MSN TV นวัตกรรมอุปกรณ์เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโทรทัศน์
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งโดย Steve Perlman ในปี 1995 ภายใต้ชื่อ WebTV Networks
- ถูก Microsoft เข้าซื้อกิจการในปี 1997 และเปลี่ยนชื่อเป็น MSN TV ในปี 2001
- เป็นอุปกรณ์ Thin Client ที่เปลี่ยนโทรทัศน์ให้เป็นหน้าจออินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์
- ปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2013
MSN TV (เดิมชื่อ WebTV) คือผลิตภัณฑ์สำหรับการเข้าถึงเว็บในรูปแบบอุปกรณ์ Thin Client ซึ่งใช้โทรทัศน์เป็นหน้าจอแสดงผลแทนการใช้จอคอมพิวเตอร์ โดยทำงานร่วมกับบริการออนไลน์ที่สนับสนุนการทำงานของตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ

ประวัติและการพัฒนา
แนวคิดและการก่อตั้ง
แนวคิดของ WebTV เกิดจาก Steve Perlman ผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งมีความตั้งใจที่จะสร้างโทรทัศน์เชิงโต้ตอบ (Interactive Television) เพื่อนำคอมพิวเตอร์มาสู่ผู้คนทั่วไป โดยเขาได้รับแรงบันดาลใจจากการพบว่าผู้คนที่น่าจะสนใจเนื้อหาบนเว็บ (เช่น สูตรอาหารจากเว็บไซต์ซุป Campbell) อาจไม่ได้เป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเนื่องจากไม่มีคอมพิวเตอร์
บริษัท WebTV Networks, Inc. ถูกก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1995 ในซิลิคอนวัลเลย์ โดย Perlman พร้อมด้วย Bruce Leak และ Phil Goldman ในช่วงเริ่มต้น บริษัทใช้ชื่อว่า Artemis Research เพื่อปกปิดลักษณะธุรกิจที่แท้จริง
การเปิดตัวและการเติบโต
ผลิตภัณฑ์ WebTV ถูกประกาศเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1996 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1996 โดยใช้โมเดลธุรกิจแบบการให้สิทธิ์การออกแบบ (Reference Design) แก่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ผู้ผลิต เช่น Sony และ Philips เพื่อผลิตตัวเครื่อง Set-top box จำหน่าย ในขณะที่ WebTV Networks จะสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมบริการรายเดือนจากผู้สมัครใช้งาน
การเข้าซื้อกิจการโดย Microsoft และการเปลี่ยนชื่อเป็น MSN TV
ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1997 Microsoft Corporation ได้เข้าซื้อกิจการ WebTV Networks และต่อมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2001 ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการรีแบรนด์เป็น MSN TV และถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของบริการ MSN
คุณสมบัติและการทำงาน
MSN TV ถูกวางตำแหน่งให้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการทางเลือกราคาประหยัดแทนการซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
การเชื่อมต่อและอุปกรณ์
- อุปกรณ์: ประกอบด้วยกล่อง Set-top box, รีโมทคอนโทรล และคีย์บอร์ดไร้สาย (ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม)
- การเชื่อมต่อ: ในยุคแรกใช้การเชื่อมต่อแบบ Dial-up ผ่านสายโทรศัพท์ ต่อมาในรุ่น MSN TV 2 และบริการของ Rogers Interactive TV ได้เริ่มรองรับการเชื่อมต่อแบบ Broadband
บริการและฟีเจอร์
นอกจากการท่องเว็บและอีเมลพื้นฐานแล้ว บริการของ WebTV/MSN TV ยังมีฟีเจอร์เฉพาะตัว เช่น:
- บริการกลุ่มข่าว (Newsgroup) แบบ "Walled Garden"
- รายงานข่าวและสภาพอากาศ
- ระบบจัดเก็บบุ๊กมาร์ก (Favorites)
- ห้องแชท IRC และ MSN Chat
- บริการ Page Builder สำหรับสร้างและโฮสต์หน้าเว็บส่วนตัว
- การเล่นเพลงพื้นหลังขณะท่องเว็บจากรายการที่กำหนดไว้
- การรวมเนื้อหาเฉพาะด้าน เช่น ความบันเทิง และหุ้น
- การเชื่อมต่อกับ MSN Messenger และ Hotmail (หลังจาก Microsoft เข้าซื้อกิจการ)
สถาปัตยกรรมทางเทคนิค
เครือข่ายดั้งเดิมของ WebTV ใช้ระบบหลังบ้านเป็น Solaris และใช้โปรโตคอลเฉพาะที่เรียกว่า WebTV Protocol (WTVP) ในการยืนยันตัวตนและส่งเนื้อหาไปยังตัวเครื่องผ่านเซิร์ฟเวอร์ส่วนหน้า (Frontend Servers)
สำหรับรุ่น MSN TV 2 ได้มีการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนมาใช้เซิร์ฟเวอร์ IIS และบริการมาตรฐาน HTTP/HTTPS แทน
การสิ้นสุดการให้บริการ
บริการ MSN TV ให้บริการมาอย่างยาวนานถึง 18 ปี ก่อนจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2013 โดยผู้สมัครใช้งานได้รับแจ้งให้ย้ายข้อมูลออกก่อนวันปิดให้บริการ
คำถามที่พบบ่อย
MSN TV คืออะไร?
MSN TV คืออุปกรณ์ Set-top box (Thin Client) ที่เชื่อมต่อกับโทรทัศน์และสายโทรศัพท์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถท่องอินเทอร์เน็ต ส่งอีเมล และใช้บริการออนไลน์ได้โดยไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์
WebTV แตกต่างจาก MSN TV อย่างไร?
WebTV คือชื่อเดิมของผลิตภัณฑ์และบริษัทก่อนที่จะถูก Microsoft เข้าซื้อกิจการ ส่วน MSN TV คือชื่อที่ใช้หลังจากมีการรีแบรนด์ในปี 2001
MSN TV ใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบใด?
ในระยะแรกใช้การเชื่อมต่อแบบ Dial-up ผ่านสายโทรศัพท์ แต่ในรุ่นต่อมาอย่าง MSN TV 2 ได้เริ่มรองรับการเชื่อมต่อแบบ Broadband
ทำไม MSN TV ถึงปิดตัวลง?
บริการปิดตัวลงในวันที่ 30 กันยายน 2013 หลังจากให้บริการมา 18 ปี เนื่องจากเทคโนโลยีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์สมาร์ททีวีในปัจจุบันมีการพัฒนาไปไกลกว่าระบบ Thin Client แบบเดิม
ใครคือผู้สร้าง WebTV?
Steve Perlman เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดและร่วมก่อตั้งบริษัท WebTV Networks, Inc.


