← กลับไปยังบทความทั้งหมด

นีลเซน มีเดีย รีเสิร์ช ระบบวัดเรตติ้งและพฤติกรรมผู้ชมสื่อ

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งโดย Arthur C. Nielsen ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตลาด
  • เป็นผู้สร้างระบบ 'เรตติ้งนีลเซน' ซึ่งเป็นมาตรฐานในการวัดความนิยมของรายการโทรทัศน์ในสหรัฐฯ
  • วิวัฒนาการจากการใช้เครื่อง Audimeter และไดอารี่ สู่ระบบ Local People Meter (LPM) ที่วัดผลอัตโนมัติ
  • ขยายการวัดผลครอบคลุมถึงสื่อสตรีมมิ่งและอีสปอร์ตเพื่อปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

นีลเซน มีเดีย รีเสิร์ช (Nielsen Media Research หรือ NMR) เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวัดขนาดและองค์ประกอบของผู้ชมในสื่อประเภทต่างๆ ได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ ภาพยนตร์ และหนังสือพิมพ์ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก บริษัทเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจาก "เรตติ้งนีลเซน" (Nielsen ratings) ซึ่งเป็นระบบการวัดจำนวนผู้ชมโทรทัศน์ที่ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของสถานีโทรทัศน์ในการคงไว้หรือยกเลิกรายการต่างๆ

ประวัติและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร

นีลเซน มีเดีย รีเสิร์ช เริ่มต้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของ ACNielsen ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยการตลาดที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1923 ต่อมาในปี ค.ศ. 1996 NMR ได้แยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระ และถูกซื้อกิจการโดยกลุ่มบริษัท VNU จากเนเธอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1999

ในปี ค.ศ. 2001 VNU ได้เข้าซื้อ ACNielsen อีกครั้ง ทำให้ทั้งสองบริษัทกลับมาอยู่ภายใต้การบริหารขององค์กรเดียวกัน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2007 VNU ได้ปรับโครงสร้างองค์กรและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท นีลเซน (The Nielsen Company) และในปี ค.ศ. 2021 นีลเซนได้แยกธุรกิจการวิจัยผู้บริโภค (NielsenIQ) ออกไป ทำให้ปัจจุบันนีลเซนมุ่งเน้นการเป็นบริษัทวิเคราะห์และวัดผลผู้ชมสื่อเพียงอย่างเดียว

วิวัฒนาการของการวัดเรตติ้งโทรทัศน์

ระบบการวัดเรตติ้งโทรทัศน์ของนีลเซนในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูกาลโทรทัศน์ปี ค.ศ. 1950–51 โดยใช้หลักการทางสถิติเพื่อวัดว่ากลุ่มประชากรใดรับชมรายการใดบ้าง ซึ่งมีวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่สำคัญดังนี้:

1. ยุคเริ่มต้นและเครื่อง Audimeter

ในช่วงแรก นีลเซนใช้เครื่อง Audimeter ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งกับโทรทัศน์เพื่อบันทึกช่องที่รับชมลงบนตลับฟิล์ม 16 มม. แล้วส่งทางไปรษณีย์กลับไปยังสำนักงานใหญ่ที่เมืองอีแวนสตัน รัฐอิลลินอยส์ เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลเป็นดัชนีโทรทัศน์นีลเซน (Nielsen Television Index)

2. ระบบบันทึกด้วยตนเอง (Viewer Diaries)

นอกเหนือจากเครื่องวัด นีลเซนยังใช้ "ไดอารี่ผู้ชม" ซึ่งให้ครัวเรือนที่ได้รับเลือกบันทึกพฤติกรรมการรับชมด้วยตนเอง โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่เรียกว่า "Sweeps" (กุมภาพันธ์, พฤษภาคม, กรกฎาคม และพฤศจิกายน) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการกำหนดราคาค่าโฆษณา

3. เทคโนโลยี Local People Meter (LPM)

ต่อมามีการนำเทคโนโลยี Local People Meter (LPM) มาใช้ในตลาดใหญ่ เช่น นิวยอร์กและลอสแอนเจลิส ซึ่งเปลี่ยนจากการบันทึกแบบเชิงรุก (Active) ในไดอารี่ มาเป็นการวัดผลแบบเชิงรับ (Passive) โดยเครื่องจะบันทึกข้อมูลโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถวัดผลในระดับท้องถิ่นได้อย่างแม่นยำและทำได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะพึ่งพาเพียงช่วง Sweeps

การขยายขอบเขตการวัดผลสู่สื่อดิจิทัล

นีลเซนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโทรทัศน์และวิทยุ แต่ได้ขยายการวิจัยไปยังสื่อสมัยใหม่:

  • สื่อออนไลน์และเกม: เริ่มติดตามการใช้งานคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และวิดีโอเกมผ่านการสำรวจทางโทรศัพท์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 และได้เข้าซื้อกิจการ SuperData Research ในปี ค.ศ. 2018 เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมในตลาดอีสปอร์ตและวิดีโอเกม
  • แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง: ตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 2020 นีลเซนเริ่มจัดทำรายชื่อ 10 อันดับรายการที่มีผู้ชมสูงสุดรายสัปดาห์บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับชมสื่อในยุคดิจิทัล

แม้ว่าในปี ค.ศ. 2022 นีลเซนจะเคยสูญเสียการรับรองจากสภาการวัดผลสื่อ (Media Rating Council - MRC) เนื่องจากปัญหาความแม่นยำของข้อมูลในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่บริษัทสามารถได้รับใบรับรองคืนมาได้ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2023

คำถามที่พบบ่อย

เรตติ้งนีลเซน (Nielsen Ratings) คืออะไร?

คือระบบการวัดขนาดและองค์ประกอบของผู้ชมรายการโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้โดยสถานีโทรทัศน์และเอเจนซี่โฆษณาเพื่อกำหนดราคาค่าโฆษณาและตัดสินใจว่าจะคงรายการใดไว้หรือยกเลิกรายการใด

ระบบ 'Sweeps' คืออะไร?

คือช่วงเวลา 4 เดือนในหนึ่งปี (กุมภาพันธ์, พฤษภาคม, กรกฎาคม และพฤศจิกายน) ที่นีลเซนจะเก็บข้อมูลอย่างเข้มข้นผ่านไดอารี่ผู้ชม เพื่อใช้เป็นตัวแทนในการวัดความนิยมของรายการในช่วงเวลาดังกล่าว

นีลเซนวัดผลสื่อประเภทใดบ้าง?

ปัจจุบันนีลเซนวัดผลครอบคลุมทั้งโทรทัศน์, วิทยุ, สื่อดิจิทัล, แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง, ภาพยนตร์ และพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต

เทคโนโลยี Local People Meter (LPM) ต่างจากไดอารี่อย่างไร?

LPM เป็นระบบวัดผลแบบอัตโนมัติ (Passive) ที่บันทึกการรับชมจริงโดยไม่ต้องให้ผู้ชมจดบันทึกเอง ทำให้มีความแม่นยำสูงกว่าและสามารถเก็บข้อมูลได้ตลอดทั้งปีแทนที่จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