← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การล่ากล้วยไม้ การผจญภัยที่อันตรายจากยุควิกตอเรียถึงปัจจุบัน

สรุปใจความสำคัญ

  • ความนิยมกล้วยไม้ในยุควิกตอเรียเริ่มต้นจากความประหลาดใจในรูปลักษณ์ของดอกกล้วยไม้ที่ส่งมาจากบราซิล
  • นักล่ากล้วยไม้ในอดีตต้องเผชิญกับอันตรายทั้งจากสัตว์ป่า โรคระบาด และการแข่งขันที่รุนแรงถึงขั้นทำลายผลงานของกันและกัน
  • การล่ากล้วยไม้ยังคงมีความเสี่ยงในปัจจุบัน ดังเห็นได้จากกรณีของ Tom Hart Dyke ที่ถูกลักพาตัวโดยกลุ่มกองโจร

การล่ากล้วยไม้ (Orchid hunting) คือการออกค้นหาต้นกล้วยไม้ในธรรมชาติ เพื่อนำมาจำหน่ายในตลาดเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากความสวยงามและรูปลักษณ์ที่แปลกตาของดอกกล้วยไม้เหล่านี้

ความคลั่งไคล้ในยุควิกตอเรีย

จุดเริ่มต้นของความนิยมอย่างบ้าคลั่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1818 เมื่อ William Swainson ได้ส่งกล่องพืชเขตร้อนจากริโอเดจาเนโรไปยังลอนดอน โดยใช้กล้วยไม้เป็นวัสดุกันกระแทก (แม้ว่าภายหลังจะมีข้อโต้แย้งว่าเรื่องนี้อาจเป็นเพียงตำนาน และเขารู้คุณค่าของมันอยู่แล้ว) เมื่อกล้วยไม้ดอกหนึ่งบานสะพรั่งเมื่อถึงลอนดอน ความสวยงามที่แปลกประหลาดได้จุดชนวนให้เกิด "โรคคลั่งกล้วยไม้" (Orchid fever) ซึ่งนำไปสู่การออกตามล่าพืชชนิดนี้อย่างบ้าคลั่งจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

อาชีพนักล่ากล้วยไม้จึงถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงมหาศาล พวกเขาต้องเผชิญกับโรคเขตร้อน สัตว์ป่า งูพิษ น้ำท่วม และความขัดแย้งกับชนพื้นเมือง รวมถึงการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างนักล่าด้วยกันเอง

โศกนาฏกรรมและการผจญภัย

  • ในปี 1901 นักล่ากล้วยไม้ 8 คนเดินทางไปยังฟิลิปปินส์ ผลปรากฏว่าคนหนึ่งถูกเสือกิน อีกคนถูกน้ำมันลวกจนเสียชีวิต และอีก 5 คนหายสาบสูญ มีเพียงผู้รอดชีวิตคนเดียวที่สามารถเก็บรวบรวมตัวอย่างกล้วยไม้ได้ถึง 7,000 ต้น
  • ในปาปัวนิวกินี นักล่ากล้วยไม้กลุ่มหนึ่งถูกจับเป็นตัวประกันและถูกตัดศีรษะก่อนที่กองทัพอินโดนีเซียจะเข้ามาช่วยได้ทัน
  • ในโคลอมเบีย ซึ่งเป็นแหล่งกล้วยไม้ชั้นยอดแต่ก็อันตรายที่สุด นักล่าอย่าง William Arnold จมน้ำในแม่น้ำ Orinoco, David Bowman เสียชีวิตด้วยโรคบิด และ Gustavo Wallis เสียชีวิตด้วยไข้เหลือง

ความรุนแรงไม่ได้มาจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมาจากเพื่อนร่วมอาชีพ Albert Millican นักล่ากล้วยไม้และจิตรกร ถึงกับต้องพกมีด มีดพร้า ปืนพก และปืนไรเฟิลเพื่อป้องกันตัว ขณะที่ William Arnold เคยเกือบดวลปืนกับคู่แข่ง และได้รับคำสั่งจากนายจ้างให้แอบปัสสาวะรดกล้วยไม้ของคู่แข่งเพื่อทำลายพืชเหล่านั้น

เรื่องเล่าเหนือจริงและตำนาน

นักล่ากล้วยไม้ที่รอดชีวิตมักกลับมาพร้อมเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัว เช่น เรื่องเล่าเกี่ยวกับมนุษย์กินคนในหมู่เกาะโซโลมอนที่ใช้กล้วยไม้ประดับรอบตัวเหยื่อเพื่อให้เห็นสีดอกไม้ที่เข้มขึ้นจากเลือดของเหยื่อ หรือเรื่องของ Fosterman ในบราซิลที่พบ "หมู่บ้านดอกไม้ปีศาจ" ซึ่งมีกล้วยไม้ที่สวยงามที่สุดแต่ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนสามารถฆ่าคนได้ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงดอกไม้เหล่านั้นได้

การล่ากล้วยไม้ในยุคปัจจุบัน

แม้เวลาจะผ่านไป แต่การล่ากล้วยไม้ยังคงมีความเสี่ยง Tom Hart Dyke นักล่าพืชผู้สืบทอดเจตนารมณ์จากยุควิกตอเรีย ถูกกลุ่มกองโจร FARC จับตัวไปในช่องแคบ Darién Gap ระหว่างปานามาและโคลอมเบียในปี 2000 เขาและเพื่อนร่วมทางถูกคุมขังนานถึง 9 เดือนและถูกขู่ฆ่า โดย Hart Dyke ประคองสติด้วยการออกแบบสวนในจินตนาการที่จัดวางพืชพรรณตามแผนที่โลก

คำถามที่พบบ่อย

การล่ากล้วยไม้ในยุควิกตอเรียอันตรายอย่างไร?

นักล่าต้องเผชิญกับโรคเขตร้อน สัตว์ป่าดุร้าย เช่น เสือ และงูพิษ รวมถึงความขัดแย้งกับชนพื้นเมืองและการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างนักล่ากล้วยไม้ด้วยกันเอง

ทำไมกล้วยไม้ถึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในอดีต?

เนื่องจากรูปลักษณ์ สีสัน และรูปทรงของดอกที่แปลกตาและสวยงาม ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวลอนดอนและผู้คนในยุโรปจนเกิดเป็น 'โรคคลั่งกล้วยไม้'

ในปัจจุบันยังมีการล่ากล้วยไม้อยู่หรือไม่?

ยังมีอยู่ แต่ความเสี่ยงเปลี่ยนรูปแบบไป เช่น การเผชิญกับปัญหาความไม่สงบทางการเมืองหรือกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ห่างไกล