ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหาร (NPRC-MPR) ของสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- ศูนย์ NPRC-MPR เก็บรักษาบันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารและบันทึกทางการแพทย์มากกว่า 56 ล้านฉบับ
- เหตุการณ์ไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1973 ทำลายบันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารของกองทัพบกและกองทัพอากาศไปประมาณ 16-18 ล้านฉบับ
- ปัจจุบันศูนย์ฯ ตั้งอยู่ที่ Spanish Lake รัฐมิสซูรี และเป็นส่วนหนึ่งของหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ
ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหาร (NPRC-MPR) เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรแห่งชาติ (National Personnel Records Center) ซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังเก็บรักษาบันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารและบันทึกทางการแพทย์มากกว่า 56 ล้านฉบับ ของทหารผ่านศึกที่เกษียณอายุ ปลดประจำการ หรือเสียชีวิต จากกองทัพสหรัฐฯ
สถานที่ตั้ง
ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 1 Archives Drive ใน Spanish Lake ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำหนดโดยสำมะโนประชากรในเขตเซนต์หลุยส์ เคาน์ตี้ รัฐมิสซูรี ใกล้กับเมืองเซนต์หลุยส์ โดยก่อนหน้านี้เคยตั้งอยู่ที่ Overland
การจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูล
บันทึกจดหมายเหตุ (Archival Records)
บันทึกจดหมายเหตุชุดใหม่เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างไม่จำกัด โดยการขอข้อมูลจะได้รับเป็นสำเนาของไฟล์ทั้งหมด ซึ่งผู้ขอจะต้องชำระค่าธรรมเนียม ในขณะที่ "บันทึกที่ไม่ใช่จดหมายเหตุ" (Non-Archival Records) ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของข้อมูลที่ศูนย์ฯ เก็บรักษาไว้ จะให้บริการฟรี
ประวัติความเป็นมา
ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก Minoru Yamasaki และเปิดให้บริการในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 1955 หลังจากใช้เวลาสร้าง 3 ปี เดิมทีอาคารนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารของกระทรวงกลาโหม" และถูกกำหนดให้เป็นกองบัญชาการร่วมทางทหารที่รวมศูนย์บันทึกข้อมูลของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเข้าด้วยกัน
ในช่วงแรก บันทึกของกองทัพอากาศอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพบก จนกระทั่งวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1956 เมื่อกองทัพอากาศได้รับมอบอำนาจดูแลบันทึกของตนเองและย้ายไปที่ศูนย์บันทึกข้อมูลกองทัพอากาศในเมืองแคนซัสซิตี้ รัฐมิสซูรี ก่อนจะย้ายกลับมาที่ศูนย์ฯ ในเซนต์หลุยส์ในปี ค.ศ. 1957 ส่วนบันทึกของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้ถูกโอนย้ายมายังศูนย์ฯ ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือในปี ค.ศ. 1957 และบันทึกของหน่วยยามฝั่งเริ่มถูกรับเข้ามาในปี ค.ศ. 1958
วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1960 การควบคุมศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารได้ถูกโอนย้ายไปยังสำนักงานบริหารบริการทั่วไป (General Services Administration - GSA) และได้รวมศูนย์บันทึกข้อมูลทางทหารที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั้งสามแห่ง (กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ) เข้าเป็นศูนย์บันทึกข้อมูลเดียวที่ดำเนินการโดยพนักงานพลเรือน ภายใต้การบริหารของ National Archives and Records Service (NARS)
