← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เปียโนอัตโนมัติ ประวัติศาสตร์และกลไกการทำงาน

สรุปใจความสำคัญ

  • Edwin S. Votey ประดิษฐ์ Pianola เครื่องแรกในปี ค.ศ. 1896
  • การประชุม Buffalo Convention ปี 1908 กำหนดมาตรฐานม้วนกระดาษ 88 โน้ต เพื่อให้ใช้ร่วมกันได้ทุกยี่ห้อ
  • Welte-Mignon เป็นเปียโนจำลองการบรรเลงที่สามารถบันทึกน้ำหนักและอารมณ์การเล่นของนักดนตรีได้
  • ความนิยมลดลงในช่วงกลางทศวรรษ 1920 เนื่องจากการเกิดขึ้นของวิทยุและเครื่องเล่นแผ่นเสียงไฟฟ้า

เปียโนอัตโนมัติ (Player Piano) คือเปียโนที่สามารถบรรเลงเพลงได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีผู้เล่น โดยใช้กลไกทางลม (Pneumatic) หรือกลไกทางไฟฟ้าและเครื่องกล (Electromechanical) เพื่อควบคุมการกดลิ่มนิ้วของเปียโนผ่านการอ่านข้อมูลจากม้วนกระดาษเจาะรูหรือม้วนโลหะ ในปัจจุบัน เปียโนอัตโนมัติรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี MIDI ในการควบคุม

เปียโนอัตโนมัติแบบโบราณพร้อมม้วนกระดาษเจาะรู
เปียโนอัตโนมัติที่ใช้ระบบม้วนกระดาษในการบรรเลงเพลง

ประวัติความเป็นมาและการพัฒนา

เปียโนอัตโนมัติได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของการผลิตเปียโนสำหรับใช้ในครัวเรือน การขายพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในปี ค.ศ. 1924 ก่อนจะเริ่มลดลงเนื่องจากการพัฒนาของเครื่องเล่นแผ่นเสียงไฟฟ้าและวิทยุ ซึ่งทำให้การฟังเพลงในบ้านสะดวกและหลากหลายมากขึ้น ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Stock Market Crash) ในปี ค.ศ. 1929 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อยอดขายและการผลิต

จุดเริ่มต้นของ Pianola

ในปี ค.ศ. 1896 Edwin S. Votey ได้ประดิษฐ์เครื่องเล่นเปียโนระบบลมที่ใช้งานได้จริงเครื่องแรก ซึ่งผลิตโดยบริษัท Aeolian และใช้ชื่อทางการค้าว่า "Pianola" ซึ่งต่อมาชื่อนี้ได้กลายเป็นชื่อเรียกทั่วไปของเปียโนอัตโนมัติในหลายพื้นที่ กลไกของ Pianola ทำงานด้วยระบบสูญญากาศที่เกิดจากเท้าเหยียบ (Foot-operated bellows) เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์ลมและหมุนม้วนกระดาษ โดยรูเล็กๆ บนกระดาษจะทำหน้าที่เป็นวาล์วปล่อยลมเพื่อส่งแรงไปกดลิ่มนิ้วของเปียโนให้เกิดเสียง

การกำหนดมาตรฐานม้วนกระดาษ (Buffalo Convention)

ในช่วงแรก ผู้ผลิตแต่ละรายมักใช้รูปแบบม้วนกระดาษที่แตกต่างกัน ทำให้ม้วนกระดาษของยี่ห้อหนึ่งไม่สามารถใช้กับเครื่องของอีกยี่ห้อหนึ่งได้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1908 ได้มีการประชุมที่เมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก (Buffalo Convention) เพื่อตกลงให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยกำหนดให้ม้วนกระดาษมีความกว้าง 11.25 นิ้ว และมีรูเจาะ 9 รูต่อนิ้ว ซึ่งครอบคลุมโน้ตทั้งหมด 88 ตัวบนคีย์บอร์ด การตกลงมาตรฐานนี้ช่วยป้องกัน "สงครามรูปแบบ" (Format War) และทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อม้วนกระดาษจากผู้ผลิตรายใดก็ได้

แผนผังกลไกภายในของเปียโนอัตโนมัติ
ส่วนประกอบทางเทคนิคของระบบลมในเปียโนอัตโนมัติ

ประเภทของเปียโนอัตโนมัติ

เปียโนจำลองการบรรเลง (Reproducing Piano)

นอกเหนือจากเปียโนอัตโนมัติทั่วไป Edwin Welte นักประดิษฐ์ชาวเยอรมันได้เปิดตัว Welte-Mignon ในปี ค.ศ. 1904 ซึ่งเป็นเปียโนที่สามารถจำลองการบรรเลงของนักเปียโนชื่อดังได้อย่างแม่นยำ ทั้งน้ำหนักการกดและจังหวะ (Phrasing) ทำให้เจ้าของเครื่องสามารถสัมผัสประสบการณ์การแสดงระดับมืออาชีพได้ภายในบ้าน ต่อมาบริษัทอื่นๆ เช่น Ampico และ Duo-Art ก็ได้พัฒนาระบบจำลองการบรรเลงออกมาแข่งขันในตลาด

นวัตกรรมม้วนกระดาษ

  • Hand-played rolls: ม้วนกระดาษที่บันทึกการเล่นจริงของนักดนตรี ทำให้มีน้ำหนักและอารมณ์เพลงที่สมจริงกว่าม้วนกระดาษที่เจาะรูด้วยเครื่อง
  • Word rolls: ม้วนกระดาษที่มีเนื้อเพลงพิมพ์ไว้ที่ขอบกระดาษ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถร้องเพลงคลอไปกับเสียงเปียโนได้ ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมก่อนยุควิทยุ

การเสื่อมความนิยม

ความนิยมของเปียโนอัตโนมัติลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงกลางทศวรรษ 1920 เนื่องจากการมาถึงของเทคโนโลยีการบันทึกเสียงทางไฟฟ้า (Electrical recording) และการแพร่หลายของวิทยุ ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าและมีความหลากหลายของแนวเพลงมากกว่า รวมถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกที่ทำให้เครื่องดนตรีราคาแพงชนิดนี้ไม่เป็นที่ต้องการในตลาดอีกต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

เปียโนอัตโนมัติทำงานอย่างไร?

ทำงานโดยใช้ระบบลม (Pneumatic) ที่สร้างสูญญากาศผ่านการเหยียบแป้นเหยียบ เพื่อดึงลมผ่านรูที่เจาะไว้บนม้วนกระดาษ ซึ่งจะไปกระตุ้นวาล์วและส่งแรงกดลิ่มนิ้วของเปียโนให้เกิดเสียงตามโน้ตที่ระบุไว้

Pianola คืออะไร?

Pianola คือชื่อทางการค้าของเปียโนอัตโนมัติรุ่นแรกๆ ที่ผลิตโดยบริษัท Aeolian ซึ่งต่อมากลายเป็นชื่อเรียกทั่วไปของเครื่องดนตรีชนิดนี้

ทำไมเปียโนอัตโนมัติถึงเสื่อมความนิยม?

เนื่องจากการพัฒนาของวิทยุและเครื่องเล่นแผ่นเสียงไฟฟ้าที่สามารถถ่ายทอดเสียงดนตรีได้หลากหลายและสะดวกกว่า รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำในปี 1929