← กลับไปยังบทความทั้งหมด

PeerJ วารสารวิชาการแบบเปิดและนวัตกรรมการตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งโดย Jason Hoyt และ Peter Binfield เพื่อสร้างวารสารวิทยาศาสตร์แบบ Open Access
  • ใช้เกณฑ์การพิจารณาบทความจากความถูกต้องของระเบียบวิธีวิจัยเป็นหลัก ไม่ใช่ความแปลกใหม่ของเนื้อหา
  • มีการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากระบบสมาชิกตลอดชีพมาเป็นค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (APC) และสมาชิกภาพสถาบัน
  • ขยายการตีพิมพ์ครอบคลุมสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และเคมี
  • ถูกเข้าซื้อกิจการโดยสำนักพิมพ์ Taylor & Francis ในปี 2024

PeerJ เป็นทั้งวารสารทางวิทยาศาสตร์ประเภทเมกะจอร์นัล (Mega Journal) ที่มีการตรวจทานโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed) และเป็นสำนักพิมพ์ในนาม PeerJ Inc. โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่งานวิจัยในสาขาชีววิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์ในรูปแบบการเข้าถึงแบบเปิด (Open Access) ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านทั่วโลกสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ประวัติและการก่อตั้ง

PeerJ ก่อตั้งโดย Jason Hoyt (อดีตผู้บริหารจาก Mendeley) และ Peter Binfield (อดีตผู้บริหารจาก PLOS ONE) โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนเริ่มต้นจำนวน 950,000 ดอลลาร์สหรัฐจาก O'Reilly AlphaTech Ventures ของ O'Reilly Media และต่อมาได้รับเงินทุนจาก Sage Publishing

วารสารเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2012 เริ่มรับผลงานวิจัยในวันที่ 3 ธันวาคม 2012 และตีพิมพ์บทความฉบับแรกเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2013

เกณฑ์การพิจารณาและมาตรฐานทางวิชาการ

PeerJ ใช้เกณฑ์การตัดสินผลงานวิจัยโดยพิจารณาจาก ความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์และระเบียบวิธีวิจัย (Scientific and Methodological Soundness) เป็นหลัก เช่นเดียวกับแนวทางของ PLOS ONE โดยไม่เน้นที่ระดับความแปลกใหม่หรือผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบที่อนุญาตให้เผยแพร่ความเห็นของผู้ตรวจทาน (Peer reviews) ควบคู่ไปกับบทความวิจัย เพื่อความโปร่งใสในกระบวนการทางวิชาการ

โมเดลธุรกิจและการดำเนินงาน

PeerJ ใช้โมเดลธุรกิจแบบแสวงหากำไรที่แตกต่างจากสำนักพิมพ์ดั้งเดิม โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าสมาชิกหรือค่าธรรมเนียมการอ่านจากผู้อ่าน แต่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากฝั่งผู้เขียนแทน ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบดังนี้:

  • ระบบสมาชิกตลอดชีพ (Lifetime Membership): ในช่วงแรก PeerJ ใช้ระบบสมาชิกที่ผู้เขียนจ่ายค่าธรรมเนียมครั้งเดียวและสามารถตีพิมพ์ผลงานได้ตลอดชีวิต โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีส่วนร่วมในการวิจารณ์หรือตรวจทานบทความอย่างน้อยหนึ่งฉบับต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (Article Processing Charges - APC): ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2016 PeerJ ได้กลับมาใช้ระบบเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่อบทความ (APC) สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก โดยมีอัตราค่าบริการที่ 1,195 ดอลลาร์สหรัฐต่อบทความ
  • สมาชิกภาพสถาบัน (Institutional Memberships): ในเดือนพฤษภาคม 2023 ได้มีการนำเสนอระบบสมาชิกภาพรายปีสำหรับสถาบัน เพื่อเป็นทางเลือกแทนการจ่ายค่า APC รายบทความ

การลดต้นทุนการดำเนินงานส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ โดยใช้ Amazon EC2 สำหรับการประมวลผล และ Amazon S3 สำหรับการจัดเก็บข้อมูล

การขยายตัวสู่สาขาอื่น

นอกเหนือจากสาขาชีววิทยาและการแพทย์ PeerJ ได้ขยายขอบเขตการตีพิมพ์ไปยังสาขาอื่น ๆ ได้แก่:

  • วิทยาการคอมพิวเตอร์: เปิดตัววารสาร PeerJ Computer Science เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2015 และตีพิมพ์บทความแรกในวันที่ 27 พฤษภาคม 2015
  • เคมี: ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2018 ได้เปิดตัววารสารเฉพาะทางด้านเคมี 5 ฉบับ ได้แก่ เคมีกายภาพ (Physical Chemistry), เคมีอินทรีย์ (Organic Chemistry), เคมีอนินทรีย์ (Inorganic Chemistry), เคมีวิเคราะห์ (Analytical Chemistry) และวัสดุศาสตร์ (Materials Science)

การเข้าซื้อกิจการและการยอมรับ

ในปี 2024 PeerJ ถูกเข้าซื้อกิจการโดย Taylor & Francis ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์วิจัยระดับโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเงินทุนและทรัพยากรมาช่วยให้ PeerJ สามารถพัฒนานวัตกรรมในการตีพิมพ์ได้ในระดับที่กว้างขึ้น

วารสาร PeerJ ได้รับการดัชนีในฐานข้อมูลสำคัญระดับสากล เช่น Science Citation Index Expanded, PubMed, PubMed Central, Scopus, Web of Science และ Google Scholar นอกจากนี้ Jason Hoyt ผู้ร่วมก่อตั้ง ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน "Ten Top Tech Innovators" ประจำปี 2013 โดย The Chronicle of Higher Education และได้รับรางวัล "Publishing Innovation of the Year" จาก Association of Learned and Professional Society Publishers ในปีเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย

PeerJ แตกต่างจากวารสารวิชาการดั้งเดิมอย่างไร?

PeerJ เป็นวารสารแบบ Open Access ที่ผู้อ่านเข้าถึงได้ฟรีโดยไม่มีค่าสมาชิก และใช้เกณฑ์การพิจารณาบทความจากความถูกต้องทางระเบียบวิธีวิจัย (Methodological Soundness) แทนการพิจารณาจากระดับความสำคัญหรือความแปลกใหม่ของงานวิจัย

ค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์กับ PeerJ มีลักษณะอย่างไร?

PeerJ มีทั้งระบบค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ต่อบทความ (Article Processing Charges) และระบบสมาชิกภาพ (Membership) ทั้งแบบรายบุคคลตลอดชีพและแบบสถาบันรายปี

PeerJ ตีพิมพ์งานวิจัยในสาขาใดบ้าง?

เริ่มต้นจากสาขาชีววิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากนั้นได้ขยายไปยังสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (PeerJ Computer Science) และสาขาเคมีในอีก 5 สาขาย่อย

ปัจจุบัน PeerJ อยู่ภายใต้การดูแลของใคร?

ในปี 2024 PeerJ ได้ถูกเข้าซื้อกิจการโดยสำนักพิมพ์ Taylor & Francis เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการตีพิมพ์ในระดับที่ใหญ่ขึ้น