เนลส์ พอตเตอร์ พิทเชอร์ผู้สร้างประวัติศาสตร์กับเซนต์หลุยส์ บราวน์ส
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นพิทเชอร์มือขวาที่ใช้ลูกขว้างแบบ screwball
- เป็นกำลังสำคัญของทีมเซนต์หลุยส์ บราวน์ส ในปี 1944 ซึ่งเป็นปีเดียวที่ทีมนี้คว้าแชมป์ลีกอเมริกัน
- เป็นผู้เล่นคนแรกที่ถูกสั่งพักการแข่งขันเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าขว้างลูกสปิตบอล (spitball)
- ลงเล่นในเมเจอร์ลีกเบสบอลรวม 12 ฤดูกาล กับ 5 ทีมที่แตกต่างกัน
เนลส์ พอตเตอร์ (Nelson Thomas Potter; 23 สิงหาคม 1911 – 30 กันยายน 1990) เป็นอดีตนักเบสบอลอาชีพชาวอเมริกัน ตำแหน่งพิทเชอร์ (Pitcher) ขว้างมือขวา ผู้ลงเล่นในเมเจอร์ลีกเบสบอล (MLB) รวม 349 เกม ตลอดระยะเวลา 12 ฤดูกาล ระหว่างปี 1936 ถึง 1949 โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการเป็นกำลังสำคัญของทีม เซนต์หลุยส์ บราวน์ส (St. Louis Browns) ในปี 1944 ซึ่งเป็นปีเดียวในประวัติศาสตร์ที่ทีมนี้สามารถคว้าแชมป์ลีกอเมริกัน (American League pennant) ได้สำเร็จ
พอตเตอร์เคยร่วมทีมชั้นนำหลายทีม ได้แก่ เซนต์หลุยส์ คาร์ดินัลส์, ฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์, บอสตัน เรดซอกซ์ และบอสตัน เบรฟส์ โดยเขามีจุดเด่นที่การใช้ลูกขว้างประเภท สกรูบอล (Screwball) ซึ่งเป็นลูกขว้างที่เคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามกับลูกโค้งปกติ

เส้นทางอาชีพในช่วงเริ่มต้น
เนลส์ พอตเตอร์ เกิดที่เมืองเมานต์ มอร์ริส รัฐอิลลินอยส์ มีส่วนสูง 5 ฟุต 11 นิ้ว และน้ำหนัก 180 ปอนด์ เขาเริ่มต้นอาชีพนักเบสบอลในลีกไมเนอร์ (Minor Leagues) เมื่อปี 1932 และได้ทดลองเล่นกับทีมเซนต์หลุยส์ คาร์ดินัลส์ ในเดือนเมษายน 1936 ก่อนจะเริ่มต้นฤดูกาลแรกในเมเจอร์ลีกอย่างเต็มตัวในปี 1938 กับทีมฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์
ในช่วงแรกของอาชีพ พอตเตอร์ต้องเผชิญกับความยากลำบาก โดยในปี 1939 เขาเสียแต้ม (Earned Runs) มากที่สุดในลีกอเมริกันถึง 144 แต้ม และมีสถิติชนะเพียง 20 จาก 57 เกมในช่วงที่เล่นกับฟิลาเดลเฟียครั้งแรก เนื่องจากทีมในช่วงนั้นมีผลงานย่ำแย่ ต่อมาในวันที่ 30 มิถุนายน 1941 สัญญาของเขาถูกขายให้กับทีมบอสตัน เรดซอกซ์ ซึ่งเขาได้ลงเล่นเพียง 10 เกม ก่อนจะถูกส่งตัวไปยังทีมหลุยวิลล์ โคโลเนลส์ (Louisville Colonels) ในลีกไมเนอร์ ซึ่งที่นั่นเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการชนะ 18 เกม และแพ้ 8 เกมในปี 1942 จนทำให้ทีมเซนต์หลุยส์ บราวน์ส เลือกเขาผ่านการดราฟต์ Rule 5 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 1942
ความสำเร็จสูงสุดกับเซนต์หลุยส์ บราวน์ส
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งส่งผลให้ผู้เล่นระดับแนวหน้าหลายคนต้องออกจากลีกไปร่วมรบ พอตเตอร์สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพได้กับทีมเซนต์หลุยส์ บราวน์ส ระหว่างปี 1943 ถึง 1945 โดยเขาสามารถชนะได้รวม 44 เกม และมีค่าเฉลี่ยการเสียแต้ม (ERA) ต่ำกว่า 3.00 ต่อเนื่องกัน 3 ฤดูกาล
ในปี 1944 พอตเตอร์กลายเป็นพิทเชอร์มือหนึ่งของทีมด้วยสถิติชนะ 19 แพ้ 7 มีการขว้างจบเกม (Complete Games) 16 ครั้ง และทำชัตเอาต์ (Shutouts) 3 ครั้ง โดยมีค่า ERA อยู่ที่ 2.83 ส่งผลให้เขาติดอันดับ 9 ในการโหวตผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ของลีกอเมริกันปีนั้น และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ลีกอเมริกันได้สำเร็จ
