← กลับไปยังบทความทั้งหมด

นโยบายเปิดเผยร่างกฎหมายก่อนลงนามของบารัก โอบามา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นคำมั่นสัญญาหาเสียงปี 2008 ของบารัก โอบามา เพื่อให้ประชาชนตรวจร่างกฎหมายได้ 5 วันก่อนลงนาม
  • ใช้แนวคิด 'แสงแดดคือยาฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด' ของ Louis Brandeis เพื่อสื่อถึงความโปร่งใสในการปกครอง
  • สถาบัน Cato Institute พบว่ามีการปฏิบัติตามนโยบายนี้เพียง 62% ในวาระแรกของโอบามา
  • นำไปสู่การส่งเสริมเทคโนโลยีภาคพลเมืองและการก่อตั้ง Data.gov

นโยบายเปิดเผยร่างกฎหมายก่อนลงนาม (อังกฤษ: Sunlight before signing) คือคำมั่นสัญญาในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาปี 2008 ของบารัก โอบามา (Barack Obama) ที่มุ่งเน้นการสร้างรัฐบาลที่เปิดกว้างและโปร่งใส โดยมีข้อตกลงว่าจะนำร่างกฎหมายที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินขึ้นเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเพื่อให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงและแสดงความคิดเห็นได้เป็นเวลา 5 วัน ก่อนที่ประธานาธิบดีจะลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย

ที่มาและแนวคิด

แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากวาทะของ Louis Brandeis ผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่ว่า "แสงแดดคือยาฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด" (Sunlight is said to be the best of disinfectants) ซึ่งในบริบทนี้หมายถึงความโปร่งใสของรัฐบาลจะช่วยกำจัดคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อนได้ เช่นเดียวกับที่แสงแดดมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค

โอบามาได้ประกาศนโยบายนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ โดยระบุว่าต้องการให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่ามีโครงการงบประมาณที่ฟุ่มเฟือย (pork barrel projects) หรือการเอื้อประโยชน์ให้ภาคธุรกิจ (corporate welfare) ถูกแอบสอดแทรกเข้าไปในกฎหมายโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรือไม่

การดำเนินงานและอุปสรรคทางเทคนิค

ในปี พ.ศ. 2552 เมื่อมีการผ่านร่างกฎหมายจากสภาคองเกรส ทางทำเนียบขาวได้พยายามสร้างลิงก์เชื่อมโยงไปยังหอสมุดรัฐสภา (Library of Congress) และนำการอภิปรายที่เกี่ยวข้องมาลงในเว็บไซต์ Whitehouse.gov อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกการดำเนินงานประสบปัญหาทางเทคนิคหลายประการ ดังนี้:

  • ลิงก์ของร่างกฎหมายถูกนำไปวางไว้ในหน้าย่อยที่ไม่มีการเชื่อมโยงจากหน้าหลัก (orphaned subpages) ทำให้เข้าถึงได้ยาก
  • ผู้ใช้ต้องใช้คำค้นหาเฉพาะเจาะจงผ่านระบบค้นหาภายในเว็บไซต์เท่านั้น จึงจะพบข้อมูล
  • ข้อมูลไม่ปรากฏในแผนผังเว็บไซต์ (sitemap) หรือผลการค้นหาจากโปรแกรมค้นหาภายนอก (external search engine)

ต่อมาได้มีการปรับปรุงโดยการเพิ่มส่วนเฉพาะสำหรับกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณา กฎหมายที่ลงนามแล้ว และกฎหมายที่ถูกยับยั้ง (vetoed) พร้อมทั้งเพิ่มระบบ RSS feed เพื่อให้ประชาชนติดตามความเคลื่อนไหวของร่างกฎหมายได้สะดวกยิ่งขึ้น

ผลการดำเนินงานและการวิพากษ์วิจารณ์

ในการปฏิบัติจริง นโยบายนี้พบกับความท้าทายด้านความสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น กฎหมายค่าจ้างที่เป็นธรรมของลิลลี เลดเบตเตอร์ (Lily Ledbetter Fair Pay Act) และกฎหมายการประกันสุขภาพเด็กปี 2009 (Children's Health Insurance Reauthorization Act of 2009) ซึ่งเป็นกฎหมายสองฉบับแรกที่โอบามาลงนาม กลับไม่ได้ถูกนำขึ้นเผยแพร่ก่อนการลงนาม

จากการตรวจสอบโดยสถาบัน Cato Institute พบว่าในช่วงวาระแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของบารัก โอบามา มีร่างกฎหมายที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินเพียงประมาณ 62% เท่านั้นที่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา "Sunlight before signing"

ผลกระทบและมรดกทางนโยบาย

แม้ว่าการแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายที่ผ่านสภามาแล้วจะมีผลในทางปฏิบัติจำกัด แต่ความพยายามนี้ได้กระตุ้นให้เกิดความสนใจในด้าน เทคโนโลยีภาคพลเมือง (civic technology) และนำไปสู่การเปิดตัวเว็บไซต์ Data.gov ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรัฐบาลเปิด (open government initiative)

นอกจากนี้ ยังมีโครงการปฏิรูปกฎหมายที่คล้ายคลึงกัน เช่น "Read the Bill" ซึ่งผลักดันโดยมูลนิธิ Sunlight Foundation ที่เสนอให้มีการระงับการลงมติในร่างกฎหมายใหม่เป็นเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สภาคองเกรสมีเวลาอ่านรายละเอียดของร่างกฎหมายอย่างครบถ้วนก่อนการลงคะแนน

คำถามที่พบบ่อย

นโยบาย Sunlight before signing คืออะไร?

คือนโยบายที่บารัก โอบามา สัญญาไว้ในช่วงหาเสียงปี 2008 ว่าจะนำร่างกฎหมายที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินขึ้นเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นก่อนที่เขาจะลงนามบังคับใช้

ทำไมถึงใช้คำว่า 'Sunlight' (แสงแดด) ในชื่อนโยบาย?

เป็นการอ้างถึงคำกล่าวของ Louis Brandeis ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ว่า 'แสงแดดคือยาฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด' โดยเปรียบความโปร่งใสของรัฐบาลเหมือนแสงแดดที่ช่วยกำจัดคอร์รัปชัน

นโยบายนี้ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด?

ในทางปฏิบัติพบว่ามีความไม่สม่ำเสมอ โดยมีการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญานี้เพียงประมาณ 62% ของร่างกฎหมายที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินในช่วงวาระแรกของโอบามา และในช่วงแรกประสบปัญหาทางเทคนิคในการเข้าถึงข้อมูลบนเว็บไซต์

นโยบายนี้ส่งผลอย่างไรต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา?

แม้การให้ความเห็นต่อร่างกฎหมายที่ผ่านสภาแล้วจะมีผลจำกัด แต่ได้สร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดรัฐบาลเปิด (Open Government) และการพัฒนาเว็บไซต์ Data.gov เพื่อเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล