← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เครือข่ายทางหลวงแผ่นดินของนิวซีแลนด์ ข้อมูลครบถ้วน

สรุปใจความสำคัญ

  • ทางหลวงแผ่นดินทั้งหมดในนิวซีแลนด์บริหารจัดการโดย NZ Transport Agency Waka Kotahi
  • ระบบการจำแนกประเภทถนนใช้ระบบ One Network Road Classification (ONRC) ซึ่งแบ่งระดับความสำคัญตามปริมาณการจราจรและขนาดเมืองที่เชื่อมต่อ
  • SH 1 เป็นทางหลวงสายหลักที่วิ่งผ่านทั้งเกาะเหนือและเกาะใต้
  • ทางหลวงแผ่นดินส่วนใหญ่เป็นถนนเลนเดียวต่อทิศทาง ยกเว้นทางหลวงพิเศษและทางด่วนที่มีระยะทางรวม 363 กม.

เครือข่ายทางหลวงแผ่นดินของนิวซีแลนด์ (New Zealand state highway network) เป็นโครงข่ายถนนสายหลักที่เชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งในเกาะเหนือและเกาะใต้ โดยมีถนนเกือบ 100 สายที่ได้รับการกำหนดให้เป็นทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลและบริหารจัดการโดย NZ Transport Agency Waka Kotahi

ตัวอย่างป้ายสัญลักษณ์ทางหลวงแผ่นดิน
ตัวอย่างป้ายสัญลักษณ์ทางหลวงแผ่นดินของนิวซีแลนด์

ประวัติความเป็นมา

ในยุคแรก ถนนทุกสายถูกจัดการโดยคณะกรรมการถนนท้องถิ่น (local road boards) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยจังหวัดต่างๆ เช่น จังหวัดโอ๊คแลนด์ที่ได้ออกกฎหมาย Highways Act ในปี 1862 เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถกำหนดพื้นที่ตั้งถิ่นฐานเป็นเขตทางหลวง โดยมีคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของเจ้าของที่ดิน

แนวคิดเรื่องเครือข่ายทางหลวงระดับชาติเริ่มปรากฏขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีการออกกฎหมายเพื่อให้สามารถกำหนดทางหลวงสายหลัก (Main Highways Act 1922) และทางหลวงแผ่นดิน (ในปี 1936) ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้ง National Roads Board ภายใต้กระทรวงโยธาธิการ (Ministry of Works) เพื่อรับผิดชอบดูแลเครือข่ายนี้

ต่อมามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการหลายครั้ง จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม 2008 ได้มีการควบรวม Transit New Zealand และ Land Transport NZ กลายเป็น NZ Transport Agency ในปัจจุบัน

การจำแนกประเภททางหลวง

ตั้งแต่ปี 2013 NZTA ได้นำระบบ One Network Road Classification (ONRC) มาใช้เพื่อจำแนกประเภททางหลวงแผ่นดินและถนนท้องถิ่น โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับสำหรับทางหลวงแผ่นดิน ดังนี้:

  • National: เชื่อมต่อเขตเมืองใหญ่ (ประชากรมากกว่า 100,000 คน) ท่าเรือหลัก และสนามบินหลัก โดยมีปริมาณการจราจรเฉลี่ยต่อวัน (AADT) ตั้งแต่ 15,000 คันขึ้นไป เช่น SH 1 และเส้นทางในโอ๊คแลนด์ เวลลิงตัน และไครสต์เชิร์ช
  • Regional: เชื่อมต่อเขตเมืองหลัก (ประชากรมากกว่า 30,000 คน) ท่าเรือและสนามบินขนาดกลาง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น SH 2, SH 3 และเส้นทางไป Milford Sound
  • Arterial: เชื่อมต่อเขตเมืองรอง (ประชากรมากกว่า 10,000 คน) หรือเป็นเส้นทางเลี่ยงสำคัญ โดยมี AADT ตั้งแต่ 3,000 คันขึ้นไป เช่น SH 6 และ SH 8
  • Primary collector: เชื่อมต่อเขตเมืองขนาดเล็ก (ประชากรมากกว่า 2,000 คน) โดยมี AADT ตั้งแต่ 1,000 คันขึ้นไป เช่น SH 4 และ SH 7
  • Secondary collector: เชื่อมต่อเมืองชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล (ประชากรน้อยกว่า 2,000 คน) โดยมี AADT น้อยกว่า 1,000 คัน เช่น SH 43 และ SH 63

ปริมาณการจราจรและลักษณะทางกายภาพ

จากข้อมูลปี 2006 ช่วงที่ยุ่งที่สุดของ SH 1 คือบริเวณทางแยก Central Motorway Junction ทางตอนใต้ของโอ๊คแลนด์ โดยมีรถวิ่งผ่านมากกว่า 200,000 คันต่อวัน ในขณะที่ส่วนที่เงียบเหงาที่สุดคือ SH 43 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Whangamōmona ซึ่งมีรถวิ่งผ่านน้อยกว่า 120 คันต่อวัน

ในด้านลักษณะถนน ทางหลวงแผ่นดินส่วนใหญ่เป็นถนนเลนเดียวต่อทิศทางและมีจุดเข้าออกระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นิวซีแลนด์มีทางหลวงพิเศษ (motorways) และทางด่วน (expressways) ระยะทางรวม 363 กิโลเมตร ซึ่งรองรับการจราจรถึง 10% ของปริมาณรถทั้งหมดในประเทศ

ปัจจุบันมีทางหลวงแผ่นดินเพียงไม่กี่ส่วนที่ยังเป็นถนนลูกรัง (unsealed) ได้แก่ SH 43 (12 กม.) และ SH 38 (20 กม.)

คำถามที่พบบ่อย

ใครเป็นผู้ดูแลเครือข่ายทางหลวงแผ่นดินของนิวซีแลนด์?

NZ Transport Agency Waka Kotahi เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารจัดการทางหลวงแผ่นดินทั้งหมดในนิวซีแลนด์

ระบบ ONRC คืออะไร?

One Network Road Classification (ONRC) คือระบบที่ใช้จำแนกประเภทถนนตามหน้าที่และปริมาณการจราจร เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณและการบำรุงรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม

ทางหลวงแผ่นดินสายใดที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุด?

ทางหลวงสาย SH 1 โดยเฉพาะช่วงทางแยก Central Motorway Junction ในโอ๊คแลนด์ ซึ่งมีปริมาณรถวิ่งผ่านมากกว่า 200,000 คันต่อวัน