← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มิลลี ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด นักชีววิทยาโมเลกุลและผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจอวกาศของ NASA

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจ (Payload Specialist) หญิงคนแรกของ NASA ที่ได้เดินทางสู่วงโคจร
  • เป็นตัวแทนคนแรกจากกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ ที่ได้เดินทางสู่อวกาศ
  • เป็นนักชีววิทยาโมเลกุลที่ตีพิมพ์ผลงานวิจัยมากกว่า 120 ฉบับ โดยเน้นเรื่องระบบภูมิคุ้มกันและโรคกระดูกพรุนในอวกาศ
  • ปฏิบัติภารกิจในอวกาศกับกระสวยอวกาศโคลัมเบียในภารกิจ STS-40 ในปี 1991

มิลลี เอลิซาเบธ ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด (Millie Elizabeth Hughes-Fulford; 21 ธันวาคม 1945 – 2 กุมภาพันธ์ 2021) เป็นนักวิจัยทางการแพทย์ นักชีววิทยาโมเลกุล และผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจ (Payload Specialist) ชาวอเมริกัน ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในการเดินทางไปกับกระสวยอวกาศโคลัมเบีย (Space Shuttle Columbia) ของ NASA ในเดือนมิถุนายน ปี 1991 เพื่อดำเนินภารกิจวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ภาพพอร์ตเทรตของ มิลลี ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด ในชุดนักบินอวกาศ
มิลลี ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจหญิงคนแรกของ NASA ที่ขึ้นสู่วงโคจร

ประวัติการศึกษาและช่วงเริ่มต้นของอาชีพ

มิลลี ฮิวส์ เกิดที่เมืองมินเนอรัลเวลส์ รัฐเท็กซัส เธอสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายในปี 1962 และเข้าเรียนในระดับวิทยาลัยตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยได้รับปริญญาตรีสาขาเคมีและชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยทาร์เลตันสเตต (Tarleton State University) ในปี 1968

ต่อมาเธอได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation) เพื่อศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาด้านเคมีพลาสมาที่มหาวิทยาลัยเท็กซัสวูแมนส์ (Texas Woman's University) ระหว่างปี 1968 ถึง 1971 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Ph.D.) ในปี 1972 นอกจากนี้ ในช่วงปี 1971-1972 เธอยังได้รับทุนจากสมาคมสตรีมหาวิทยาลัยอเมริกัน (American Association of University Women) และมูลนิธิแมคอาเธอร์ (MacArthur Foundation)

หลังจบการศึกษา ดร. ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด ได้เข้าทำงานในตำแหน่งนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเท็กซัสเซาท์เวสเทิร์น (University of Texas Southwestern Medical Center) ในเมืองดัลลัส โดยเน้นการวิจัยเรื่องการควบคุมการเผาผลาญคอเลสเตอรอล ก่อนจะย้ายห้องปฏิบัติการของเธอไปยังซานฟรานซิสโกในเวลาต่อมา

เส้นทางสู่การเป็นนักบินอวกาศ

ในปี 1978 ดร. ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด ได้สมัครเข้าร่วมโครงการนักบินอวกาศของ NASA หลังจากเห็นประกาศรับสมัครนักบินอวกาศหญิง แม้ว่าเธอจะติดอันดับ 20 คนแรกจากผู้สมัครกว่า 8,000 คน แต่เธอก็ไม่ได้รับเลือกให้เข้าสู่กลุ่มนักบินอวกาศกลุ่มที่ 8 (Astronaut Group 8) อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ละทิ้งความตั้งใจและยังคงมุ่งมั่นในเส้นทางสายอวกาศ โดยได้เข้าร่วมกองหนุนแพทย์ทหารบกสหรัฐฯ (U.S. Army Reserve Medical Corps) จนได้รับยศพันตรี และรับราชการตั้งแต่ปี 1981 ถึง 1995

ภารกิจ STS-40 และความสำเร็จทางประวัติศาสตร์

ในเดือนมกราคม 1983 NASA ได้คัดเลือกเธอให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจ (Payload Specialist) และในเดือนมิถุนายน 1991 เธอได้เดินทางไปกับภารกิจ STS-40 Spacelab Life Sciences (SLS 1) ซึ่งเป็นภารกิจแรกของ Spacelab ที่อุทิศให้กับการศึกษาทางชีวการแพทย์โดยเฉพาะ

ภารกิจนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายประการ ได้แก่:

