ภาษามอเกล็น ภาษาออสโตรนีเซียนในภาคใต้ของไทย
สรุปใจความสำคัญ
- ภาษามอเกล็นเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน
- พูดกันเฉพาะในชายฝั่งตะวันตกของภาคใต้ประเทศไทย ไม่พบในเมียนมา
- มีพื้นที่การพูดหลักในจังหวัดพังงา ระนอง และภูเก็ต
ภาษามอเกล็นเป็นภาษาในตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน (Austronesian) ซึ่งพูดกันในบริเวณชายฝั่งตะวันตกของภาคใต้ของประเทศไทย โดยภาษานี้มีความสัมพันธ์ทางภาษาศาสตร์กับภาษามอเก็น (Moken) ที่พูดกันในเมียนมาและภาคใต้ของไทย แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน และที่สำคัญคือภาษามอเกล็นไม่ได้ถูกนำไปพูดในประเทศเมียนมาเหมือนกับภาษามอเก็น
พื้นที่การพูดภาษาและสำเนียง
จากการศึกษาของ Larish (2005) ได้ระบุว่าพื้นที่การพูดภาษามอเกล็นในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 เขตหลัก ดังนี้:
- เขตมอเกล็นตอนเหนือ: ประกอบด้วยหมู่บ้าน 8 แห่ง ตั้งอยู่ห่างจากกลุ่มผู้พูดภาษามอเก็น (Jadiak Moken) ในจังหวัดระนองประมาณ 40 กิโลเมตร ครอบคลุมตั้งแต่หมู่บ้านเกาะพระทอง (อำเภอคุระบุรี) ทางตอนเหนือ ไปจนถึงบางสักทางตอนใต้ โดยในพื้นที่เกาะพระทองมีการปฏิสัมพันธ์กับผู้พูดภาษามอเก็นในระดับสูง
- เขตมอเกล็นตอนกลาง: ประกอบด้วยหมู่บ้าน 9 แห่ง ตั้งแต่ปากวิป (อำเภอตะกั่วป่า) ไปจนถึงหินลาด โดยสำเนียงบ้านดอนคันเป็นสำเนียงที่ได้รับการศึกษาอย่างละเอียดโดย Larish (1999, 2005)
- เขตมอเกล็นตอนใต้: ประกอบด้วยหมู่บ้าน 3 แห่ง บริเวณปลายเหนือของเกาะภูเก็ต
การสำรวจสำเนียงอื่น ๆ
นอกจากนี้ Swastham (1982) ได้บรรยายถึงสำเนียงมอเกล็นในพื้นที่ลำภี (อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา) และระบุหมู่บ้านมอเกล็นอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงลำภี โดยเรียงจากเหนือลงใต้ ได้แก่ บางสัก, ขุกขัก, บางเนียง, ทุ่งมะพร้าว และท่าฉัตรไชย
นอกจากนี้ Bishop & Peterson (1987) ยังได้ทำการสำรวจสำเนียงต่าง ๆ ของภาษามอเกล็นเพื่อทำความเข้าใจความหลากหลายทางภาษาในกลุ่มชาติพันธุ์นี้
คำถามที่พบบ่อย
ภาษามอเกล็นแตกต่างจากภาษามอเก็นอย่างไร?
แม้ว่าภาษามอเกล็นและภาษามอเก็นจะมีความสัมพันธ์กันและอยู่ในตระกูลภาษาเดียวกัน แต่เป็นคนละภาษากัน และภาษามอเกล็นพูดกันเฉพาะในประเทศไทย ในขณะที่ภาษามอเก็นพูดกันในทั้งไทยและเมียนมา
ภาษามอเกล็นพูดกันที่ไหนบ้างในประเทศไทย?
ภาษามอเกล็นพูดกันในจังหวัดพังงา (เป็นพื้นที่หลัก), ระนอง และเกาะภูเก็ต
สำเนียงใดของภาษามอเกล็นที่ได้รับการศึกษามากที่สุด?
สำเนียงบ้านดอนคันในเขตมอเกล็นตอนกลางเป็นสำเนียงที่ได้รับการศึกษาอย่างละเอียดโดยนักวิชาการอย่าง Larish