ในปี ค.ศ. 1966 ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารได้ควบรวมการบริหารจัดการ (แต่ไม่ใช่ทางกายภาพ) กับศูนย์บันทึกข้อมูลรัฐบาลกลางเซนต์หลุยส์ (ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรพลเรือน หรือ CPR) และกลายเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรแห่งชาติ (National Personnel Records Center) โดยอาคารนี้จึงถูกเรียกว่า "ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรแห่งชาติ, ส่วนบันทึกข้อมูลทางทหาร" (NPRC-MPR)
เหตุการณ์สำคัญและปัญหาในอดีต
ปัญหาการให้บริการและระบบงาน
ในปี ค.ศ. 1965 เมื่อเครื่องถ่ายเอกสารเริ่มแพร่หลาย ศูนย์ฯ สามารถผลิตสำเนาบันทึกการรับราชการได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ระหว่างปี ค.ศ. 1965 ถึง 1973 ศูนย์ฯ ประสบปัญหาการขอข้อมูลที่ล้นหลาม จนทำให้เกิดชื่อเสียงที่ไม่ดีในด้านการบริการลูกค้า โดยมีระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่าง 11 ถึง 16 สัปดาห์
จนถึงปี ค.ศ. 1996 ศูนย์ฯ ยังคงดำเนินงานผ่านระบบเอกสารที่ซับซ้อนและมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติน้อยมาก ซึ่งในช่วงทศวรรษ 1980 นำไปสู่การร้องเรียนอย่างรุนแรง จนทำให้หน่วยงานทางทหารต่างๆ พัฒนาขั้นตอนการเก็บรักษาบันทึกของตนเองแทนที่จะส่งมาที่ศูนย์ฯ แห่งนี้
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ปี 1973
เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรแห่งชาติเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1973 โดยไฟได้ลุกไหม้อาคารบันทึกข้อมูลเป็นเวลามากกว่า 4 วัน และทำลายบันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารอย่างเป็นทางการ (OMPF) ไปถึง 16 ถึง 18 ล้านฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบันทึกของกองทัพบกในช่วงปี ค.ศ. 1912 ถึง 1960 และบันทึกของกองทัพอากาศในช่วงปี ค.ศ. 1947 ถึง 1964
ไฟเริ่มลุกไหม้หลังเที่ยงคืนของวันที่ 12 กรกฎาคม และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงในเวลาเพียง 4 นาที 20 วินาทีหลังจากสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น แต่ควันและเปลวไฟที่รุนแรงทำให้พวกเขาต้องถอนตัวออกไปในเวลาประมาณ 03:00 น. การฉีดน้ำจำนวนมหาศาลจากภายนอกอาคารและผ่านหน้าต่างเพื่อควบคุมเพลิงไม่สามารถหยุดยั้งความรุนแรงของไฟที่ลุกไหม้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 22 ชั่วโมง จนทำให้ชาวเมืองในพื้นที่ต้องหลบอยู่ในอาคารเนื่องจากควันไฟที่หนาแน่น
การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่
ในปี ค.ศ. 2011 ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารได้ย้ายไปยังอาคารแห่งใหม่ใน Spanish Lake รัฐมิสซูรี และตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 เป็นต้นมา ชื่อ "ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหาร" ได้ถูกตัดออกจากหนังสือติดต่อราชการส่วนใหญ่ โดยเรียกอาคารบันทึกข้อมูลทางทหารใน Spanish Lake ว่า "ศูนย์บันทึกข้อมูลบุคลากรแห่งชาติ" (National Personnel Records Center) และเรียกอาคารบันทึกข้อมูลพลเรือนว่า "NPRC Annex"
คำถามที่พบบ่อย
ศูนย์ NPRC-MPR คืออะไร?
เป็นศูนย์เก็บรักษาบันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารและบันทัพทางการแพทย์ของทหารผ่านศึกสหรัฐฯ ที่เกษียณอายุ ปลดประจำการ หรือเสียชีวิต
เหตุการณ์ไฟไหม้ปี 1973 ส่งผลกระทบอย่างไร?
ทำลายบันทึกข้อมูลบุคลากรทางทหารอย่างเป็นทางการ (OMPF) ของกองทัพบกและกองทัพอากาศจำนวนมหาศาล (16-18 ล้านฉบับ) ในช่วงปี ค.ศ. 1912-1964
สามารถขอข้อมูลจากศูนย์นี้ได้หรือไม่?
สามารถขอได้ โดยบันทึกที่ไม่ใช่จดหมายเหตุ (Non-Archival Records) ให้บริการฟรี ส่วนบันทึกจดหมายเหตุ (Archival Records) จะมีค่าธรรมเนียมในการขอสำเนา