  • เป็นภารกิจแรกที่มีลูกเรือหญิงถึง 3 คน
  • ดร. ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจหญิงคนแรกของ NASA ที่ได้ขึ้นสู่วงโคจร
  • เธอเป็นตัวแทนคนแรกจากกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ (U.S. Department of Veterans Affairs) ที่ได้เดินทางสู่อวกาศ

ในภารกิจนี้ กระสวยอวกาศโคลัมเบียได้เดินทางเป็นระยะทางกว่า 3.2 ล้านไมล์ โคจรรอบโลก 146 รอบ และดำเนินงานวิจัยกว่า 18 การทดลองในช่วงเวลา 9 วัน ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลทางการแพทย์ได้มากกว่าเที่ยวบินของ NASA ครั้งใดๆ ที่เคยมีมาในขณะนั้น

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และผลงานในระยะหลัง

หลังจากการปฏิบัติภารกิจในอวกาศ ดร. ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก (UCSF) และก่อตั้งห้องปฏิบัติการ Hughes-Fulford ณ ศูนย์การแพทย์ VA ในซานฟรานซิสโก โดยมุ่งเน้นการวิจัยด้านภูมิคุ้มกันวิทยา, ชีวอวกาศ (Bioastronautics) และมะเร็งวิทยา

เธอเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย (Principal Investigator) ในการทดลอง SpaceHab/Biorack หลายชุด เพื่อศึกษาการเติบโตของเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) และหาสาเหตุของโรคกระดูกพรุนที่เกิดขึ้นกับนักบินอวกาศในสภาวะไมโครกราวิตี้ ผลงานของเธอครอบคลุมการทดลองในภารกิจ STS-76, STS-81 และ STS-84

นอกจากนี้ เธอยังร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ เช่น ดร. ออกุสโต โคโกลี จากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อศึกษาการเหนี่ยวนำยีนของ T-cell ในอวกาศ ซึ่งมีการส่งการทดลองผ่านยานโซยุซ TMA-9 ในปี 2006 และการทดลองล่าสุดของเธอได้เดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ด้วยจรวดของ SpaceX เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกันในอวกาศ

ตลอดอาชีพการทำงาน ดร. ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด ได้ตีพิมพ์บทความวิจัยและบทคัดย่อมากกว่า 120 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมเรื่องการควบคุมการเติบโตของกระดูกและมะเร็ง รวมถึงผลกระทบของการเดินทางในอวกาศต่อระบบภูมิคุ้มกันในระดับโมเลกุลและระบบชีววิทยา

ชีวิตส่วนตัวและการเสียชีวิต

ดร. ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด แต่งงานสองครั้ง โดยครั้งแรกกับริค ไวลีย์ และครั้งที่สองกับจอร์จ ฟูลฟอร์ด นักบินของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ซึ่งเธอพบในปี 1981 และแต่งงานกันในปี 1983

เธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021 ที่เมืองมิลล์แวลลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ซึ่งเป็นหัวข้อที่เธอใช้ในการเขียนบทความวิจัยชิ้นสุดท้ายของเธอ

คำถามที่พบบ่อย

มิลลี ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด คือใคร?

เธอเป็นนักชีววิทยาโมเลกุลและผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจของ NASA ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจหญิงคนแรกของ NASA ที่ได้เดินทางสู่อวกาศ

ภารกิจอวกาศของเธอคือภารกิจอะไร?

เธอเดินทางไปกับกระสวยอวกาศโคลัมเบียในภารกิจ STS-40 Spacelab Life Sciences (SLS 1) ในปี 1991 ซึ่งเน้นการวิจัยทางชีวการแพทย์

งานวิจัยหลักของเธอเน้นเรื่องอะไร?

งานวิจัยของเธอเน้นที่การควบคุมการเติบโตของเซลล์กระดูก การศึกษาสาเหตุของโรคกระดูกพรุนในนักบินอวกาศ และผลกระทบของสภาวะไมโครกราวิตี้ต่อระบบภูมิคุ้มกัน

เธอได้รับรางวัลอะไรบ้าง?

เธอได้รับรางวัล NASA Space Flight Medal และรางวัล Presidential Award for Federal Employee รวมถึงทุนการศึกษาจากมูลนิธิแมคอาเธอร์และมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ดร. ฮิวส์-ฟูลฟอร์ด เสียชีวิตเมื่อใด?

เธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021 ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นหัวข้อวิจัยสุดท้ายของเธอ