Occasionalism ความเข้าใจเกี่ยวกับลัทธิเหตุปัจจัยชั่วคราว
สรุปใจความสำคัญ
- Occasionalism เสนอว่าพระเจ้าเป็นเหตุปัจจัยเดียวที่แท้จริงของทุกเหตุการณ์ในจักรวาล
- Al-Ghazali ใช้แนวคิดนี้เพื่อปกป้องอำนาจสูงสุดของพระเจ้าในทางเทววิทยาอิสลาม
- ลัทธินี้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างจิตใจและสสารในปรัชญาทวิลักษณ์
Occasionalism หรือ ลัทธิเหตุปัจจัยชั่วคราว เป็นหลักการทางปรัชญาว่าด้วยเรื่องของเหตุและผล (Causation) ซึ่งเสนอว่าสิ่งสร้างหรือสสารในโลกนี้ไม่สามารถเป็นเหตุปัจจัยที่มีประสิทธิภาพ (Efficient Causes) ในการทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวาลถูกขับเคลื่อนโดยพระเจ้าโดยตรง
หลักการพื้นฐานของ Occasionalism
ตามทฤษฎีนี้ ความรู้สึกว่ามีเหตุและผลเกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์ทางโลกนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากการที่พระเจ้าทรงทำให้เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นตามหลังอีกเหตุการณ์หนึ่งอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ไม่มีความเชื่อมโยงที่จำเป็น (Necessary Connection) ระหว่างเหตุการณ์ทั้งสองนั้น ตัวอย่างเช่น เมื่อไฟสัมผัสกับสำลี สำลีจึงไหม้ ไม่ใช่เพราะความร้อนของไฟเป็นเหตุให้เกิดการเผาไหม้ แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงกำหนดให้สำลีไหม้ในขณะที่ไฟสัมผัสกัน
บทบาทในโรงเรียนเทววิทยาอิสลาม
ลัทธินี้ได้รับความนิยมอย่างมากในโรงเรียนเทววิทยาอิสลามในอิรัก โดยเฉพาะในบัสรา นักเทววิทยาอย่าง Abu al-Hasan al-Ash'ari ได้โต้แย้งว่าไม่มีเหตุปัจจัยรอง (Secondary Causation) ในระเบียบของสิ่งสร้าง และโลกถูกขับเคลื่อนด้วยการแทรกแซงโดยตรงของพระเจ้า
แนวคิดของ Al-Ghazali
ผู้สนับสนุนลัทธินี้ที่โดดเด่นที่สุดคือ Al-Ghazali นักเทววิทยาในศตวรรษที่ 11 ซึ่งได้วิจารณ์นักปรัชญาที่เชื่อในเหตุปัจจัยรอง โดยโต้แย้งว่าสิ่งที่เรารับรู้ว่าเป็นกฎธรรมชาติ (Natural Law) แท้จริงแล้วคือความสม่ำเสมอที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ เพื่อไม่ให้ลดทอนอำนาจและความสามารถของพระเจ้า หากเราเชื่อว่ามีเหตุปัจจัยที่เป็นอิสระจากพระเจ้า จะเป็นการลดทอนความเป็นพระเจ้า
ความเชื่อมโยงกับทวิลักษณ์ (Dualism)
แรงจูงใจหนึ่งของทฤษฎีนี้มาจากความเชื่อเรื่อง ทวิลักษณ์ (Dualism) ซึ่งเชื่อว่าจิตใจ (Mind) และสสาร (Matter) มีแก่นแท้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จนไม่สามารถส่งผลกระทบต่อกันได้ ดังนั้น จิตใจจึงไม่สามารถเป็นเหตุให้มือเคลื่อนไหว และบาดแผลทางกายภาพก็ไม่สามารถเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บปวดทางจิตใจได้ พระเจ้าจึงเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงทั้งสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน
อิทธิพลต่อปรัชญาตะวันตก
ในศตวรรษที่ 17 นักปรัชญาในสาย Cartesian (ผู้ตามของ Descartes) เช่น Nicolas Malebranche ได้นำเสนอแนวคิดนี้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ แนวคิดเรื่องการขาดความเชื่อมโยงที่จำเป็นระหว่างเหตุและผลยังส่งผลต่อ David Hume ในศตวรรษที่ 18 แม้ว่า Hume จะไม่ยอมรับว่าพระเจ้าเป็นผู้ขับเคลื่อนเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เขาเห็นด้วยว่าเราไม่สามารถค้นพบความเชื่อมโยงที่จำเป็นระหว่างเหตุการณ์ทางโลกได้
คำถามที่พบบ่อย
Occasionalism คืออะไร?
คือลัทธิทางปรัชญาที่เชื่อว่าสิ่งสร้างไม่สามารถเป็นเหตุให้เกิดผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเอง แต่ทุกเหตุการณ์ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยพระเจ้าโดยตรง
ตัวอย่างของ Occasionalism ในชีวิตประจำวันคืออะไร?
ตัวอย่างเช่น การที่สำลีไหม้เมื่อโดนไฟ ไม่ใช่เพราะไฟเป็นเหตุให้ไหม้ แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงกำหนดให้เกิดการเผาไหม้ในขณะที่ไฟสัมผัสกับสำลี
ทำไมลัทธินี้ถึงเกี่ยวข้องกับทวิลักษณ์ (Dualism)?
เพราะทวิลักษณ์เชื่อว่าจิตและสสารแตกต่างกันมากจนไม่สามารถส่งผลต่อกันได้ พระเจ้าจึงต้องเป็นผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสสารเมื่อจิตใจมีความปรารถนา

