะบินด้วยความเร็วสูง

ประวัติและการพัฒนา
ที่มาและความต้องการทางยุทธศาสตร์
ในช่วงสงครามเย็น กองกำลังป้องกันทางอากาศของโซเวียต (PVO) ได้รับมอบหมายให้ป้องกันน่านฟ้าอันกว้างขวางของสหภาพโซเวียตจากการรุกรานของเครื่องบินลาดตระเวนและเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เครื่องบิน Lockheed U-2 สามารถบินล้ำน่านฟ้าโซเวียตที่ระดับความสูงสูงมาก ทำให้โซเวียตตระหนักถึงความจำเป็นในการมีเครื่องบินสกัดกั้นที่สามารถบินได้สูงและเร็วขึ้น
นอกจากนี้ การพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วสูงของสหรัฐฯ เช่น Convair B-58 Hustler (ความเร็ว Mach 2) และ North American B-70 Valkyrie (ความเร็ว Mach 3) ทำให้โซเวียตต้องเร่งพัฒนาเครื่องบินที่สามารถไล่ตามและทำลายเป้าหมายเหล่านี้ได้ ในปี 1958 จึงมีการกำหนดความต้องการเครื่องบินสกัดกั้นที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 3,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเพดานบินสูงสุด 27 กิโลเมตร
กระบวนการออกแบบ
สำนักออกแบบมิกoyan-กูเรวิชได้ทดลองสร้างเครื่องบินต้นแบบหลายรุ่น เช่น Ye-150 ซึ่งใช้สำหรับทดสอบเครื่องยนต์ Tumansky R-15 และรุ่น Ye-152 ที่สามารถสร้างสถิติโลกได้หลายรายการ ก่อนจะนำไปสู่การพัฒนา MiG-25 ในที่สุด

ในการออกแบบ ทีมวิศวกรได้พิจารณาทางเลือกหลายทาง เช่น การวางเครื่องยนต์ซ้อนกันในแนวตั้งหรือการใช้ปีกปรับระดับได้ (Variable-sweep wings) แต่ท้ายที่สุดเลือกใช้ปีกคงที่และวางเครื่องยนต์ขนานกันเพื่อความง่ายในการบำรุงรักษาและเพิ่มความจุของถังเชื้อเพลิง
สมรรถนะและคุณลักษณะทางเทคนิค
MiG-25 เริ่มบินครั้งแรกในรูปแบบเครื่องบินลาดตระเวน (Ye-155-R1) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 1964 และเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในปี 1970
ความเร็วและเพดานบิน
MiG-25 มีความสามารถในการทำความเร็วได้สูงกว่า Mach 3.2 (ประมาณ 3,816.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) อย่างไรก็ตาม การบินที่ความเร็วระดับนี้จะทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงและต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ทันที ดังนั้น ความเร็วสูงสุดในการปฏิบัติการจึงถูกจำกัดไว้ที่ Mach 2.83 (ประมาณ 2,743.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
นอกจากนี้ MiG-25 ยังครองสถิติโลกในด้านเพดานบินสูงสุดสำหรับเครื่องบินที่มีนักบินและใช้เครื่องยนต์แบบหายใจอากาศ (Air-breathing) โดยสามารถบินได้สูงถึง 38 กิโลเมตร (125,000 ฟุต)
ระบบอาวุธและเรดาร์
เครื่องบินรุ่นนี้ติดตั้งเรดาร์ที่มีกำลังส่งสูงมากเพื่อให้สามารถตรวจจับเป้าหมายได้จากระยะไกล และติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีอากาศสู่อากาศจำนวน 4 ลูก เพื่อใช้ในการสกัดกั้นเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินจารกรรม
บทบาทในประวัติศาสตร์และการใช้งาน
MiG-25 ถูกผลิตออกมาทั้งหมด 1,186 เครื่องจนถึงปี 1984 โดยถูกใช้งานทั้งในกองทัพโซเวียตและประเทศพันธมิตร เช่น อิรัก อินเดีย และแอลจีเรีย ในช่วงสงครามเย็น MiG-25 กลายเป็นสัญลักษณ์ของความน่าเกรงขามทางเทคโนโลยีของโซเวียต และสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาติตะวันตกในช่วงแรกที่เปิดตัว เนื่องจากสมรรถนะที่สูงจนคาดไม่ถึง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม MiG-25 ถึงไม่บินที่ความเร็ว Mach 3.2 เป็นประจำ?
เนื่องจากการบินที่ความเร็วเกิน Mach 3.2 จะทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงเกินไปจนเกิดความเสียหายรุนแรงและต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ จึงจำกัดความเร็วปฏิบัติการไว้ที่ Mach 2.83
MiG-25 ใช้โครงสร้างจากวัสดุอะไรเป็นหลัก?
ใช้เหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) เป็นวัสดุหลักในการสร้างโครงสร้าง เพื่อให้สามารถทนต่อความร้อนมหาศาลที่เกิดจากการเสียดสีกับอากาศขณะบินด้วยความเร็วเหนือเสียงระดับสูง
เป้าหมายหลักในการสร้าง MiG-25 คืออะไร?
เพื่อใช้สกัดกั้นเครื่องบินจารกรรมความสูงสูง เช่น Lockheed U-2 และเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ความเร็วสูงของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็น


