← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ส่วนประกอบของดนตรี ความหมายและการใช้งานในทางดนตรี

สรุปใจความสำคัญ

  • 'ส่วน' (Part) ในทางดนตรีมีความหมายหลากหลาย ตั้งแต่แนวทำนองเดี่ยว โน้ตสำหรับเครื่องดนตรีเฉพาะชิ้น ไปจนถึงส่วนของโครงสร้างบทเพลง
  • การเขียนแนวเสียง (Part-writing) คือการสร้างแนวทำนองที่สอดประสานกันโดยใช้หลักการ Counterpoint และ Harmony
  • ในรูปแบบดนตรีแบบ Ternary form (A-B-A) คำว่า 'ส่วน' ถูกใช้เพื่อระบุส่วนที่เหมือนกันและส่วนที่แตกต่างกันในโครงสร้างเพลง
  • แนวเสียงหลัก (Lead voice) คือแนวเสียงที่โดดเด่นที่สุดในบทเพลง ซึ่งมักจะเป็นแนวเสียงสูงสุด

ในทางดนตรี คำว่า "ส่วน" (Part) มีความหมายที่หลากหลายและขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้งาน โดยทั่วไปจะหมายถึงองค์ประกอบย่อยที่ประกอบกันขึ้นเป็นบทเพลงหนึ่งบทเพลง ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นความหมายหลักได้ดังนี้

ความหมายของ 'ส่วน' ในบริบทต่างๆ

การใช้คำว่า "ส่วน" ในทางดนตรีสามารถแบ่งออกเป็น 4 ความหมายหลักที่มักพบเห็นได้บ่อย:

  • แนวทำนองหรือแนวเสียง (Melody or Voice): หมายถึงแนวทำนองเดี่ยวที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเป็นอิสระจากโน้ตตัวอื่นๆ ที่บรรเลงพร้อมกันในลักษณะโพลีโฟนี (Polyphony) เช่น ในการเล่นเปียโน ผู้เล่นอาจแยกแยะ "ส่วนนอก" (Outer parts) ซึ่งคือแนวเสียงสูงสุดและต่ำสุด และ "ส่วนใน" (Inner parts) ซึ่งคือแนวเสียงที่อยู่ระหว่างกลาง ส่วนในบริบทของคณะประสานเสียง ส่วนนอกและส่วนในจะหมายถึงกลุ่มนักร้องที่ร้องในแนวเสียงที่แตกต่างกัน
  • โน้ตสำหรับเครื่องดนตรีหรือเสียงร้องเดี่ยว (Individual Sheet Music): หมายถึงเอกสารคำแนะนำทางดนตรีสำหรับเครื่องดนตรีหรือเสียงร้องแต่ละชิ้น (อาจเป็นแบบเขียนด้วยมือ พิมพ์ หรือดิจิทัล) ซึ่งแตกต่างจาก "สกอร์เต็ม" (Full Score) ที่แสดงทุกส่วนของวงดนตรีในเอกสารฉบับเดียว โดยปกติแล้ว โน้ตส่วนนี้จะมีเพียงคำแนะนำสำหรับผู้เล่นคนนั้นๆ เท่านั้น
  • กลุ่มผู้บรรเลงในแนวเดียวกัน (Group Performance): หมายถึงดนตรีที่บรรเลงโดยกลุ่มนักดนตรีที่เล่นแนวเดียวกันในบทเพลงหนึ่ง เช่น ในวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ผู้เล่นเชลโลจำนวนมากอาจเล่น "ส่วนเดียวกัน" (The same part) แม้ว่าแต่ละคนจะมีโน้ตแยกเป็นของตนเอง ซึ่งส่วนนี้อาจบรรเลงเป็นเสียงเดียว (Unison) หรือมีการประสานเสียง (Harmonized) หรือมีแนวทำนองสอดแทรก (Counter-melodies) ก็ได้
  • ส่วนของโครงสร้างบทเพลง (Section of Musical Form): หมายถึงการแบ่งส่วนย่อยในโครงสร้างของบทเพลงขนาดใหญ่ เช่น ในงานประเภทออราทอริโอ (Oratorio) อย่างเรื่อง Messiah ของ Handel ที่แบ่งออกเป็น Part I, Part II และ Part III ซึ่งแต่ละส่วนประกอบด้วยฉากและบทเพลงย่อยๆ อีกมากมาย
โน้ตเพลง Intermezzo Opus 13 ของ Mendelssohn
ตัวอย่างโน้ตเพลงที่แสดงการแยกส่วนของแนวทำนองในบทเพลง Intermezzo Opus 13 ของ Mendelssohn

การเขียนแนวเสียงและโพลีโฟนี (Polyphony and Part-writing)

