← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระดับเสียงของเครื่องลมทองเหลือง

สรุปใจความสำคัญ

  • ระดับเสียงของเครื่องลมทองเหลืองเกิดจากความถี่เรโซแนนซ์ต่ำสุดของท่อลมและอนุกรมฮาร์มอนิก
  • ผู้เล่นปรับระดับเสียงโดยการเปลี่ยนความยาวท่อลม (วาล์ว/สไลด์) และการควบคุมริมฝีปาก (Embouchure)
  • เครื่องดนตรีแบบ Whole-tube สามารถบรรเลงโน้ตพื้นฐาน (Fundamental) ได้ง่ายกว่าแบบ Half-tube เนื่องจากมีรูลมที่กว้างกว่า
  • ฮอร์นมาตรฐานในปัจจุบันเป็นแบบ Double B♭/F ซึ่งใช้ฮาร์มอนิกที่ 4 เป็นจุดอ้างอิงในการบันทึกโน้ต Middle C

ระดับเสียงของเครื่องลมทองเหลือง (Brass Instruments) กำหนดโดยความถี่เรโซแนนซ์ต่ำสุดที่สามารถบรรเลงได้ของตัวเครื่องในขณะที่เปิดท่อลม ซึ่งการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจะรวมตัวกันเป็น อนุกรมฮาร์มอนิก (Harmonic Series) โดยผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนความถี่พื้นฐาน (Fundamental Frequency) ได้ด้วยการเปลี่ยนความยาวของท่อลมผ่านระบบวาล์ว (Valve), สไลด์ (Slide), คีย์ (Key) หรือครูก (Crook) ในขณะที่การควบคุมริมฝีปาก (Embouchure) แรงตึงของริมฝีปาก และการไหลของลม จะเป็นตัวกำหนดว่าผู้เล่นจะเลือกใช้ฮาร์มอนิกตัวใดในอนุกรมนั้นเพื่อสร้างระดับเสียงที่ต้องการ

โดยปกติแล้ว ความถี่พื้นฐาน (Fundamental) มักจะไม่ปรากฏในเสียงเรโซแนนซ์ของเครื่องลมทองเหลืองส่วนใหญ่และไม่สามารถบรรเลงได้จริงในทางปฏิบัติ แต่เสียงโอเวอร์โทน (Overtones) จะเป็นตัวกำหนดระดับเสียงส่วนใหญ่ที่ใช้ในการบรรเลง

ช่วงเสียงและการบรรเลง

สำหรับเครื่องลมทองเหลืองที่มีวาล์ว 3 ตัว ช่วงการบรรเลงปกติจะเริ่มตั้งแต่ 3 โทนต่ำกว่าฮาร์มอนิกที่ 2 ของเครื่อง ไปจนถึงฮาร์มอนิกที่ 10 ทั้งนี้ผู้เล่นที่มีทักษะสูงสามารถบรรเลงโน้ตที่อยู่นอกเหนือช่วงนี้ได้ สำหรับเครื่องดนตรีประเภท Transposing Instruments ช่วงเสียงนี้มักจะถูกเขียนให้เริ่มตั้งแต่ F♯ ต่ำกว่า Middle C ไปจนถึง E ที่สูงกว่า Middle C สองอ็อกเทฟกับอีกหนึ่งช่วงคู่สาม

ความแตกต่างระหว่าง Whole-tube และ Half-tube

ความง่ายในการบรรเลงโน้ตพื้นฐาน (Fundamental note) ของแต่ละอนุกรมฮาร์มอนิกขึ้นอยู่กับการออกแบบตัวเครื่อง โดยเฉพาะความกว้างของรูลม (Bore width) เมื่อเทียบกับความยาวท่อ ยิ่งรูลมกว้างขึ้น ผู้เล่นจะสามารถต้านทานแนวโน้มของเครื่องที่จะกระโดดไปยังฮาร์มอนิกที่ 2 ได้ง่ายขึ้น ทำให้สามารถบรรเลงความถี่พื้นฐานได้แม่นยำขึ้น

  • เครื่องดนตรีแบบ Whole-tube: คือเครื่องลมทองเหลืองที่มีรูลมกว้างพอที่จะบรรเลงโน้ตพื้นฐานได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ เช่น ทรอมโบน (Trombone), ทูบา (Tuba), ยูโฟเนียม (Euphonium) และอัลโตฮอร์น (Alto horn)
  • เครื่องดนตรีแบบ Half-tube: คือเครื่องดนตรีที่จำกัดการบรรเลงโดยเริ่มจากฮาร์มอนิกที่ 2 เป็นโน้ตต่ำสุดที่ใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติ

