← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มหาวิหารมอนเรอาเล อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมนอร์มัน-อาหรับ-ไบแซนไทน์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมนอร์มันที่ผสมผสานศิลปะอาหรับและไบแซนไทน์
  • มีภาพโมเสกแก้วสไตล์ไบแซนไทน์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,500 ตารางเมตร
  • ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015
  • ระเบียงคด (Cloister) มีเสาหินอ่อน 216 ต้นที่แกะสลักหัวเสาไม่ซ้ำกันเลย

มหาวิหารมอนเรอาเล (อิตาลี: Cattedrale di Santa Maria Nuova di Monreale หรือ Duomo di Monreale) เป็นโบสถ์คาทอลิกที่ตั้งอยู่ในเมืองมอนเรอาเล จังหวัดปาแลร์โม เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สมบูรณ์และยิ่งใหญ่ที่สุดของสถาปัตยกรรมนอร์มัน (Norman architecture) โดยมีการผสมผสานทางศิลปะที่โดดเด่นระหว่างวัฒนธรรมนอร์มัน อาหรับ และไบแซนไทน์

มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1174 โดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 2 แห่งซิซิลี และอุทิศให้แก่การประสูติของพระแม่มารี ในปี ค.ศ. 1182 สมเด็จพระสันตะปาปาลูซิอุสที่ 3 ได้ทรงประกาศให้โบสถ์แห่งนี้เป็นมหาวิหารหลัก (Metropolitan Cathedral) และเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลมอนเรอาเล ซึ่งต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นอัครสังฆมณฑลในปี ค.ศ. 1183 ปัจจุบันมหาวิหารมอนเรอาเลได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ร่วมกับอาหรับ-นอร์มัน ปาแลร์โม และมหาวิหารแห่งเซฟาลู

ทัศนียภาพของมหาวิหารมอนเรอาเลที่แสดงถึงสถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน
มหาวิหารมอนเรอาเลแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานของสถาปัตยกรรมนอร์มัน อาหรับ และไบแซนไทน์อย่างชัดเจน

ประวัติการก่อสร้างและตำนาน

ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้าวิลเลียมที่ 2 แห่งซิซิลี ทรงบรรทมหลับใต้ต้นแคโรบขณะออกล่าสัตว์ในป่าใกล้เมืองมอนเรอาเล และทรงฝันเห็นพระแม่มารีปรากฏกายเพื่อแนะนำให้พระองค์สร้างโบสถ์ ณ จุดที่พระองค์บรรทมอยู่ นอกจากนี้ยังมีการเล่าว่ามีการค้นพบขุมทรัพย์เหรียญทองคำใต้รากต้นแคโรบ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นทุนในการก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม ในเชิงประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่าการสร้างมหาวิหารแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการก่อสร้างขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันกับบิชอปแห่งปาแลร์โม (วอลเตอร์ ออฟฟามิล) ผู้ซึ่งสั่งให้สร้างมหาวิหารแห่งปาแลร์โม การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1172 และได้รับอนุมัติจากสมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ในปี ค.ศ. 1174 การก่อสร้างรวมถึงอาศรมที่ติดกันเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1267 และได้รับการประกอบพิธีเสกโดยสมเด็จพระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 4

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

มหาวิหารมีความยาว 102 เมตร และกว้าง 40 เมตร โดยมีผังอาคารที่ได้รับอิทธิพลจากแบบคลูนิแอก (Clunian) จากทางตอนเหนือของฝรั่งเศส

โครงสร้างภายนอกและภายใน

  • ด้านหน้า (Facade): ขนาบข้างด้วยหอคอยสองแห่ง คล้ายกับมหาวิหารแห่งเซฟาลู
  • โถงกลาง (Nave): เป็นโถงกว้างที่มีทางเดินด้านข้างแคบๆ รองรับด้วยเสาหินแกรนิตสีเทาจากตะวันออก และซุ้มโค้งปลายแหลม (Pointed arches)
  • เพดาน: เป็นโครงสร้างไม้เปิดโล่ง ตกแต่งด้วยสีสันอย่างวิจิตร ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการบูรณะใหม่
  • ระเบียงทางเดิน (Portico): ในช่วงปี ค.ศ. 1547–1569 ได้มีการเพิ่มระเบียงทางเดินสไตล์เรเนซองส์ที่ด้านทิศเหนือ ออกแบบโดยโจวันนี โดเมนิโก กากีนี และ ฟาซิโอ กากีนี

ระเบียงคด (The Cloister)

ระเบียงคดของมหาวิหารมอนเรอาเลถือเป็นหนึ่งในระเบียงคดที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดในยุโรป มีพื้นที่ประมาณ 2,200 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยซุ้มโค้งปลายแหลมที่ประดับด้วยลวดลายเรขาคณิต รองรับด้วยเสาหินอ่อนสีขาวคู่จำนวน 216 ต้น ซึ่งแต่ละต้นมีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ทั้งลวดลายเกลียวและลวดลายแนวตั้งด้วยโมเสกแก้วสีทองและหลากสี หัวเสาหินอ่อนแต่ละต้นถูกแกะสลักเป็นรูปใบไม้ ฉากจากคัมภีร์ไบเบิล และเรื่องราวเชิงสัญลักษณ์ โดยไม่มีหัวเสาต้นใดที่ซ้ำกันเลย

ศิลปะโมเสกไบแซนไทน์

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของมหาวิหารคือภาพโมเสกแก้วขนาดมหึมา พื้นที่รวมกว่า 6,500 ตารางเมตร ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปลายศตวรรษที่ 12 ถึงกลางศตวรรษที่ 13 โดยช่างฝีมือชาวท้องถิ่นและชาวเวนิสในสไตล์ไบแซนไทน์ ภาพโมเสกเหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของผนังและเพดาน เล่าเรื่องราวทางศาสนาและพระคริสต์ผู้ทรงสรรพานุภาพ (Christ Pantocrator) ในโดมกลาง

เหตุการณ์สำคัญและการบูรณะ

ในปี ค.ศ. 1270 หัวใจของนักบุญหลุยส์ที่ 9 กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส ได้ถูกนำมาฝังไว้ที่นี่ ต่อมาในปี ค.ศ. 1811 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในบริเวณพื้นที่ร้องเพลง (Choir) ส่งผลให้โมเสกบางส่วนได้รับความเสียหาย และทำลายเครื่องเรือนไม้ วอลนัท ออร์แกน และหลังคาบางส่วน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายได้รับการบูรณะให้กลับมาสวยงามดังเดิมในเวลาต่อมา

คำถามที่พบบ่อย

มหาวิหารมอนเรอาเลสร้างขึ้นในยุคใด?

เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1174 โดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 2 แห่งซิซิลี ในยุคสถาปัตยกรรมนอร์มัน

จุดเด่นที่สุดของมหาวิหารมอนเรอาเลคืออะไร?

คือภาพโมเสกแก้วสไตล์ไบแซนไทน์ขนาดมหึมาที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,500 ตารางเมตร และระเบียงคดที่วิจิตรบรรจง

ทำไมมหาวิหารแห่งนี้จึงถูกเรียกว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน?

เพราะมีการรวมเอาลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมนอร์มัน (โครงสร้างหลัก), ศิลปะอาหรับ (ลวดลายประดับ), และศิลปะไบแซนไทน์ (ภาพโมเสก) เข้าไว้ด้วยกัน

มหาวิหารมอนเรอาเลตั้งอยู่ที่ไหน?

มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองมอนเรอาเล จังหวัดปาแลร์โม บนเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี