ภาษาซุนดาโบราณ ประวัติศาสตร์และลักษณะทางภาษาศาสตร์
สรุปใจความสำคัญ
- ภาษาซุนดาโบราณถูกบันทึกไว้ในจารึกหินและแผ่นทองแดงตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ถึง 14
- มีการใช้อักษรสองประเภทหลักคือ อักษรซุนดาโบราณสำหรับเหตุการณ์สำคัญ และอักษรพุทธสำหรับเนื้อหาศักดิ์สิทธิ์
- มีลักษณะเด่นทางไวยากรณ์คือการใช้โครงสร้างประโยคแบบ ภาคแสดง-ประธาน (Predicate-Subject)
ภาษาซุนดาโบราณ (ภาษาซุนดา: ᮘᮞ ᮞᮥᮔ᮪ᮓ ᮘᮥᮠᮥᮔ᮪, โรมัน: Basa Sunda Buhun) คือขั้นตอนแรกสุดที่มีการบันทึกไว้ของภาษาซุนดา ซึ่งพูดกันในพื้นที่ทางตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย หลักฐานทางภาษาปรากฏในจารึกตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 12 ถึง 14 และในคัมภีร์ใบลานโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถึง 17 แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีการใช้ภาษาซุนดาโบราณในการสื่อสารทั่วไปแล้ว แต่ภาษาดังกล่าวได้วิวัฒนาการกลายเป็นภาษาซุนดาในปัจจุบัน

หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
ภาษาซุนดาโบราณถูกบันทึกไว้ในจารึกหิน เช่น จารึกกาวาลี (Kawali inscription) ในจิอามิส และ จารึกบาตูตูลิส (Batutulis inscription) ในโบกอร์ รวมถึงจารึกบนแผ่นทองแดง เช่น จารึกกาบันเตนัน (Kabantenan inscription) จากเขตเบกาซี นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์ใบลานจากภูมิภาคบันดุง การุต และโบกอร์ ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในสถาบันต่างๆ เช่น Kabuyutan Ciburuy, พิพิธภัณฑ์ Sri Baduga, หอสมุดแห่งชาติอินโดนีเซีย และหอสมุด Bodleian ในลอนดอน
ลักษณะทางภาษาศาสตร์
คำศัพท์ (Lexicon)
คำศัพท์ในภาษาซุนดาโบราณส่วนใหญ่ยังคงเป็นที่เข้าใจได้สำหรับผู้พูดภาษาซุนดาสมัยใหม่ แม้ว่าบางคำจะมีการเปลี่ยนแปลงความหมายไปบ้าง นอกจากนี้ยังมีการใช้คำยืมจากภาษาสันสกฤตที่ปรับให้เข้ากับการออกเสียงและการเขียนของซุนดาโบราณอย่างชัดเจน เนื่องจากอิทธิพลของคัมภีร์ทางศาสนาฮินดูและพุทธ ในบางส่วนยังพบคำศัพท์ที่ผสมผสานกับภาษาชวาโบราณ ภาษามาเลย์โบราณ และภาษาอาหรับ
สัณฐานวิทยา (Morphology)
การสร้างคำในภาษาซุนดาโบราณมีความคล้ายคลึงกับภาษาซุนดาสมัยใหม่ แต่มีบางจุดที่แตกต่าง เช่น การใช้คำอุปสรรค a- ในคำว่า awurung และการใช้คำปัจจัย -keun ซึ่งมีหน้าที่ทางไวยากรณ์คล้ายกับ -kan ในภาษาอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ยังมีการใช้ คำแทรก (infix) ที่สำคัญ ได้แก่:
- -in- และ -um- เช่น ginawé (จากรากศัพท์ gawé แปลว่า ทำ) และ gumanti (จากรากศัพท์ ganti แปลว่า แทนที่) ซึ่งในปัจจุบันคำเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นคำเดี่ยว (monomorphemic)
- -ar- ใช้เพื่อทำให้คำนามหรือคำคุณศัพท์เป็นพหูพจน์ เช่น karolot (จากรากศัพท์ kolot แปลว่า ผู้สูงอายุ) ซึ่งยังคงมีการใช้งานจนถึงปัจจุบัน
วากยสัมพันธ์ (Syntax)
โครงสร้างประโยคของภาษาซุนดาโบราณมีความคล้ายคลึงกับภาษาซุนดาสมัยใหม่ แต่มีลักษณะเด่นที่แตกต่างคือการใช้รูปแบบ ภาคแสดง-ประธาน (Predicate-Subject) อย่างสม่ำเสมอในประโยคที่ภาคแสดงเป็นคำกริยาและประธานเป็นคำนาม นอกจากนี้ยังมีการใช้ อนุภาค ma เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างประโยคหรือเน้นย้ำข้อมูลใหม่
ระบบการเขียน
ระบบการเขียนที่ใช้บันทึกภาษาซุนดาโบราณประกอบด้วย อักษรซุนดาโบราณ (Old Sundanese script) และ อักษรพุทธ (Buda script) ซึ่งทั้งสองมีหน้าที่แตกต่างกัน:
- อักษรซุนดาโบราณ: มักพบในจารึกที่บรรยายถึงเหตุการณ์สำคัญในภูมิภาคซุนดา
- อักษรพุทธ: มักใช้เขียนสิ่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์สูงในคัมภีร์ใบลานหรือคัมภีร์เกบัง
คำถามที่พบบ่อย
ภาษาซุนดาโบราณยังมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบันหรือไม่?
ไม่ ภาษาซุนดาโบราณไม่มีการใช้งานในปัจจุบันแล้ว แต่ได้วิวัฒนาการกลายเป็นภาษาซุนดาสมัยใหม่
อิทธิพลของภาษาอื่นใดบ้างที่ปรากฏในภาษาซุนดาโบราณ?
พบอิทธิพลอย่างชัดเจนจากภาษาสันสกฤต (ผ่านทางศาสนาฮินดูและพุทธ) รวมถึงภาษาชวาโบราณ ภาษามาเลย์โบราณ และภาษาอาหรับ
คำแทรก (Infix) ในภาษาซุนดาโบราณมีหน้าที่อะไร?
คำแทรก เช่น -in- และ -um- ใช้ในการสร้างคำใหม่ ส่วนคำแทรก -ar- ใช้เพื่อเปลี่ยนคำนามหรือคำคุณศัพท์ให้เป็นพหูพจน์
