คำขวัญ 'มีความสุขเพียงใดที่ได้กล่าวว่าฉันเป็นชาวตุรกี'
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นคำขวัญของสาธารณรัฐตุรกีที่เน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติ
- ริเริ่มโดย มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ในสุนทรพจน์วันสาธารณรัฐเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1933
- เคยเป็นส่วนหนึ่งของคำปฏิญาณของนักเรียนตุรกีในช่วงปี 1972 จนถึงการยกเลิกในปัจจุบัน
"มีความสุขเพียงใดที่ได้กล่าวว่าฉันเป็นชาวตุรกี" (ภาษาตุรกี: Ne mutlu Türküm diyene) เป็นคำขวัญที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสาธารณรัฐตุรกี โดยเป็นวลีที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และจิตวิญญาณของความเป็นชาติ

ที่มาและประวัติ
คำขวัญนี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกโดย มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก (Mustafa Kemal Atatürk) รัฐบุรุษและผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการสถาปนาสาธารณรัฐตุรกี (วันสาธารณรัฐ) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 1933
การนำไปใช้ในระบบการศึกษา
ในปี ค.ศ. 1972 กระทรวงศึกษาธิการของตุรกีได้บรรจุวลีนี้ลงใน คำปฏิญาณของนักเรียน (Student Oath) เพื่อปลูกฝังความรักชาติและอัตลักษณ์ความเป็นตุรกีให้แก่เยาวชน อย่างไรก็ตาม สถานะของคำปฏิญาณนี้มีการเปลี่ยนแปลงตามบริบททางการเมืองในเวลาต่อมา:
- ค.ศ. 2013: รัฐบาลพรรค AKP ได้ประกาศยกเลิกคำปฏิญาณของนักเรียน
- ค.ศ. 2018: สภาแห่งรัฐ (Council of State) ได้มีคำสั่งให้นำคำปฏิญาณนี้กลับมาใช้ใหม่
- ค.ศ. 2021: หลังจากกระทรวงศึกษาธิการยื่นอุทธรณ์ สภาแห่งรัฐได้มีคำสั่งยกเลิกคำปฏิญาณของนักเรียนอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
คำขวัญ 'Ne mutlu Türküm diyene' หมายถึงอะไร?
หมายถึง 'มีความสุขเพียงใดที่ได้กล่าวว่าฉันเป็นชาวตุรกี' ซึ่งเป็นวลีที่แสดงถึงความภาคภูมิใจในเชื้อชาติและสัญชาติของชาวตุรกี
ใครเป็นผู้ริเริ่มใช้คำขวัญนี้?
มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี เป็นผู้กล่าววลีนี้ในสุนทรพจน์ครบรอบ 10 ปีของสาธารณรัฐในปี 1933
คำขวัญนี้เกี่ยวข้องกับคำปฏิญาณของนักเรียนอย่างไร?
คำขวัญนี้ถูกเพิ่มเข้าไปในคำปฏิญาณของนักเรียนโดยกระทรวงศึกษาธิการในปี 1972 แต่ต่อมามีการยกเลิกและคืนค่าสลับกันไปตามคำสั่งศาลและรัฐบาลจนกระทั่งถูกยกเลิกในปี 2021