การเขียนแนวเสียง (Part-writing) หรือที่เรียกว่า การนำทางเสียง (Voice leading) คือการประพันธ์แนวเสียงต่างๆ โดยคำนึงถึงหลักการประสานเสียง (Harmony) และการสอดประสาน (Counterpoint) ในการประพันธ์แบบโพลีโฟนี คำว่า "เสียง" (Voice) มักถูกนำมาใช้แทนคำว่า "ส่วน" เพื่อระบุถึงเส้นทำนองเดี่ยวหรือชั้นของเนื้อสัมผัสทางดนตรี ซึ่งคำนี้ไม่ได้หมายถึงเสียงร้องของมนุษย์เสมอไป แต่หมายถึงเครื่องดนตรี หน้าที่ของแนวเสียงนั้นในโครงสร้างการสอดประสาน หรือระดับเสียง (Register)

แผนภาพแสดงการเขียนแนวเสียง
ตัวอย่างการวิเคราะห์แนวเสียงและการเคลื่อนที่ของโน้ตในทางทฤษฎีดนตรี

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์

พัฒนาการของการเขียนแนวเสียงเป็นหัวใจสำคัญของประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตก โดยเริ่มจากทำนองเดี่ยวของเพลงสวดเกรกอเรียน (Gregorian chant) และมีการบันทึกใน Codex Calixtinus (ศตวรรษที่ 12) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหลักฐานการเขียนแนวเสียงที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่

ในหลายยุคสมัย การเขียนแนวเสียงถูกจัดให้เป็นระบบกฎเกณฑ์การสอดประสาน (Counterpoint rules) เพื่อใช้ในการศึกษาดนตรี เช่น ตำรา Gradus ad Parnassum ของ Johann Fux ซึ่งกำหนดรูปแบบการเขียนที่เลียนแบบผลงานของ Palestrina นอกจากนี้ ทฤษฎีดนตรีตะวันตกในศตวรรษที่ 20 ส่วนใหญ่ยังอ้างอิงจากผลงานของคีตกวีในยุคคลาสสิก โดยเฉพาะการวิเคราะห์เพลงประสานเสียง (Chorales) ของ J.S. Bach ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเรียนการเขียนแนวเสียงในปัจจุบัน

แนวเสียงหลัก (Lead Part)

แนวเสียงหลัก (Lead part หรือ Lead voice) คือแนวเสียงที่มีความโดดเด่นที่สุดและมีความสำคัญทางทำนองมากที่สุด มักจะเป็นแนวเสียงที่มีระดับเสียงสูงสุดแต่ไม่จำเป็นเสมอไป โดยทั่วไปจะบรรเลงโดยเครื่องดนตรีหลักหรือนักร้องนำ

ส่วนในโครงสร้างรูปแบบดนตรี (Musical Form)

ในด้านรูปแบบดนตรี "ส่วน" อาจหมายถึงการแบ่งย่อยในโครงสร้างของบทเพลง ซึ่งบางครั้งคีตกวีหรือสำนักพิมพ์จะใช้คำว่า "Part" เป็นชื่อเรียกส่วนหลักของงานขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการใช้ในความหมายทั่วไปเพื่อระบุส่วนที่ระบุได้ของบทเพลง เช่น ใน รูปแบบสามส่วน (Ternary form) ซึ่งมีโครงสร้างแบบ A–B–A โดยที่ส่วนแรกและส่วนที่สาม (A) จะมีลักษณะทางดนตรีที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน ในขณะที่ส่วนที่สอง (B) จะสร้างความแตกต่างหรือความขัดแย้งกับส่วน A

คำถามที่พบบ่อย

คำว่า 'Part' ในทางดนตรีหมายถึงอะไรได้บ้าง?

หมายถึง 1) แนวทำนองหรือแนวเสียงเดี่ยว 2) โน้ตเพลงสำหรับเครื่องดนตรีหรือเสียงร้องเฉพาะชิ้น 3) กลุ่มนักดนตรีที่เล่นแนวเดียวกัน 4) ส่วนย่อยในโครงสร้างของบทเพลงขนาดใหญ่

การเขียนแนวเสียง (Part-writing) แตกต่างจากการประพันธ์เพลงทั่วไปอย่างไร?

การเขียนแนวเสียงเน้นที่การเคลื่อนที่ของแต่ละแนวเสียง (Voice leading) และความสัมพันธ์ระหว่างแนวเสียงต่างๆ เพื่อให้เกิดการประสานเสียงที่ถูกต้องตามหลักการ Counterpoint และ Harmony

Full Score กับ Part ต่างกันอย่างไร?

Full Score คือโน้ตเพลงที่แสดงทุกแนวเสียงของทุกเครื่องดนตรีในวงพร้อมกันในหน้าเดียว ส่วน Part คือโน้ตที่แยกออกมาให้เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นบรรเลงเฉพาะส่วนของตนเองเท่านั้น

รูปแบบสามส่วน (Ternary form) คืออะไร?

คือโครงสร้างเพลงที่แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ A-B-A โดยส่วนแรก (A) จะถูกนำกลับมาเล่นซ้ำในส่วนที่สาม เพื่อสร้างความสมดุลและจบเพลง