อนุสรณ์สถานแห่งชาติของไอร์แลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- อนุสรณ์สถานแห่งชาติของไอร์แลนด์บริหารจัดการโดย National Monuments Service ภายใต้กระทรวงที่อยู่อาศัย รัฐบาลท้องถิ่น และมรดก
- มีแหล่งโบราณคดีที่บันทึกไว้ (Recorded Monuments) ในไอร์แลนด์มากกว่า 126,000 แห่ง แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ได้รับสถานะอนุสรณ์สถานแห่งชาติ
- บรูนาโบอินน์ และ สเกลลิกไมเคิล เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO
- กฎหมายปี 2004 อนุญาตให้รัฐบาลทำลายโบราณสถานได้หากเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ (ภาษาไอริช: séadchomhartha náisiúnta) ในประเทศไอร์แลนด์ หมายถึง สิ่งปลูกสร้างหรือสถานที่ซึ่งได้รับการพิจารณาว่ามีความสำคัญระดับชาติ และสมควรได้รับความคุ้มครองจากรัฐ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และรักษาไว้เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ โดยในบางกรณี พื้นที่ดินที่อยู่ติดกับอนุสรณ์สถานอาจได้รับการคุ้มครองด้วยหากพื้นที่นั้นมีความจำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยหรือการอนุรักษ์ตัวโบราณสถาน

กรอบกฎหมายและการคุ้มครอง
การบริหารจัดการอนุสรณ์สถานแห่งชาติอยู่ภายใต้การดูแลของ National Monuments Service ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงที่อยู่อาศัย รัฐบาลท้องถิ่น และมรดก (Department of Housing, Local Government and Heritage) โดยสถานะทางกฎหมายของอนุสรณ์สถานแห่งชาติถูกกำหนดภายใต้พระราชบัญญัติอนุสรณ์สถานแห่งชาติ (National Monuments Acts) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 ถึง 2014
ในอดีต โบราณสถานในไอร์แลนด์เคยได้รับการคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองโบราณสถาน (Ancient Monuments Protection Act 1882) ของรัฐสภาสหราชอาณาจักรแห่งบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ ต่อมาหลังจากมีการก่อตั้งรัฐอิสระไอร์แลนด์ (Irish Free State) ในปี ค.ศ. 1922 ระบบการคุ้มครองนี้จึงถูกปฏิรูปผ่านพระราชบัญญัติอนุสรณ์สถานแห่งชาติปี ค.ศ. 1930 และมีการขยายรายชื่ออนุสรณ์สถานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจนถึงปี ค.ศ. 2010 ระบุว่ามีอนุสรณ์สถานเกือบ 1,000 แห่งที่อยู่ในความครอบครองหรือการดูแลของรัฐ อย่างไรก็ตาม จำนวนนี้เป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับมรดกทางโบราณคดีที่บันทึกไว้ทั้งหมดในไอร์แลนด์ ซึ่งมีแหล่งโบราณคดีที่รู้จักมากกว่า 126,000 แห่ง (เรียกว่า 'Recorded Monuments') โดยอนุสรณ์สถานแห่งชาติแต่ละแห่งจะมีหมายเลขกำกับ เช่น ร็อคออฟคาเชล (Rock of Cashel) คือหมายเลข 128 และนิวเกรนจ์ (Newgrange) คือหมายเลข 147 ทั้งนี้ หมายเลขหนึ่งหมายเลขอาจครอบคลุมกลุ่มของโบราณสถานหลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน
ข้อกำหนดด้านผลประโยชน์สาธารณะ
ภายใต้พระราชบัญญัติอนุสรณ์สถานแห่งชาติ (ฉบับแก้ไข) ปี ค.ศ. 2004 รัฐบาลไอร์แลนด์มีอำนาจในการสั่งทำลายอนุสรณ์สถานแห่งชาติทั้งหมดหรือบางส่วนได้ หากพิจารณาแล้วว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อ "ผลประโยชน์สาธารณะ" (public interest) ซึ่งมีรายงานว่าข้อกำหนดนี้ถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างโครงข่ายถนน เช่น กรณีการทำลายปราสาทคาร์ริกไมน์ส (Carrickmines Castle) เพื่อสร้างทางแยกบนทางหลวงสาย M50 ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
แหล่งมรดกโลก UNESCO
ในบรรดาอนุสรณ์สถานแห่งชาติของไอร์แลนด์ มี 2 แห่งที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นแหล่งมรดกโลก ได้แก่:
- บรูนาโบอินน์ (Brú na Bóinne) ในเคาน์ตี้มีธ (County Meath)
- สเกลลิกไมเคิล (Skellig Michael) ในเคาน์ตี้เคอร์รี (County Kerry)
การคุ้มครองในไอร์แลนด์เหนือ
สำหรับในไอร์แลนด์เหนือ ระบบการคุ้มครองจะแตกต่างออกไป โดยอนุสรณ์สถานที่มีสถานะเทียบเท่าจะถูกบันทึกไว้ใน Northern Ireland Sites and Monuments Record ซึ่งอาจอยู่ในความดูแลของรัฐหรือรวมอยู่ในรายชื่ออนุสรณ์สถานที่มีกำหนดการคุ้มครอง (Scheduled Monuments) โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงชุมชน (Department for Communities)
คำถามที่พบบ่อย
อนุสรณ์สถานแห่งชาติของไอร์แลนด์คืออะไร?
คือสิ่งปลูกสร้างหรือสถานที่ที่มีความสำคัญระดับชาติซึ่งได้รับการคุ้มครองโดยรัฐเพื่อการอนุรักษ์ โดยอาจรวมถึงพื้นที่ดินโดยรอบที่จำเป็นต่อการปกป้องโบราณสถานนั้นด้วย
ใครเป็นผู้ดูแลอนุสรณ์สถานแห่งชาติในไอร์แลนด์?
National Monuments Service ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงที่อยู่อาศัย รัฐบาลท้องถิ่น และมรดก เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการ
อนุสรณ์สถานแห่งชาติในไอร์แลนด์มีกี่แห่งที่เป็นมรดกโลก?
มี 2 แห่ง คือ บรูนาโบอินน์ (Brú na Bóinne) ในเคาน์ตี้มีธ และ สเกลลิกไมเคิล (Skellig Michael) ในเคาน์ตี้เคอร์รี
ความแตกต่างระหว่างอนุสรณ์สถานแห่งชาติและ Recorded Monuments คืออะไร?
Recorded Monuments คือแหล่งโบราณคดีทั้งหมดที่ถูกบันทึกไว้ในไอร์แลนด์ (มีมากกว่า 126,000 แห่ง) ในขณะที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติคือกลุ่มโบราณสถานที่มีความสำคัญสูงเป็นพิเศษและได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายจากรัฐ (มีประมาณ 1,000 แห่งในความดูแลของรัฐ)