ถนนเนชันแนลโรด ทางหลวงสายประวัติศาสตร์สายแรกของสหรัฐอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นทางหลวงสายแรกของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง
- เริ่มต้นที่เมืองคัมเบอร์แลนด์ รัฐแมริแลนด์ และขยายไปจนถึงรัฐอิลลินอยส์
- เป็นต้นแบบทางวิศวกรรมถนนในยุคแรก เช่น การใช้ผิวถนนหินและสะพานหิน
- ปัจจุบันเส้นทางส่วนใหญ่ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสหรัฐหมายเลข 40 (U.S. Route 40)
ถนนเนชันแนลโรด (National Road) หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ ถนนคัมเบอร์แลนด์ (Cumberland Road) และได้รับฉายาว่า "ถนนสายหลักของอเมริกา" (Main Street of America) คือทางหลวงสายแรกของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ซึ่งถือเป็นโครงการต้นแบบสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติในยุคแรกของประเทศ
จุดเริ่มต้นและการก่อสร้าง
ถนนสายนี้ได้รับอนุมัติการก่อสร้างเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1806 โดยประธานาธิบดีโธมัส เจฟเฟอร์สัน ได้ลงนามในพระราชบัญญัติเพื่อกำหนดการวางแนวถนนจากเมืองคัมเบอร์แลนด์ รัฐแมริแลนด์ ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของการเดินเรือในแม่น้ำโปโตแมค มุ่งหน้าสู่รัฐโอไฮโอ
ในช่วงแรก วิศวกรได้วางแนวถนนระยะทาง 131 ไมล์ (211 กิโลเมตร) ข้ามเทือกเขาแัลเลเกนีไปยังเมืองวีลลิง รัฐเวอร์จิเนีย (ปัจจุบันคือรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย) บนริมฝั่งแม่น้ำโอไฮโอ โดยการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1818 ถนนสายนี้มีความกว้าง 4 รอด (ประมาณ 20 เมตร) และใช้เทคนิคการก่อสร้างที่ทันสมัยในขณะนั้น เช่น การปูผิวถนนด้วยหิน การสร้างสะพานหินและท่อระบายน้ำ รวมถึงการติดตั้งหลักกิโลเมตรที่ทำจากเหล็กหล่อ ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานสำหรับถนนแบบเก็บค่าผ่านทาง (Turnpikes) ในยุคก่อนสงครามกลางเมือง

การขยายเส้นทางสู่ทิศตะวันตก
ระหว่างปี ค.ศ. 1825 ถึง 1838 รัฐสภาสหรัฐฯ ได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อขยายเส้นทางให้ยาวขึ้นผ่านรัฐโอไฮโอ อินดีแอนา และเข้าสู่รัฐอิลลินอยส์ โดยมีลำดับการก่อสร้างถึงเมืองสำคัญดังนี้:
- ปี ค.ศ. 1833: ถึงเมืองเซนส์วิลล์ (Zanesville)
- ปี ค.ศ. 1834: ถึงเมืองโคลัมบัส (Columbus)
- ปี ค.ศ. 1836: ถึงชานเมืองอินเดียนาโพลิส (Indianapolis)
- ปี ค.ศ. 1838: ถึงเมืองเทอร์รีโฮต (Terre Haute)
- ปี ค.ศ. 1839: ถึงเมืองแวนดาเลีย (Vandalia) รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงในขณะนั้น โดยมีระยะทางรวม 591 ไมล์ (951 กิโลเมตร) จากจุดเริ่มต้นที่คัมเบอร์แลนด์
รัฐสภาได้ใช้จ่ายงบประมาณรวมประมาณ 6.8 ล้านดอลลาร์สำหรับการสำรวจ การจัดซื้อที่ดิน การปรับระดับดิน และการปูหิน ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินมหาศาลสำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมของรัฐบาลกลางในยุคนั้น และนำไปสู่การถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการพัฒนา "การปรับปรุงภายใน" (Internal Improvements)
การเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคสมัยใหม่
เมื่อการก่อสร้างส่วนใหญ่เสร็จสิ้น รัฐบาลกลางได้ทยอยโอนการดูแลและบำรุงรักษาถนนให้แก่รัฐต่างๆ ได้แก่ แมริแลนด์ (1833), เพนซิลเวเนีย (1836), เวสต์เวอร์จิเนีย (1838), โอไฮโอ (1849), อินดีแอนา (1849) และอิลลินอยส์ (1856)
ในช่วงเวลาต่อมา ความนิยมของถนนสายนี้ลดลงเนื่องจากการเกิดขึ้นของคลองและทางรถไฟ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี ค.ศ. 1910-1930 ถนนหลายส่วนได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยคอนกรีตหรืออิฐ และถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ทางหลวงสหรัฐหมายเลข 40 (U.S. Route 40)
ในศตวรรษที่ 20 เมื่อรถยนต์กลายเป็นพาหนะหลัก ถนนเนชันแนลโรดได้ถูกเชื่อมต่อกับเส้นทางประวัติศาสตร์อื่นๆ เพื่อมุ่งหน้าสู่รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้ชื่อ National Old Trails Road ปัจจุบันเส้นทางส่วนใหญ่ยังคงถูกใช้งานในรูปแบบของ U.S. Route 40 หรือทางหลวงรัฐบางสาย เช่น รัฐแมริแลนด์ Route 144 นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์มองว่าถนนสายนี้เป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การสร้างระบบทางหลวงระหว่างรัฐ (Interstate Highway System) ในเวลาต่อมา
การอนุรักษ์และสถานะปัจจุบัน
ถนนเนชันแนลโรดได้รับการยกย่องในฐานะมรดกทางวิศวกรรมและประวัติศาสตร์ ดังนี้:
- ปี ค.ศ. 1976: สมาคมวิศวกรโยธาแห่งอเมริกา (ASCE) กำหนดให้เป็น National Historic Civil Engineering Landmark
- ปี ค.ศ. 2002: ได้รับการประกาศให้เป็น Historic National Road และเป็น All-American Road โดยครอบคลุมเส้นทางขยายจากบอลทิมอร์ไปจนถึงเซนต์หลุยส์
- ปัจจุบัน เส้นทางที่ยังคงสภาพเดิม ซึ่งรวมถึงด่านเก็บค่าผ่านทางโบราณ สะพานหินโค้ง และถนนผิวหินแมคอดัม (Macadam) ได้รับการขึ้นทะเบียนใน ทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places)
คำถามที่พบบ่อย
ถนนเนชันแนลโรดแตกต่างจากถนนคัมเบอร์แลนด์อย่างไร?
ในตอนแรกถนนสายนี้ถูกเรียกว่าถนนคัมเบอร์แลนด์ (Cumberland Road) ตามจุดเริ่มต้นที่เมืองคัมเบอร์แลนด์ แต่เมื่อมีการขยายเส้นทางออกไปสู่ทิศตะวันตกและได้รับงบประมาณจากรัฐบาลกลางอย่างต่อเนื่อง จึงถูกเรียกว่าถนนเนชันแนลโรด (National Road)
ทำไมถนนเนชันแนลโรดถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
เพราะเป็นทางหลวงสายแรกที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ลงทุนสร้าง เพื่อเชื่อมต่อภูมิภาคตะวันออกและตะวันตก ช่วยส่งเสริมการตั้งถิ่นฐานและการค้า และเป็นรากฐานของระบบทางหลวงระหว่างรัฐในปัจจุบัน
ปัจจุบันเราสามารถเดินทางบนเส้นทางเดิมของถนนเนชันแนลโรดได้หรือไม่?
ได้ โดยเส้นทางส่วนใหญ่ในปัจจุบันคือทางหลวงสหรัฐหมายเลข 40 (U.S. Route 40) และทางหลวงรัฐบางสายในบางพื้นที่
ใครเป็นผู้ลงนามอนุมัติการก่อสร้างถนนสายนี้?
ประธานาธิบดีโธมัส เจฟเฟอร์สัน เป็นผู้ลงนามอนุมัติการก่อสร้างเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1806