Pius XII, The Holocaust, and the Cold War วิเคราะห์บทบาทของสมเด็จพระสันตะปาปา
สรุปใจความสำคัญ
- Michael Phayer เขียนหนังสือเล่มนี้ในปี 2008 โดยใช้เอกสารที่ถูกเปิดเผยโดยประธานาธิบดีบิล คลินตัน
- สมมติฐานหลักคือปิอุสที่ 12 มองว่าคอมมิวนิสต์เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่านาซี
- หนังสือวิเคราะห์เรื่อง 'Ratlines' หรือเส้นทางหลบหนีของนาซีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
Pius XII, The Holocaust, and the Cold War เป็นหนังสือที่เขียนโดยนักประวัติศาสตร์ Michael Phayer ตีพิมพ์ในปี 2008 ซึ่งนำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและช่วงเริ่มต้นของสงครามเย็น โดยใช้เอกสารที่ถูกเปิดเผยภายใต้คำสั่งบริหารของประธานาธิบดี บิล คลินตัน ในปี 1997

วิทยานิพนธ์หลักของ Phayer
Phayer เสนอสมมติฐานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ปฏิเสธที่จะต่อต้านระบอบนาซี และในบางครั้งอาจถึงขั้นสนับสนุน เนื่องจากทรงมองว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์ เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่า และเชื่อว่ามีเพียงระบอบนาซีเท่านั้นที่สามารถต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดย Robert Katz เคยเสนอไว้ในหนังสือ "Black Sabbath" (1969) ว่าการประท้วงเยอรมนีภายใต้ฮิตเลอร์จะทำให้ "ปราการด่านเดียวที่ต่อต้านบอลเชวิค" อ่อนแอลง
เนื้อหาและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ในบทนำของหนังสือ Phayer ระบุว่าเขาได้ใช้เอกสารใหม่ๆ จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา และพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Holocaust Memorial Museum) ซึ่งประกอบด้วย:
- การติดต่อสื่อสารทางการทูต
- ข้อมูลการจารกรรมของสหรัฐฯ
- การถอดรหัสการสื่อสารของเยอรมนี
- เอกสารจากรัฐบาลอาร์เจนตินาและกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ
- บันทึกประจำวันของบิชอป Joseph Patrick Hurley
เอกสารเหล่านี้เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญ เช่น การกระทำของปิอุสที่ 12 ต่อระบอบ Ustaše, การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในโปแลนด์, การเงินของคริสตจักรในช่วงสงคราม, การเนรเทศชาวยิวในโรม และ "เส้นทางหนี" (Ratlines) สำหรับนาซีและฟาสซิสต์ที่หลบหนีออกจากยุโรปหลังสงคราม
การตอบรับและคำวิจารณ์
มุมมองเชิงบวก
Charles Gallagher ได้ยกย่องผลงานชิ้นนี้ว่าเป็นหนังสือที่สำคัญที่สุดเล่มหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคริสตจักรและรัฐในยุคของปิอุสที่ 12 โดยเน้นย้ำถึงการใช้แหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่ยอดเยี่ยม และการวิเคราะห์บทบาทของพระสันตะปาปาในฐานะ "นักรบสงครามเย็นคนแรก"
David Kertzer ได้ระบุว่าข้อมูลใหม่ที่ Phayer นำมาเปิดเผยมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างวาติกันและผู้ก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงหลังสงคราม
มุมมองเชิงลบ
ในทางกลับกัน Vincent A. Lapomarda จาก New Oxford Review วิจารณ์ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตจากมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนมากกว่าหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยโต้แย้งว่า Phayer ใช้เอกสารที่ถูกหักล้างโดยนักประวัติศาสตร์คนอื่นๆ และมีการใช้แหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือในบางจุด
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือเล่มนี้มีสมมติฐานหลักคืออะไร?
สมมติฐานหลักคือ สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ปฏิเสธที่จะต่อต้านระบอบนาซีเพราะทรงเชื่อว่าระบอบนาซีเป็นปราการสำคัญในการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์
Phayer ใช้แหล่งข้อมูลใดในการเขียนหนังสือเล่มนี้?
เขาใช้เอกสารจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติของสหรัฐฯ, พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, เอกสารจากรัฐบาลอาร์เจนตินา และกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ
การตอบรับของหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างไร?
มีการตอบรับที่หลากหลาย โดยนักวิชาการบางส่วนยกย่องว่าเป็นการใช้แหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่บางส่วนวิจารณ์ว่าเป็นการตีความตามมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน


