← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติศาสตร์ทางรถไฟรางแคบในแคนาดา

สรุปใจความสำคัญ

  • ทางรถไฟรางแคบขนาด 3 ฟุต 6 นิ้ว (1,067 มม.) เป็นขนาดที่นิยมใช้มากที่สุดในแคนาดา
  • ทางรถไฟนิวฟันด์แลนด์เคยเป็นระบบรางแคบที่ยาวที่สุดในอเมริกาเหนือ
  • เหตุผลหลักในการใช้รางแคบคือค่าก่อสร้างที่ถูกกว่า แต่มีข้อเสียคือทนทานต่อสภาพอากาศ (ดินยกตัวจากน้ำแข็ง) ได้น้อยกว่ารางกว้าง
  • ปัจจุบันทางรถไฟเกือบทั้งหมดในแคนาดาเป็นรางมาตรฐาน โดยมีเพียงบางสาย เช่น White Pass and Yukon Route ที่ยังคงใช้รางแคบ

ในยุคแรกของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของแคนาดา แม้ว่าทางรถไฟส่วนใหญ่ในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกจะถูกสร้างขึ้นด้วยรางกว้าง (Broad Gauge) ขนาด 5 ฟุต 6 นิ้ว (1,676 มม.) แต่มีการสร้างทางรถไฟรางแคบ (Narrow Gauge) ขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐออนแทรีโอและภูมิภาคแอตแลนติกแคนาดา เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ทางรถไฟรางแคบมีความเปราะบางต่อปรากฏการณ์ดินยกตัวจากน้ำแข็ง (Frost Heaving) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเบี่ยงเบนของผิวหน้าทางวิ่งได้ง่ายกว่ารางกว้าง

แผนผังแสดงขนาดความกว้างของรางรถไฟแบบต่างๆ
แผนผังเปรียบเทียบขนาดความกว้างของรางรถไฟประเภทต่างๆ ทั่วโลก

ระบบรางแคบที่สำคัญในแคนาดา

ระบบรางแคบที่แพร่หลายที่สุดในแคนาดาคือขนาด 3 ฟุต 6 นิ้ว (1,067 มม.) ซึ่งถูกนำมาใช้ในโครงการสำคัญหลายแห่ง ดังนี้:

  • ทางรถไฟนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Railway): มีระยะทางยาวที่สุดประมาณ 969 ไมล์ (1,559 กม.)
  • ทางรถไฟในออนแทรีโอ: ได้แก่ สาย Toronto and Nipissing และ Toronto, Grey and Bruce ซึ่งมีระยะทางรวม 304 ไมล์ (489 กม.)
  • ทางรถไฟเกาะปรินซ์เอ็ดเวิร์ด (Prince Edward Island Railway): ระยะทาง 280 ไมล์ (450 กม.)
  • ทางรถไฟนิวบรันสวิก (New Brunswick Railway): ระยะทาง 189 ไมล์ (304 กม.) ในหุบเขาแม่น้ำเซนต์จอห์น
แผนที่โลกแสดงการใช้ขนาดรางรถไฟแบ่งตามภูมิภาค
การกระจายตัวของขนาดรางรถไฟในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก

รายละเอียดรายภูมิภาค

นิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland)

การก่อสร้างทางรถไฟนิวฟันด์แลนด์ขนาด 3 ฟุต 6 นิ้ว เริ่มต้นในปี 1881 และเสร็จสมบูรณ์จนเชื่อมต่อกับท่าเรือเฟอร์รี่ Port aux Basques ในปี 1898 ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจเนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มีถนนเชื่อมต่อ แต่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่องจนรัฐบาลนิวฟันด์แลนด์ต้องเข้าดูแลในปี 1923 และถูกโอนย้ายไปยังการรถไฟแห่งชาติแคนาดา (Canadian National Railways - CN) เมื่อนิวฟันด์แลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแคนาดาในปี 1949

หลังจากการสร้างทางหลวง Trans-Canada Highway เสร็จสิ้นในปี 1965 การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนไปใช้รถบรรทุก แม้จะมีการนำระบบเฟอร์รี่รถไฟรางมาตรฐานมาใช้โดยการเปลี่ยนชุดล้อ (Trucks) ของตู้สินค้าให้เป็นรางแคบเพื่อวิ่งในเกาะ แต่ปริมาณการใช้งานก็ลดลงอย่างมาก จนกระทั่งมีการยกเลิกการใช้งานในปี 1988 ซึ่งในขณะนั้นทางรถไฟนิวฟันด์แลนด์เป็นระบบรางแคบที่ยาวที่สุดในอเมริกาเหนือ

เกาะปรินซ์เอ็ดเวิร์ด (Prince Edward Island)

ทางรถไฟเกาะปรินซ์เอ็ดเวิร์ดเริ่มสร้างในปี 1871 ด้วยขนาด 3 ฟุต 6 นิ้ว แต่ประสบปัญหาด้านงบประมาณและการก่อสร้างที่ไม่มีทิศทางชัดเจน จนนำไปสู่ภาวะล้มละลายของอาณานิคม เมื่อเกาะปรินซ์เอ็ดเวิร์ดเข้าร่วมกับแคนาดาในปี 1873 รัฐบาลกลางจึงรับช่วงดูแลและเปลี่ยนขนาดรางเป็นรางมาตรฐาน (Standard Gauge) ในช่วงทศวรรษ 1920 ถึง 1930 ก่อนจะถูกยกเลิกการใช้งานทั้งหมดในปี 1989

โนวาสโกเชียและนิวบรันสวิก (Nova Scotia & New Brunswick)

ทางรถไฟรางแคบสายแรกในแคนาดาไม่ใช่สายขนส่งสาธารณะ แต่เป็นทางรถไฟขนส่งถ่านหิน Lingan Colliery Tramway ในเกาะเคปเบรตัน ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1861 โดยใช้ม้าลากจูงก่อนจะเปลี่ยนมาใช้รถจักรไอน้ำในปี 1866 ส่วนในนิวบรันสวิก ทางรถไฟ New Brunswick Railway ถูกสร้างขึ้นในทศวรรษ 1870 ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นรางมาตรฐานและถูกควบรวมเข้ากับ Canadian Pacific Railway ในปี 1890

ภาพรถไฟรางแคบในอดีต
ตัวอย่างรถจักรและขบวนรถไฟรางแคบที่เคยใช้งานในแคนาดา

ออนแทรีโอ (Ontario)

สาย Toronto, Grey and Bruce (TG&BR) และ Toronto and Nipissing (T&NR) ซึ่งเริ่มให้บริการในปี 1871 ถือเป็นทางรถไฟรางแคบสำหรับขนส่งผู้โดยสารสาธารณะสายแรกๆ ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเลือกใช้ขนาดราง 3 ฟุต 6 นิ้ว ตามคำแนะนำของ Carl Abraham Pihl วิศวกรใหญ่ของการรถไฟรัฐนอร์เวย์

ภาพถ่ายทางรถไฟในรัฐออนแทรีโอ
เส้นทางรถไฟในพื้นที่รัฐออนแทรีโอที่เคยใช้ระบบรางแคบ

สถานะในปัจจุบัน

ปัจจุบัน ระบบรางรถไฟเกือบทั้งหมดในแคนาดาได้เปลี่ยนเป็นรางมาตรฐาน (Standard Gauge) โดยระบบรางแคบที่ยังคงหลงเหลืออยู่และมีการใช้งาน (ข้อมูลถึงปี 2015) คือสาย White Pass and Yukon Route ซึ่งมีการนำตู้รถไฟบางส่วนจากทางรถไฟนิวฟันด์แลนด์ที่ปิดตัวลงมาใช้งานต่อ

ทางรถไฟสาย White Pass and Yukon Route
ทางรถไฟสาย White Pass and Yukon Route หนึ่งในระบบรางแคบที่ยังคงมีบทบาทในปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมแคนาดาถึงเลือกใช้ทางรถไฟรางแคบในบางพื้นที่?

เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่ต่ำกว่าทางรถไฟรางกว้าง ทำให้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการประหยัดงบประมาณหรือพื้นที่ห่างไกล

ทางรถไฟรางแคบในแคนาดามีปัญหาหลักคืออะไร?

ปัญหาหลักคือความเปราะบางต่อปรากฏการณ์ดินยกตัวจากน้ำแข็ง (Frost Heaving) ซึ่งทำให้ทางวิ่งเกิดการเบี่ยงเบนได้ง่ายกว่าระบบรางกว้าง

ทางรถไฟรางแคบสายใดที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์แคนาดา?

ทางรถไฟนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland Railway) ซึ่งมีระยะทางประมาณ 969 ไมล์ (1,559 กม.)

ปัจจุบันยังมีทางรถไฟรางแคบใช้งานอยู่ในแคนาดาหรือไม่?

มีเพียงบางสายเท่านั้น เช่น White Pass and Yukon Route ในขณะที่ระบบหลักส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนเป็นรางมาตรฐานทั้งหมดแล้ว