ในรอบเวิลด์ซีรีส์ (World Series) ปี 1944 ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างทีมจากเซนต์หลุยส์ทั้งสองทีม (บราวน์ส พบ คาร์ดินัลส์) พอตเตอร์ลงสตาร์ท 2 เกม โดยทำผลงานได้ดีมากในแง่ของสถิติส่วนตัว โดยเสียแต้มเพียง 1 แต้ม จากการขว้าง 9 2/3 อินนิงส์ (ERA 0.93) แต่เนื่องจากความผิดพลาดในการป้องกันของเพื่อนร่วมทีม (ทำให้เสียแต้มที่ไม่นับเป็นความผิดของพิทเชอร์ หรือ Unearned Runs) 4 แต้ม เขาจึงพ่ายแพ้ในเกมที่เขาได้รับตัดสิน
นอกจากนี้ ในวันที่ 21 กรกฎาคม 1944 พอตเตอร์สร้างประวัติศาสตร์ในทางที่ไม่ค่อยน่าจดจำ โดยเป็นผู้เล่นคนแรกที่ถูกไล่ออกจากเกมและถูกสั่งพักการแข่งขันเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าขว้าง สปิตบอล (Spitball - การพ่นน้ำลายลงบนลูกบอลเพื่อให้ลูกเปลี่ยนทิศทาง) โดยผู้ตัดสิน แคล ฮับบาร์ด (Cal Hubbard) ได้ไล่เขาออกในเกมที่พบกับนิวยอร์ก แยงกีส์ และประธานลีกอเมริกัน วิล แฮร์ริดจ์ (Will Harridge) ได้สั่งพักการแข่งขันเขาเป็นเวลา 10 เกม
ช่วงปลายอาชีพและการย้ายทีม
หลังจากปี 1945 ที่เขามีค่า ERA ต่ำสุดในอาชีพที่ 2.47 (อันดับ 6 ของลีก) ผลงานของพอตเตอร์เริ่มลดลงในช่วงปี 1946-1947 ตามผลงานของทีมบราวน์สที่กลับไปแพ้บ่อยครั้งอีกครั้ง ในปี 1948 เขาถูกดึงตัวกลับไปที่ฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์ ในเดือนพฤษภาคม แต่ถูกผู้จัดการทีม คอนนี แม็ค (Connie Mack) ไล่ออกในวันที่ 13 มิถุนายน หลังจากแพ้ในเกมที่ต้องเจอกับอดีตทีมเก่าอย่างบราวน์ส
เพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาเซ็นสัญญาเป็นผู้เล่นอิสระกับทีมบอสตัน เบรฟส์ และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกเนชันแนล (NL pennant) ในปี 1948 โดยลงเล่น 18 เกม ชนะ 5 แพ้ 2 และมีค่า ERA 2.33 ในรอบเวิลด์ซีรีส์ปีนั้น เขาลงเล่น 2 เกม โดยในเกมที่ 5 เขาเสีย 5 แต้มใน 3 1/3 อินนิงส์ แต่ได้รับการช่วยเหลือจาก วอร์เรน สปอน (Warren Spahn) พิทเชอร์ระดับตำนานที่ลงมาขว้างแทนและช่วยให้ทีมพลิกกลับมาชนะได้
พอตเตอร์ลงเล่นปีสุดท้ายในปี 1949 กับทีมบอสตัน เบรฟส์ ก่อนจะเลิกเล่นหลังจากสัญญาของเขาถูกขายให้กับซินซินแนติ เรดส์ ในวันที่ 26 กันยายน 1949
สรุปสถิติอาชีพ
| รายการ | สถิติ |
|---|---|
| จำนวนเกมที่ลงเล่น | 349 เกม |
| สถิติชนะ-แพ้ | 92–97 |
| ค่า ERA | 3.99 |
| การทำชัตเอาต์ | 6 ครั้ง |
| การเซฟ (Saves) | 22 ครั้ง |
| จำนวนการสไตรค์เอาต์ | 747 ครั้ง |
ชีวิตส่วนตัว
เนลส์ พอตเตอร์ เสียชีวิตที่บ้านเกิดในเมืองเมานต์ มอร์ริส รัฐอิลลินอยส์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 1990 ขณะมีอายุได้ 79 ปี โดยมีภรรยาชื่อ เฮเซล และบุตร 3 คน คือ เนลส์ จูเนียร์, เจมส์ และบาร์บาร่า
คำถามที่พบบ่อย
เนลส์ พอตเตอร์ มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในด้านใด?
เขามีชื่อเสียงที่สุดจากการเป็นพิทเชอร์หลักของทีมเซนต์หลุยส์ บราวน์ส ในปี 1944 ซึ่งเป็นปีที่ทีมคว้าแชมป์ลีกอเมริกันได้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของทีม
ลูกขว้างไม้ตายของเนลส์ พอตเตอร์ คืออะไร?
เขาใช้ลูกขว้างประเภท 'สกรูบอล' (Screwball) ซึ่งเป็นลูกขว้างที่เคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามกับลูกโค้งปกติ
เหตุการณ์อื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับเนลส์ พอตเตอร์ คืออะไร?
เขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ถูกไล่ออกจากเกมและถูกสั่งพักการแข่งขัน 10 เกม เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าขว้างลูกสปิตบอล (spitball) ในปี 1944
เนลส์ พอตเตอร์ ลงเล่นให้กับทีมใดบ้างใน MLB?
เขาลงเล่นให้กับทีมเซนต์หลุยส์ คาร์ดินัลส์, ฟิลาเดลเฟีย แอธเลติกส์, Philadelphia Athletics, บอสตัน เรดซอกซ์ และบอสตัน เบรฟส์
