โอลิวีน แร่ซิลิเกตสำคัญในเนื้อโลกและอัญมณีเพริดอต
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นแร่ในกลุ่มแมกนีเซียม-เหล็กซิลิเกต (Mg,Fe)2SiO4 ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อโลกชั้นบน
- มีสารละลายของแข็งระหว่างฟอร์สเทอไรต์ (Mg-rich) และฟายาไลต์ (Fe-rich)
- เมื่อมีความโปร่งแสงและคุณภาพสูงจะถูกนำมาใช้เป็นอัญมณีที่เรียกว่า เพริดอต (Peridot)
- มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกผ่านคุณสมบัติการไหลของเนื้อโลก
โอลิวีน (Olivine) เป็นแร่ในกลุ่มแมกนีเซียม-เหล็กซิลิเกต มีสูตรทางเคมีคือ (Mg,Fe)2SiO4 จัดอยู่ในประเภทแร่เนโซซิลิเกต (Nesosilicate) หรือออร์โธซิลิเกต (Orthosilicate) โอลิวีนเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อโลกชั้นบน (Upper Mantle) และพบได้ทั่วไปในชั้นใต้ดินของโลก อย่างไรก็ตาม แร่นี้จะผุพังอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสกับสภาพแวดล้อมบนพื้นผิวโลก

องค์ประกอบทางเคมีและโครงสร้าง
โอลิวีนมีลักษณะเป็นสารละลายของแข็ง (Solid Solution) ระหว่างแร่ปลายสองด้าน คือ ฟอร์สเทอไรต์ (Forsterite) ซึ่งมีแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบหลัก (Mg2SiO4) และ ฟายาไลต์ (Fayalite) ซึ่งมีเหล็กเป็นองค์ประกอบหลัก (Fe2SiO4)
สัดส่วนของแมกนีเซียมและเหล็กในโอลิวีนจะส่งผลต่อจุดหลอมเหลว โดยฟอร์สเทอไรต์มีจุดหลอมเหลวสูงมากที่ความดันบรรยากาศ (เกือบ 1,900 องศาเซลเซียส) ในขณะที่ฟายาไลต์มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่ามาก (ประมาณ 1,200 องศาเซลเซียส) นอกจากนี้ โอลิวีนอาจมีธาตุอื่นปนอยู่เล็กน้อย เช่น แมงกานีส (Mn) และนิกเกิล (Ni)

โครงสร้างผลึก
โครงสร้างผลึกของโอลิวีนเป็นแบบออร์โธรอมบิก (Orthorhombic) โดยมีหน่วยซิลิกา (SiO4) เชื่อมต่อกับแคทไอออนของโลหะที่มีประจุบวกสอง ซึ่งออกซิเจนแต่ละตัวในหน่วย SiO4 จะสร้างพันธะกับไอออนโลหะสามตัว โครงสร้างนี้มีความคล้ายคลึงกับโครงสร้างแบบสปิเนล (Spinel-like structure) ของแร่แมกนีไทต์
การจำแนกและการเกิดแร่
โอลิวีนได้รับชื่อมาจากสีเขียวมะกอก (Olive-green) ซึ่งเป็นสีปกติของแร่นี้ โดยสีดังกล่าวอาจเกิดจากร่องรอยของนิกเกิล และในบางกรณีอาจเปลี่ยนเป็นสีออกแดงเนื่องจากการออกซิเดชันของเหล็ก
การใช้เป็นอัญมณี
โอลิวีนที่มีความโปร่งแสงและมีคุณภาพสูงจะถูกนำมาใช้เป็นอัญมณีที่เรียกว่า เพริดอต (Peridot) หรือในชื่อโบราณว่า ไครโซไลต์ (Chrysolite) แหล่งอัญมณีเพริดอตคุณภาพเยี่ยมบางส่วนถูกพบในหินเนื้อโลกบนเกาะซาบาร์กาด (Zabargad Island) ในทะเลแดง
สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
โอลิวีนพบได้ในหินอัคนีชนิดมาฟิก (Mafic) และอัลตรามาฟิก (Ultramafic) รวมถึงในหินแปรบางชนิด:
- หินมาฟิก: เช่น หินแกบโบร (Gabbro) และหินบะซอลต์ (Basalt) ซึ่งเกิดจากแมกมาที่มีแมกนีเซียมสูงและซิลิกาต่ำ
- หินอัลตรามาฟิก: หินที่มีโอลิวีนมากกว่า 40% จะเรียกว่า เพริดอตไทต์ (Peridotite) และหากมีโอลิวีนมากกว่า 90% จะเรียกว่า ดูไนต์ (Dunite)

บทบาทต่อโครงสร้างโลก
โอลิวีนและรูปแบบโครงสร้างภายใต้ความดันสูงเป็นองค์ประกอบมากกว่า 50% ของเนื้อโลกชั้นบน ทำให้เป็นหนึ่งในแร่ที่พบมากที่สุดในโลกโดยปริมาตร คุณสมบัติของโอลิวีนมีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมการไหลของเนื้อโลก (Rheology) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Plate Tectonics)
การวิจัยพบว่าที่ความดันสูง (ประมาณ 12 GPa หรือที่ระดับความลึก 360 กม.) โอลิวีนสามารถกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมาก ซึ่งน้ำที่ละลายอยู่ในโอลิวีนนี้อาจมีปริมาณมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งหมดของโลก และส่งผลให้ความต้านทานต่อการไหลของเนื้อโลกลดลง

การพบในนอกโลก
โอลิวีนถูกพบในตัวอย่างหินจากดวงจันทร์ (เช่น หินบะซอลต์ที่เก็บโดยภารกิจ Apollo 15) รวมถึงในอุกกาบาตหลายชนิด ซึ่งยืนยันว่าโอลิวีนเป็นแร่ที่พบได้ทั่วไปในระบบสุริยะ



คำถามที่พบบ่อย
โอลิวีนแตกต่างจากเพริดอตอย่างไร?
โอลิวีนเป็นชื่อของกลุ่มแร่ซิลิเกต ในขณะที่เพริดอตเป็นชื่อเรียกโอลิวีนในระดับคุณภาพอัญมณี (Gem-quality olivine) ที่มีความโปร่งแสงและสีสันสวยงาม
ทำไมโอลิวีนถึงมีสีเขียวมะกอก?
สีเขียวมะกอกอันเป็นเอกลักษณ์ของโอลิวีนเกิดจากร่องรอยของธาตุเหล็กและนิกเกิลในโครงสร้างแร่
โอลิวีนพบได้ที่ไหนบ้างในโลก?
พบได้ทั่วไปในเนื้อโลกชั้นบน และในหินอัคนีชนิดมาฟิกและอัลตรามาฟิก เช่น หินบะซอลต์ และหินเพริดอตไทต์
โอลิวีนมีความสำคัญทางธรณีวิทยาอย่างไร?
เนื่องจากเป็นแร่หลักในเนื้อโลกชั้นบน คุณสมบัติทางกายภาพและการกักเก็บน้ำของโอลิวีนจึงส่งผลโดยตรงต่อความหนืดและการไหลของเนื้อโลก ซึ่งขับเคลื่อนกระบวนการทางธรณีแปรสัณฐานของโลก
โอลิวีนพบได้นอกโลกหรือไม่?
ใช่ โอลิวีนพบได้ในหินจากดวงจันทร์และอุกกาบาตหลายชนิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นแร่ที่พบได้ทั่วไปในระบบสุริยะ

