← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เรือวิจัยโรนัลด์ เอช บราวน์ (NOAAS Ronald H. Brown)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเรือวิจัยระดับ Global-Class ลำเดียวของ NOAA และเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในกองเรือ
  • มีความสามารถในการปฏิบัติงานในเขตน้ำแข็ง (Ice-hardened hull) ทำให้วิจัยได้ทั้งในอาร์กติกและแอนตาร์กติก
  • สร้างสถิติการปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NOAA โดยออกปฏิบัติการ 1,347 วัน ระหว่างปี 2013-2017
  • ติดตั้งเรดาร์ตรวจอากาศแบบดอปเปลอร์ ทำให้สามารถวิจัยได้ทั้งมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศพร้อมกัน

เรือวิจัยโรนัลด์ เอช บราวน์ (NOAAS Ronald H. Brown - R 104) เป็นเรือวิจัยมหาสมุทรแบบ Blue-water ในชั้น Thomas G. Thompson ขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA) โดยเป็นเรือวิจัยเพียงลำเดียวในกองเรือของ NOAA ที่ถูกจัดอยู่ในระดับ Global-Class ซึ่งมีความสามารถในการปฏิบัติงานได้ทั่วโลก

เรือ NOAAS Ronald H. Brown ขณะปฏิบัติการในมหาสมุทร
เรือ NOAAS Ronald H. Brown เรือวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในกองเรือของ NOAA

ประวัติการสร้างและการเข้าประจำการ

เรือโรนัลด์ เอช บราวน์ ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ โรนัลด์ บราวน์ (Ron Brown) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1996 ขณะปฏิบัติภารกิจทางการค้าในประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

การก่อสร้างเริ่มต้นด้วยการวางกระดูกงูที่อู่ต่อเรือ VT Halter Marine ในเมืองมอสพอยต์ รัฐมิสซิสซิปปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 และปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1996 ต่อมา NOAA ได้รับมอบเรือและเข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1997 โดยมีท่าเรือหลักอยู่ที่เมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา ทั้งนี้ เรือลำนี้ถือเป็นเรือวิจัยสมุทรศาสตร์ลำแรกที่สหรัฐฯ สร้างขึ้นใหม่ในรอบ 17 ปี

คุณลักษณะทางเทคนิค

เรือโรนัลด์ เอช บราวน์ มีความยาว 274 ฟุต (84 เมตร) ซึ่งทำให้เป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกองเรือของ NOAA ตัวเรือได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อป้องกันน้ำแข็ง ทำให้สามารถปฏิบัติภารกิจวิจัยในแถบอาร์กติกและแอนตาร์กติกได้

ขีดความสามารถในการรองรับและกำลังพล

  • ที่พัก: มีพื้นที่นอนทั้งหมด 59 แห่ง และห้องอาหารที่รองรับคนได้ 30 คนในเวลาเดียวกัน
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: มีห้องพยาบาลขนาด 2 เตียง
  • กำลังพล: ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ NOAA Corps 6 นาย, เจ้าหน้าที่การแพทย์จากหน่วยบริการสาธารณสุขสหรัฐฯ (U.S. Public Health Service) 1 นาย, ลูกเรือ 22 นาย และสามารถรองรับนักวิทยาศาสตร์ได้สูงสุด 31 คน

อุปกรณ์และห้องปฏิบัติการ

เรือลำนี้ติดตั้งอุปกรณ์ดาดฟ้าที่ทันสมัย ได้แก่ กว้าน (Winches) 3 ชุด, เครนติดตั้งคงที่ 2 ชุด, เครนแบบเคลื่อนย้ายได้, บูมไฮโดรกราฟิก และโครงรูปตัวเอ (A-frame) ซึ่งทำให้มีความสามารถในการยกน้ำหนักได้สูงสุด 42,000 ปอนด์ (19,000 กิโลกรัม) และมีสายเคเบิลยาวสูงสุด 10,000 เมตร (33,000 ฟุต) ที่สามารถดึงน้ำหนักได้ 8,100 ปอนด์ (3,700 กิโลกรัม) โดยกว้านตัวหนึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับสายเคเบิลพิเศษ เช่น สายใยแก้วนำแสง หรือสาย Coaxial EM

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเรือถูกจัดสรรให้เป็นห้องปฏิบัติการรวม 4,100 ตารางฟุต (380 ตารางเมตร) ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์, ห้องปฏิบัติการชีวเคมี และห้องปฏิบัติการแบบเปียก (Wet laboratory)

นอกจากนี้ เรือยังมีเครื่องมือตรวจวัดชั้นบรรยากาศ รวมถึงเรดาร์ตรวจอากาศแบบดอปเปลอร์ (Doppler weather radar) เพื่อศึกษาพลวัตของพายุในทะเล ซึ่งการรวมความสามารถในการเก็บตัวอย่างทั้งทางสมุทรศาสตร์และชั้นบรรยากาศไว้ในลำเดียว ทำให้เรือลำนี้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ในกองเรือวิจัยระดับโลก

ข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติม

หัวข้อรายละเอียด
หมายเลข IMO9105786
หมายเลข MMSI368996000
สัญญาณเรียกขาน (Callsign)WTEC
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล 1,500 กิโลวัตต์ จำนวน 3 ชุด
ระบบขับเคลื่อนz-drive 3,000 แรงม้า (2,200 กิโลวัตต์) จำนวน 2 ชุด
เครื่องผลักดันหัวเรือ (Bow thruster)1,180 แรงม้า

เรือโรนัลด์ เอช บราวน์ ถูกสร้างขึ้นตามแบบแปลนเดียวกับเรือวิจัยของกองทัพเรือสหรัฐฯ อีก 3 ลำ ได้แก่ RV Thomas G. Thompson (ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยวอชิงตัน), RV Roger Revelle (ดำเนินการโดยสถาบัน Scripps Institute of Oceanography) และ RV Atlantis (ดำเนินการโดยสถาบัน Woods Hole Oceanographic Institution)

ประวัติการปฏิบัติงาน

เรือโรนัลด์ เอช บราวน์ มีบทบาทสำคัญในโครงการวิจัยระดับชาติและนานาชาติมากมาย โดยมีสถิติการปฏิบัติงานที่โดดเด่นดังนี้:

  • การปฏิบัติภารกิจระยะยาวที่สุด: ระหว่างวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 ถึง 25 มีนาคม ค.ศ. 2017 เรือลำนี้ออกปฏิบัติการต่อเนื่องยาวนานถึง 1,347 วัน ซึ่งถือเป็นสถิติการปฏิบัติภารกิจที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรือ NOAA โดยเดินทางเป็นระยะทาง 130,000 ไมล์ทะเล (240,000 กิโลเมตร) และใช้เวลาในทะเลเกือบ 800 วัน
  • งานวิจัยที่สำคัญ: ศึกษาภาวะความเป็นกรดของมหาสมุทร, ปรากฏการณ์ "แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ" (Atmospheric rivers) บริเวณชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ, การตอบสนองต่อปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ปี 2015–2016, และการวัดค่าทางน้ำกว่า 1,600 จุดระหว่างไอซ์แลนด์ถึงแอนตาร์กติก และอะลาสก้าถึงแอนตาร์กติก เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพระยะยาวของมหาสมุทร
  • การสำรวจแผนที่: สำรวจพื้นมหาสมุทรเป็นพื้นที่กว่า 353,975 ตารางไมล์ (916,792 ตารางกิโลเมตร) เพื่อจัดทำแผนที่ไหล่ทวีปขยายของสหรัฐฯ รวมถึงบริเวณ Kingman Reef และ Palmyra Atoll ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ภาพถ่ายทางอากาศของเรือ NOAAS Ronald H. Brown
เรือ NOAAS Ronald H. Brown ในมุมมองจากด้านบน

ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 2022 ขณะปฏิบัติภารกิจบำรุงรักษาทุ่นตรวจอากาศในมหาสมุทรแอตแลนติก เรือโรนัลด์ เอช บราวน์ ได้เข้าช่วยเหลือเรือใบที่ประสบอุบัติเหตุห่างจากแหลมเวร์เด (Cape Verde) หลายร้อยไมล์ โดยลูกเรือได้ใช้เรือเล็กฝ่าคลื่นลมแรงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บจากเสากระโดงเรือหัก จากเหตุการณ์นี้ เรือและลูกเรือได้รับรางวัลเหรียญทองจากกระทรวงพาณิชย์ (Department of Commerce Gold Medal) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024

รางวัลและเกียรติยศ

  • เหรียญทองกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา (Department of Commerce Gold Medal)

คำถามที่พบบ่อย

เรือ NOAAS Ronald H. Brown คือเรือประเภทใด?

เป็นเรือวิจัยมหาสมุทรแบบ Blue-water ระดับ Global-Class ขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NOAA) ซึ่งออกแบบมาเพื่อการวิจัยทางสมุทรศาสตร์และชั้นบรรยากาศในระดับโลก

ทำไมเรือลำนี้ถึงมีความสำคัญในกองเรือของ NOAA?

เพราะเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกองเรือ และเป็นลำเดียวที่มีขีดความสามารถในการวิจัยทั้งทางสมุทรศาสตร์และชั้นบรรยากาศอย่างครบถ้วน รวมถึงมีตัวเรือที่ทนทานต่อน้ำแข็ง ทำให้ปฏิบัติงานได้ในขั้วโลกทั้งสอง

เรือลำนี้ตั้งชื่อตามใคร?

ตั้งชื่อตาม โรนัลด์ บราวน์ (Ron Brown) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา

เรือโรนัลด์ เอช บราวน์ เคยได้รับรางวัลอะไร?

ได้รับเหรียญทองจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา จากการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือใบในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อปี 2022