คำศัพท์เหล่านี้มีที่มาจากท่อออร์แกน (Organ pipes) ซึ่งให้ระดับเสียงเดียวกับโน้ตพื้นฐาน (Pedal tone) ของเครื่องลมทองเหลืองที่มีความยาวท่อเท่ากัน เครื่องลมทองเหลืองเสียงต่ำ เช่น ทรอมโบนและทูบา มักถูกนำมาใช้บรรเลง Pedal tones หรือ "False tones" (Privileged tones) ซึ่งเป็นระดับเสียงที่อยู่ระหว่างช่วงเสียงปกติและโน้ตพื้นฐาน

ลักษณะเฉพาะของเครื่องลมทองเหลืองบางชนิด

ฮอร์น (Horn)

ฮอร์นมาตรฐานในวงออร์เคสตราปัจจุบันเป็นแบบ Double B♭/F Horn ซึ่งผู้เล่นสามารถสลับโหมดระหว่างสองคีย์นี้ได้โดยใช้วาล์วตัวที่สี่ที่ควบคุมด้วยนิ้วหัวแม่มือ ความถี่พื้นฐานของ F horn จะอยู่ใกล้เคียงกับทูบา การบันทึกโน้ตของฮอร์นมีความซับซ้อน โดยโน้ตที่เขียนเป็น Middle C สำหรับฮอร์นนั้นคือฮาร์มอนิกที่ 4 ของเครื่องที่ไม่ได้ยืดท่อลม ไม่ใช่ฮาร์มอนิกที่ 2 และเพลงสำหรับฮอร์นมักจะใช้ช่วงเสียงในระดับฮาร์มอนิกที่สูงกว่าเครื่องลมทองเหลืองชนิดอื่น

เบสทรอมโบน (Bass Trombone)

เบสทรอมโบนสมัยใหม่มีความยาวท่อเท่ากับเทเนอร์ทรอมโบน แต่โดยทั่วไปจะมีวาล์ว 2 ตัว ซึ่งปรับระดับเสียงในคีย์ F และ G♭ เมื่อใช้ร่วมกันจะทำให้เครื่องอยู่ในคีย์ D ส่วนคอนทราเบสทรอมโบน (Contrabass Trombone) มักสร้างในคีย์ F และติดตั้งวาล์วในคีย์ D และ B♭ (รวมกันเป็น A♭) หรือในคีย์ C และ D♭ (รวมกันเป็น A) เครื่องดนตรีเหล่านี้จะบันทึกโน้ตในกุญแจเบส (Bass clef) ตามระดับเสียงจริง (Concert pitch)

ทูบา (Tuba)

ทูบาเบส (Bass Tuba) โดยทั่วไปจะมีในคีย์ F และ E♭ ในขณะที่คอนทราเบสทูบา (Contrabass Tubas) จะมีในคีย์ C และ B♭

คำถามที่พบบ่อย

ความแตกต่างระหว่างเครื่องลมทองเหลืองแบบ Whole-tube และ Half-tube คืออะไร?

เครื่องแบบ Whole-tube มีรูลม (Bore) กว้างกว่า ทำให้ผู้เล่นสามารถบรรเลงโน้ตพื้นฐาน (Fundamental) หรือ Pedal tone ได้ง่ายและแม่นยำกว่า ในขณะที่เครื่องแบบ Half-tube จะบรรเลงได้ต่ำสุดที่ฮาร์มอนิกที่ 2

ผู้เล่นเครื่องลมทองเหลืองเปลี่ยนระดับเสียงได้อย่างไร?

ผู้เล่นเปลี่ยนระดับเสียงได้สองวิธีหลัก คือ 1. การปรับความยาวของท่อลมโดยใช้วาล์วหรือสไลด์เพื่อเปลี่ยนความถี่พื้นฐาน และ 2. การปรับแรงตึงของริมฝีปากและการไหลของลมเพื่อเลือกฮาร์มอนิกที่ต้องการจากอนุกรมฮาร์มอนิก

ทำไมการบันทึกโน้ตของฮอร์นถึงแตกต่างจากเครื่องลมทองเหลืองชนิดอื่น?

เพราะโน้ต Middle C ที่บันทึกสำหรับฮอร์นนั้นตรงกับฮาร์มอนิกที่ 4 ของเครื่อง ไม่ใช่ฮาร์มอนิกที่ 2 เหมือนเครื่องลมทองเหลืองส่วนใหญ่ ทำให้การอ่านโน้ตและการบรรเลงอยู่ในช่วงฮาร์มอนิกที่สูงกว่า

Pedal tones คืออะไร?

Pedal tones คือโน้ตที่เกิดจากความถี่พื้นฐาน (Fundamental frequency) ของท่อลม ซึ่งเป็นโน้ตที่ต่ำที่สุดที่เครื่องดนตรีนั้นจะสามารถผลิตได้ โดยมักพบในเครื่องลมทองเหลืองเสียงต่ำ เช่น ทูบาและทรอมโบน